การปฏิวัติอุตสาหกรรมด้านเกษตรครั้งที่ 4 นี้มี 1 ในเป้าหมายใหญ่คือการลดอาหารเสียในระบบลง โดยรายงานจากองค์กรสหประชาชาติ เผยว่า อาหารกว่า 931 ล้านตันจะกลายเป็นของเสียในแต่ละปี ซึ่งมีส่วนต่อการสร้างปัญหาโลกร้อนมากถึง 10% เลยทีเดียว ขณะที่ในกระบวนการผลิตอาหารจะสร้างของเสียถึง 17% ในแต่ละปีเลยทีเดียว โดยของเสีย 61% มาจากครัวเรือน 26% มาจากธุรกิจบริการด้านอาหาร และ 13% มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก อาหารเสียจึงเป็นภาระของระบบจัดการอาหาร ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร และสร้างปัญหาโลกร้อน การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และปัญหามลพิษ ซึ่งทางองค์กรสหประชาชาติ ได้มีการพูดคุยและมอบหมายพันธกิจให้กับกลุ่มประเทศสมาชิกหาทางที่จะลดของเสียในระดับครัวเรือนและค้าปลีกลงให้ได้ครึ่งหนึ่งในภายในปี 2030 จากการประเมินคาดว่าของเสียจากอาหารจะสูงกว่าตัวเลขที่แสดงออกมาจริงถึง 2 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งจากการศึกษาพบว่าปัญหาการกินเหลือและทานไม่หมดส่วนมากจะเกิดขึ้นในประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนปัญหาอาหารเสียที่อยู่ในขั้นตอนตั้งแต่การผลิต การเก็บรักษา และการขนส่ง เป็นเรื่องสำคัญในประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนี้รายงานยังพบอีกว่าอาหารเสียจากครัวเรือนจะสัมพันธ์กับรายได้ของพวกเขา หรือพูดง่าย ๆ ก็คือยิ่งมีเงินเยอะก็มีแนวโน้มจะกินทิ้งกินขว้างมากขึ้นนั่นเอง แรงจูงใจของการเปลี่ยนผ่านระบบอาหาร องค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ประเมินว่า มีคนทั่วโลกมากกว่า690 ล้านคนยังคงอดอยาก …
Read More »
The Business Plus บิสิเนสพลัส
