3 สัญญาณ เสี่ยง “หมอนรองกระดูกคอเสื่อม” ไม่รู้ตัว

ลองนึกภาพนี้ คุณนั่งทำงานหน้าจอมาทั้งวัน ก้มดูโทรศัพท์ระหว่างรอรถไฟฟ้า แล้วรู้สึกปวดคอตึงบ่าเหมือนทุกวัน คุณนวดเบา ๆ ยืดคอ แล้วก็ลืมมันไป จนกระทั่งอาการปวดคอเริ่มรุนแรง นั่นเพราะคุณเพิกเฉยเพราะไม่คิดว่าจะเป็นอันตราย จนอาการปวดคอที่คิดว่า “ธรรมดา” นั้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจลุกลามจนกดทับเส้นประสาทและไขสันหลังได้

ทำไมคอถึงพัง ทั้งที่คุณแค่ก้มดูโทรศัพท์

ให้ทุกคนลองนึกภาพดูว่า ศีรษะของคนเรามีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม แต่ในช่วงเวลาที่คุณก้มหน้าลง 60 องศา เพื่อดูโทรศัพท์ แรงกดที่ตกลงบนกระดูกคอจะพุ่งขึ้นถึง 27 กิโลกรัม หรือเปรียบเหมือนมีเด็กอายุ 8 ขวบนั่งอยู่บนคอตลอดเวลา ซึ่งถ้าแรงกดแบบนี้สะสมทุกวัน ทุกชั่วโมง ย่อมจะส่งผลให้หมอนรองกระดูกคอเสื่อมเร็วกว่าธรรมชาติหลายเท่า และในยุคที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาหน้าจอวันละหลายชั่วโมง นั่นหมายความว่า คอของเราแบกรับแรงกดมหาศาล ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ในทุกวัน โดยที่เราอาจไม่รู้สึกเจ็บ จนกว่าความเสียหายจะสะสมไปถึงจุดที่เริ่มกดทับเส้นประสาท

3 สัญญาณที่บอกว่า นี่ไม่ใช่แค่ปวดทั่วไปอีกต่อไป

ความแตกต่างระหว่างอาการเมื่อยล้าธรรมดา กับหมอนรองกระดูกที่เริ่มมีปัญหา คือ สัญญาณที่ร่างกายส่งมาให้ ผมอยากจะบอกว่า 3 สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในระดับใด

สัญญาณแรก ปวดร้าวเหมือนไฟช็อต เมื่ออาการปวดไม่ได้อยู่เฉพาะที่คอ แต่วิ่งลงสะบัก ไหล่ แขน หรือแม้แต่ปลายนิ้ว โดยเฉพาะเมื่อเงยหน้าหรือเอียงคอ นั่นคือสัญญาณที่ชัดว่า เส้นประสาทกำลังถูกกดทับ ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อที่เมื่อย

สัญญาณที่สอง มือชาและอ่อนแรง เมื่อเริ่มหยิบจับของได้ไม่ถนัด ติดกระดุมยาก หรือทำของหลุดมือบ่อยโดยไม่รู้สึกตัว ร่างกายกำลังบอกว่า เส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของมือไม่ได้รับสัญญาณอย่างเต็มที่แล้ว

สัญญาณที่สาม คือ อาการเดินเซหรือขากระตุกเอง นี่คือสัญญาณอันตรายระดับรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ทันที เพราะมันบ่งชี้ว่า ไม่ใช่แค่เส้นประสาทถูกกดทับ แต่ไขสันหลังกำลังถูกกดทับ ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจส่งผลต่อการเดินและการทรงตัวในระยะยาว

และมีอีกหนึ่งสัญญาณที่น้อยคนจะเชื่อมโยงกับปัญหาคอ นั่นคือ เมื่อไอหรือจามแล้วรู้สึกเสียววาบวิ่งลงแขนหรือหลัง อาการนั้นคือหมอนรองกระดูกกำลังกดเบียดเส้นประสาทอย่างจริงจัง ไม่ใช่เรื่องที่ควรรอดูไปอีก

 

ป้องกันได้ โดยไม่ต้องเลิกใช้โทรศัพท์

อาการต่าง ๆ ที่ผมบอกมานั้น ในบางครั้งก็มีข่าวดีได้เหมือนกัน นั่นคือ คุณไม่จำเป็นต้องเลิกใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ให้ร่างกายทนรับไหว สิ่งแรกที่ทำได้ทันที คือ ยกมือถือขึ้นให้อยู่ระดับสายตาแทนการก้มหน้าลง และปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต้องก้มหรือเงยคอ การเปลี่ยนแค่สองอย่างนี้ก็ลดแรงกดบนกระดูกคอได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการเสริมความแข็งแรงให้กระดูกสันหลังส่วนคอ ผมอยากแนะนำท่าออกกำลังกายที่ทำได้ทุกที่ นั่นคือ การดันคางไปด้านหลังช้า ๆ ค้างไว้ 5 วินาที แล้วผ่อน ทำซ้ำ 10 ครั้งต่อวัน ท่านี้เสริมกล้ามเนื้อคอชั้นลึกที่ทำหน้าที่พยุงกระดูกสันหลังโดยตรง และช่วยลดแรงกดสะสมที่เกิดขึ้นจากการนั่งทำงานนาน ๆ

พบแพทย์เร็ว รักษาง่าย รอช้า ยิ่งซับซ้อน

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ คือ หมอนรองกระดูกคอเสื่อมหากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก มักรักษาได้ด้วยยาและกายภาพบำบัด โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่เมื่ออาการลุกลามจนปวดร้าว ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงต่อเนื่อง แพทย์จะพิจารณาตรวจ MRI เพื่อดูตำแหน่งที่เส้นประสาทถูกกดทับอย่างละเอียด ซึ่งช่วยให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำและตรงจุดมากขึ้น

สำหรับกรณีที่จำเป็นต้องผ่าตัด ปัจจุบันมีเทคนิค MIS หรือ Minimally Invasive Surgery ที่ผ่าตัดด้วยแผลขนาดเล็กเพียง 0.5 เซนติเมตร ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในเวลาไม่นาน

โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ ให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างตรงจุด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เทคโนโลยีวินิจฉัยที่ทันสมัย และแนวทางการรักษาที่ออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายโดยเฉพาะ ตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไปจนถึงเทคนิค MIS ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับนานาชาติ AACI High Reliability Degree และรางวัล Thailand Top Company Awards 2026 สาขา Most Trusted Brand Award

อาการปวดคอที่คุณเพิกเฉยมาตลอดนั้น ผมอยากให้คุณหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้น ซึ่งการใส่ใจตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียใจในภายหลังครับ

หรือหากต้องการคำปรึกษา ลองติดต่อโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) โทร 02-034-0808 ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.ชุมพล คคนานต์ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital)