‘มิชลิน’ ใช้เทคโนโลยี + นวัตกรรมที่ล้ำสมัย ครองใจผู้บริโภค

ธุรกิจยางรถยนต์ในปัจจุบันเริ่มมีความหลากหลายในเรื่องของขนาดล้อ นวัตกรรม ซึ่งมิชลินถือเป็นผู้นำในวงการยางรถยนต์ที่มีความเข้าใจผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงส่งผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 ตอบโจทย์ความต้องการ ทั้งในเรื่องของราคา คุณภาพ และเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ล้ำหน้า ทำให้สามารถคว้ารางวัล PRODUCT AWARDS OF THE YEAR 2023 ไปครอบครอง 3 ปีซ้อน

คุณสรพงษ์ จันทร์นฤกุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C ประเทศไทย บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามิชลินมีการพัฒนายางรถยนต์สม่ำเสมอ โดยนำเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ คงทน และใช้ได้นาน ซึ่งยางรถยนต์ของมิชลินตอบโจทย์ด้วยมีหลายขนาดและหลายรุ่น ส่งผลให้ฐานลูกค้ามีการเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ซึ่งผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองสัดส่วนรายได้มากที่สุดในกลุ่มยางรถยนต์ ถูกพัฒนามาจากซีรีย์ MICHELIN PRIMACY 3 ที่โดดเด่นในเรื่องของการขับขี่ที่นุ่มสบาย ซึ่งยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 ใช้เทคโนโลยีเอเวอร์กริป (EverGrip) เพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสกับพื้นถนน และการออกแบบให้ร่องรีดน้ำกว้างขึ้น 50% ทำให้สมรรถนะการยึดเกาะ และเบรกบนถนนเปียกดีเยี่ยม รวมทั้งให้ระยะเบรกที่สั้นกว่าทั้งสภาพยางใหม่และยางใกล้หมดดอก

อีกทั้งลายดอกยางที่ดีไซน์เป็นพิเศษด้วยเทคโนโลยี Silent Rib รุ่นที่ 2 ด้วยแถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยาง (Inter-Locking Band) ที่ทำตัวเหมือนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบล็อกของดอกยางเพื่อลดการสั่นสะเทือน ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปในห้องโดยสารและดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมการขับขี่ที่นุ่มเงียบ สบาย

โดยยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการบอกต่อ (Word Of Mouth) ค่อนข้างมากทั้งจากกลุ่มเฉพาะ จากรีวิวของผู้ใช้งานจริง ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นกว่า ซึ่งยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 ยังสามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้ ส่งผลให้สามารถขยายตลาดได้กว้างขึ้น

ทั้งนี้การที่ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 สามารถเจาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้นั้น เป็นเพราะรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีเสียงจากเครื่องยนต์เข้ามาในห้องโดยสาร จะทำให้ได้ยินเสียงของยางในช่วงการขับขี่ ในขณะที่รถยนต์สันดาปจะมีเสียงเครื่องยนต์ เสียงต่าง ๆ เข้ามากลบ ซึ่งหากผู้บริโภคที่เคยขับรถยนต์สันดาปเปลี่ยนมาขับรถยนต์ไฟฟ้าอาจจะไม่คุ้นชินกับเสียงรบกวนจากล้อรถ ซึ่งทำให้สุนทรียภาพในการขับขี่หมดไป จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนยางรถยนต์ขึ้น ซึ่งยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 ถือเป็นที่ยอมรับในเรื่องของการขับขี่ที่นุ่มเงียบนั่นเอง

“แม้ว่าอายุการใช้งานของยางรถยนต์จะขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน ซึ่งเราเชื่อว่ายางของเราใช้ได้นานกว่าแน่นอน ด้วยคุณสมบัติ ด้วยเนื้อยางสูตรพิเศษ ด้วยดีไซน์ ด้วยโครงสร้าง อันนี้เราค่อนข้างมั่นใจ ซึ่งเท่าที่สังเกตจากลูกค้า ถ้ามีการเปลี่ยนมาใช้มิชลินก็จะไม่เปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นอีก” คุณสรพงษ์ กล่าว

สำหรับยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ด้วยตัวเอง พิสูจน์ได้จากยอดขายที่เติบโตได้ตามเป้าหมาย และยอดขายมีการเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งแม้ทางมิชลินจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 ที่มีการวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2561 ได้มีการใส่เทคโนโลยีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยตั้งแต่แรกเริ่มการผลิต จึงยังทำให้เป็นเรือธงในกลุ่มยางรถยนต์จนถึงปัจจุบัน

‘Business+’ ได้มีการสอบถามถึงช่วงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 รวมถึงแผนพัฒนาสินค้า โดย คุณสรพงษ์ กล่าวว่า ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 มีความนิยมมากในกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน ซึ่งถือเป็นตลาดที่ค่อนข้างกว้าง โดยช่วงอายุจะอยู่ที่ระหว่าง 30-60 ปี เนื่องจากมิชลินมีการสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แต่ทั้งนี้มิชลินก็อยากให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้มีโอกาสใช้ด้วยความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญ และอยากให้เข้าใจถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ซึ่งเมื่อมีความเข้าใจราคาที่จ่ายไปนั้นจะมีความคุ้มค่าทันที

สำหรับในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์มิชลินมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืน ลดขยะ ลดภาระให้โลก เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีความตระหนักในเรื่องนี้ อย่างเช่น ตอนนี้มิชลินมียางที่สามารถนำวัสดุยั่งยืนมาผลิตและใช้งานได้บนถนนจริงถึง 45% ของวัสดุที่ใช้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นการนำไปรีไซเคิลเพื่อให้ได้ยางรถยนต์เส้นใหม่ที่มี Performance เหมือนเดิม โดยในปี 2050 มิชลินมีเป้าหมายจะผลิตด้วยยางรถยนต์ด้วย Sustainable Material 100%

การที่ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 สามารถเจาะกลุ่มตลาดได้เกือบทุกเซกเมนต์เป็นเพราะคุณภาพ สมรรถนะ ความคุ้มค่า รวมถึงการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ามาอยู่ในกระบวนการผลิต อีกทั้งกลยุทธ์ของช่องทางจำหน่ายที่มีความหลากหลาย อย่างเช่น ร้านค้าโมเดิร์นเทรด คาร์ดีลเลอร์ ร้านยางทั่วไปทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย จึงส่งผลให้ยางรถยนต์ MICHELIN PRIMACY 4 เป็นเรือธงของมิชลิน

 

เขียนและเรียบเรียง : ศิริวรรณ อรรถสุวรรณ
ติดตาม Business+ ได้ที่ Line Business+ : https://lin.ee/pbIHCuS