เปิดโพยกองทุน Thai ESG ลงทุนหุ้นแบบ Passive ที่น่าสนใจ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Thai ESG กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่อยากลงทุนหุ้นไทย เพราะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยกองทุนกลุ่มนี้จะเน้นลงทุนในบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ซึ่งหมายถึงบริษัทที่มีแนวทางทำธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น

จุดเด่นสำคัญคือ ผู้ลงทุนสามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 300,000 บาท และต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปีเต็มนับจากวันที่ซื้อ ทำให้กองทุน Thai ESG เหมาะกับคนที่ต้องการลงทุนระยะยาว และอยากใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีควบคู่กันไป

สำหรับกองทุนในอินโฟกราฟิกนี้ เป็นกองทุนแนว Passive หรือเน้นลงทุนให้ใกล้เคียงดัชนีอ้างอิง ไม่ได้พยายามเลือกหุ้นเพื่อชนะตลาด จึงมักมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ากองทุน Active

เริ่มจากกองทุน K-TNZ-ThaiESG ซึ่งบริหารโดย Kasikorn Asset Management โดยอ้างอิงดัชนี SET100 TRI เฉพาะบริษัทที่มีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนและสอดคล้องกับแนวคิด Net Zero

ด้านผลตอบแทนย้อนหลังแบบปักหมุด K-TNZ-ThaiESG ทำได้โดดเด่นที่สุดในกลุ่มนี้ โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 30.13%

อีกตัวที่น่าสนใจคือ SCBTP(ThaiESG) ของ SCB Asset Management ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET ESG Total Return Index ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 25.05%

ส่วน ES-SETESG-ThaiESG-A ที่บริหารโดย Eastspring Asset Management ก็เป็นอีกกองทุนที่ลงทุนตาม SETESG TRI เช่นกัน โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 20.36%

นอกจากผลตอบแทนแล้ว อีก 2 ตัวเลขที่ใช้วัดความคุ้มค่าต่อความเสี่ยง คือ Sharpe Ratio และ Maximum Drawdown

Sharpe Ratio คือ ตัวชี้วัดว่ากองทุนให้ ผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่ยิ่งค่าสูง ยิ่งหมายถึงกองทุนสร้างผลตอบแทนได้ดีเมื่อเทียบกับความผันผวนของตัวเอง ส่วน Maximum Drawdown คือ การวัดว่าในช่วงที่แย่ที่สุด กองทุนเคยติดลบจากจุดสูงสุดมากที่สุดเท่าไร จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่ใช้วัดความเสี่ยงของกองทุน

หากดูตัวเลขของทั้ง 3 กองทุน จะพบว่า K-TNZ-ThaiESG มี Sharpe Ratio สูงสุดที่ 0.40 สะท้อนว่าผลตอบแทนต่อความเสี่ยงทำได้ดีที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ Maximum Drawdown อยู่ที่ -27.81%

ฝั่ง SCBTP มี Sharpe Ratio อยู่ที่ 0.04 และ Maximum Drawdown อยู่ที่ -26.94%  ส่วน ES-SETESG-ThaiESG-A มี Sharpe Ratio อยู่ที่ 0.02 และ Maximum Drawdown อยู่ที่ -27.42%

ทั้งนี้ กองทุน Thai ESG อาจเหมาะกับคนที่เชื่อในธีมการลงทุนระยะยาวของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ ESG และต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีไปพร้อมกัน โดยนักลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนเลือกลงทุน

 

ที่มา: Finnomena, เว็บไซต์ของบลจ., Factsheet ของแต่ละกองทุน