‘ดร. เจล’ บริหารขุมทรัพย์ CBD หมื่นล้าน The 1st Mover in Thailand

เป็นปลาไวที่ชิงเปิดตัวสินค้าเกี่ยวกับ CBD เป็นรายแรกของประเทศไทย สำหรับ บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด ในกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอาง และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ สินค้าตัวนี้มีสารสกัดที่ออกฤทธิ์ที่ CB2 receptor ซึ่งทำงานเหมือนกัน CBD (Cannabidiol) โดยไม่ได้มาจากกัญชงและกัญชา

หมายความว่า Product Champion ตัวแรกของบริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด ไม่ได้พัฒนาขึ้นจากกัญชงและกัญชา แต่ให้คุณสมบัติเด่น เทียบเคียงเท่ากันคือ ช่วยผ่อนคลาย ลดอาการปวดอักเสบและลดความเครียด

เบื้องหลังแรงขับเคลื่อนให้สินค้าตัวแรกของไทยจากพืชเศรษฐกิจใหม่นี้คือ ภก.ดร. ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออกานิกส์ คอสเม่ จำกัด หรือ ดร.  เจล

องค์กรที่มีอายุเพียง 5 ปี มีผู้นำอายุไม่ถึง 30 ปี กำลังเคลื่อนตัวสู่ยุคการ ‘เปลี่ยนผ่าน’ ครั้งสำคัญในเทรนด์การลงทุนธุรกิจ ‘กัญชา-กัญชง’ กับโอกาสแสนล้าน ซึ่งจะเริ่มเป็นกระแสหลักไม่เกินปีหน้า

หลังภาครัฐประกาศไฟเขียวให้แจ้งเกิดได้ โดยหลายธุรกิจเตรียมเดินเครื่องวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งเครื่องสำอาง อาหารและการแพทย์ ใช้ประโยชน์จาก CBD เพื่อพัฒนาผลิตภัณท์มาวางขายในตลาดปีนี้อย่างคึกคัก

ความน่าสนใจของ ดร.เจล มีมากมายหลายมิติ แนวคิดบริหารองค์กร เขาฉีกตัวเองต่างจากผู้ประกอบรายอื่นในธุรกิจนี้

กล่าวคือ สินค้าและบริการมีครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ การันตีด้วยการเป็นนักวิจัย เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ เพราะเขาเชื่อมั่นว่า เราพยายามท้าทายตลาด ไม่อาศัยจุดใดจุดหนึ่งในการเติบโตในระยะยาว

ไม่ทำสินค้าแค่ต้นน้ำ กลางน้ำ หรือแค่เป็นผู้จำหน่าย (ปลายน้ำ) อย่างใด อย่างหนึ่ง แต่เขาสร้างระบบนิเวศของธุรกิจให้ครบสมบูรณ์

สินค้าตัวแรกที่จะเปิดตัวก็เช่นกัน เขาบอกว่าคุณสมบัติใกล้เคียงกับ CBD ครบถ้วน เพียงแค่ไม่ได้มาจากกัญชง ทำให้โจทย์ธุรกิจโยนไปหาคู่แข่งแทนว่า แท้ที่จริงแล้ว CBD ขุมทรัพย์สีเขียว ไม่ได้มีแค่ในกัญชงหรือกัญชาเท่านั้น

เนื้อหาเด่นจากปกเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดในการพัฒนาสินค้า จากภก.ดร. ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออกานิกส์ คอสเม่ จำกัด หรือ ดร. เจล ถึง ‘ความแตกต่าง’ และ ‘ความสด’ ของไอเดีย ซึ่ง ดร. เจล ให้ความสำคัญสูงสุด

ดร.เจล นักวิจัยมือทองของตลาดอาหารเสริม

ภก.ดร. ปัณณวิชญ์ โชติเตชธรรมมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด และบริษัท ออกานิกส์ คอสเม่ จำกัด ผู้กุมบังเหียนบริษัทรับผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมกว่า 5 บริษัทเอาไว้ในมือ นับเป็น CEO น้อยร้อยล้านที่น่าจับตามอง ทั้งในมุมนักธุรกิจ เภสัชกร นักวิจัย และบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากเขาก้าวมาถึงตำแหน่งบริหารในวันนี้ได้ด้วยอายุเพียง 29 ปี เท่านั้น

ย้อนกลับราวปี 2014 ดร. เจล เริ่มต้นทำธุรกิจในวัย 22 ปี และใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็ได้จับรายได้หลักล้านจาก LINE@ มียอด Follower เกือบ 40 ล้านคน ก่อนจะมาทำธุรกิจของตัวเองในปี 2015 ฝ่าฟันอุปสรรคหลากหลายที่เกลาให้ ดร. เจล ยิ่งเฉียบคมขึ้น ก่อนจะนำเอาประสบการณ์ทั้งหมดปั้นเป็นแบรนด์ บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งนับสินทรัพย์ในมือรวมแล้วอยู่ที่ 500 ล้านบาท มีบริษัทในเครือของตน 5 บริษัท ภายใต้กลุ่มธุรกิจ ออกานิกส์ กรุ๊ป และผลิตสินค้าให้กับผู้ประกอบการมาไม่ต่ำกว่า 1,000 แบรนด์

โดยจุดเด่นของการร่วมงานกับ บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด คือ การดูแลครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ การันตีด้วยการเป็นนักวิจัย เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการส่งต่อความรู้ในการทำการตลาดให้กับคู่ค้า ซึ่งให้การดูแลกันแบบครอบครัว ทำให้แบรนด์ ดร. เจล เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะไม่เคยโปรโมทแบรนด์ตัวเองหรือทำการตลาดให้กับแบรนด์มาก่อน ความไว้ใจนี้ส่งต่อกันแบบปากต่อไปซึ่งมั่นคงและยั่งยืนจนไม่ต้องพึ่งพาการตลาดใดเพิ่มเติม

อีกทั้งการที่ ดร. เจล ลงมาดูแลคู่ค้าด้วยตนเองทุกเคส ทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดด เพราะยึดหลักดำเนินงานแบบ ‘ปลาเร็ว’ ที่คล่องตัว ว่องไวในการบริหาร พาให้องค์กรเคลื่อนที่ไปข้างหน้าก่อนใคร อีกทั้งบิสซิเนสโมเดลที่รับมือตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เช่น การสนับสนุนที่ดีจาก ออกานิกส์ กรีนส์ ฟาร์ม ที่เป็นต้นน้ำคุณภาพสูงและน่าเชื่อถือ ทั้งยังมีสำนักงานใน 3 ประเทศคือ กัมพูชา ลาว และจีน บวกกับกำลังการผลิตเครื่องสำอางไม่ต่ำกว่า 10 ตัน/วัน หรืออาหารเสริม 1 ล้านแคปซูล/วัน ข้อเท็จจริงเหล่านี้ล้วนบอกถึงความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมและคุณภาพของแบรนด์ ดร. เจล ได้เป็นอย่างดี

การจะเป็นแบรนด์ที่มีพาร์ทเนอร์เชื่อถือนั้นเกิดจากการมุ่งมั่นใส่ใจคุณภาพ การนำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ โดย ดร. เจล ได้เซ็น MOU กับ เอวีเอส อินโนเวชั่น ในเครือของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อทุ่มงบวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพเยี่ยม และนำเอาคุณสมบัติพิเศษจากธรรมชาติมาเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตสินค้าอาหารเสริม และเครื่องสำอาง ตลอดไปจนกลายเป็นสินค้าที่เป็นออแกนิค มีความปลอดภัยสูง สามารถช่วยปรับสมดุลการทำงานของร่างกายอย่างปลอดภัย เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดอาหารเสริมและส่งต่อไปยังผู้บริโภค

ไม่มีคู่แข่ง มีแต่พาร์ทเนอร์

การเดินทางมาถึงจุดที่ได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการและภาครัฐนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยากเกินไปกว่าความพยายามและความมุ่งมั่นของ ดร. เจล เมื่อเราถามถึงก้าวต่อไปของ บริษัท ด็อกเตอร์ เจล จำกัด ดร. เจล ก็ได้แชร์เป้าหมายกับเราอย่างชัดเจน ว่าความตั้งใจของ ดร. เจล คือ คุณภาพและนวัตกรรม โดยใช้ชื่อตัวเองการันตี

แผนงานของ ดร. เจล คือการนำเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งในปีหน้า ดร. เจล กรุ๊ป ก็จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในสิงคโปร์พอดี ซึ่งเป็นแผนที่วางไว้ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และเป็นเป้าหมายส่วนตัวที่ได้ตั้งธงไว้ โดยพาบริษัทให้เติบโตไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ จากการวางแผนงานที่กลั่นออกมาจากประสบการณ์ในการทำธุรกิจ และตีแผ่ให้พาร์ทเนอร์ได้ศึกษาและปฏิบัติตามอย่างไม่หวงวิชา ผู้ที่อยากมีธุรกิจของตัวเองแต่ยังไม่มีทุนมากพอก็สามารถเข้ามาลองเริ่มทำธุรกิจกับ ดร. เจล ได้ หรือใครที่มาติดต่อจ้างผลิตสินค้าทั้งอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ดร. เจล ก็ดูแลครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบคุณภาพ ไปจนถึงการทำการตลาด

“หากถามว่าคู่แข่งของเราคือใคร คำตอบคือ ไม่มี ไม่มีใครเป็นคู่แข่งเลย เรามองว่าการเจรจาทางการค้านั้นทำให้ทุกคนสามารถเป็นพาร์ทเนอร์กันได้หมด และทำให้เราไม่กลัวเจ้าไหนเลย เพราะเรามองว่าสามารถดีลเป็นคู่ค้าได้ เนื่องจากจุดเด่นของเราคือ เราเป็นทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ในขณะที่คนอื่นเป็นปลายน้ำเสียส่วนใหญ่ เราสามารถเกื้อกูลกัน ร่วมงานกันได้ทั้งหมด”

เติมในส่วนที่ขาดมากกว่าขายของ

การดูแลผู้บริโภคของ ดร. เจล คือ การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพร่างกาย ไม่ใช่สักแต่ขายสินค้า แต่ต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีจากจากใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

“เราเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเสริม ที่ไม่เน้นให้ผู้บริโภครับประทานอาหารเสริมที่เกินความจำเป็น อาหารเสริมนั้นมีคุณสมบัติตามชื่อคือมีไว้เพื่อเสริม รับประทานได้ แต่ควรรับประทานในส่วนที่ขาด เช่น เราขาดคอลลาเจนในการสร้างผิวพรรณที่ดี เราก็ต้องเติมคอลลาเจนเข้าไป หากเราไม่ขาดแต่เราเติมก็เท่ากับเสียเงินเปล่า เราก็จะแนะนำตัวผลิตภัณฑ์อื่นที่เหมาะกับผู้บริโภคแทน

เราเป็นเหมือนคอนเซาท์ย่อม ๆ ให้กับลูกค้า เราไม่ได้เน้นว่าต้องขายอย่างเดียว เราพร้อมดูแลสุขภาพลูกค้ามากกว่า ซึ่งสิ่งนี้สร้างความไว้ใจและความเชื่อใจเชื่อมั่นของลูกค้ากับเราเป็นอย่างมาก Giving is the best gift เราเน้น Give ไม่ได้เน้น Take จากลูกค้า เพราะ แค่รู้จักวิธีให้ คนรับได้เท่าไหร่ คนให้ได้มากกว่า เหมือนที่หลาย ๆ คนกล่าวว่า มือผู้ให้ใหญ่กว่ามือผู้รับเสมอ”

โดยความสำเร็จของบริษัทนั้นไม่เท่ากับการเติบโตของพาร์ทเนอร์ที่เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน พาร์ทเนอร์ได้เพิ่มโอกาสในการค้าขายและมีกำไรเพิ่มขึ้น และนั่นก็คือความสุขของ ดร. เจล

อาวุธที่ ดร. เจล ครอบครองอยู่ในมือตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดและการบริหารจัดการองค์กรที่ได้ประสิทธิภาพ ความไว้วางใจจากพาร์ทเนอร์ การร่วมมือกับ สวทช. กำลังการผลิตที่พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคจำนวนมาก และคุณภาพบวกกับความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารเสริมและเครื่องสำอาง มากพอที่จะพูดได้ว่าการคาดหวังรายได้ไม่ต่ำกว่าเก้าหลักในปีนี้นับเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะยังมีทีเด็ดอีกอย่างที่จะพา ดร. เจล ไปถึงความคาดหวังนั้น นั่นก็คือสารสกัด CBD ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจสุด ๆ ในประเทศไทย

บุกตลาด CBD เจ้าแรกในประเทศไทย

เมื่อพูดถึงวัตถุดิบใหม่ที่ประเทศไทยกำลังจับตามอง นั่นก็คือสารสกัด CBD ที่ออกฤทธิ์เป็นบวกทางการแพทย์ เช่น ลดอาการเจ็บปวด ต่อต้านอาการลมชัก ช่วยให้เซลล์ผ่อนคลาย ลดการอักเสบ ฯลฯ รวมถึงการปลดล็อกกัญชง-กัญชา อันเป็นต้นกำเนิดของสารสกัด CBD ให้สามารถใช้อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา

เหล่าธุรกิจน้อยใหญ่จึงเตรียมกระโจนเข้าไปเป็นส่วนแบ่งของตลาด โดยเร่งพัฒนาและขออนุญาตนำสารสกัด CBD จากกัญชง-กัญชา ไปเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์กันให้วุ่นไปหมด และที่ต้องแย่งชิงชิ้นเค้กที่เรียกว่า ‘มูลค่าตลาด CBD ในประเทศไทย’ เพราะทุกคนต่างรู้ข้อมูลการเติบโตของ CBD ในตลาดโลก ที่เติบโตถึง 22,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มโตต่อไม่หยุด ใครได้รับใบอนุญาตก่อน ใครผลิตสินค้าที่มีสารสกัด CBD ได้ก่อน จึงถือเป็นก้าวแรกของผู้ชนะในตลาดนี้

 

แต่ในขณะที่ทุกคนต่อคิวรอภาครัฐอนุมัติผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัด CBD ดร.เจล แซงหน้าทุกคนไปในเส้นทางใหม่ไร้คู่แข่ง ด้วยการเตรียมส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัดที่ออกฤทธิ์ได้เหมือนกับ CBD คุณภาพนำเข้าจากเยอรมนี ที่ถูกกฎหมายและไม่ต้องขออนุญาตจากภาครัฐเนื่องจากสารสกัดนี้ได้จากผล Annona Cherimoya (ผลไม้ตระกูลน้อยโหน่งออสเตรเลีย) แต่ให้ผลลัพธ์ไม่ต่างกับ CBD จากกัญชง-กัญชา เลยแม้แต่น้อย โดย ดร. เจล ได้รับสิทธิ์ในการนำเข้า CBD ปริมาณ 4 ตัน/ปี ซึ่งในปริมาณนี้ สามารถนำมาแปรรูปเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ได้ถึงปีละไม่ต่ำกว่าหลักร้อยตันเลยทีเดียว

“ก่อนนี้ผมได้ไปชิมชากัญชาที่สวิสเซอร์แลนด์ และรู้สึกประทับใจมากเพราะตอนนั้นกัญชาในบ้านเรายังอยู่ในหมวดสารเสพติด พอเราค้นคว้าไปเรื่อย ๆ ก็พบความมหัศจรรย์ของกัญชง-กัญชา ว่าสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง อีกทั้งยังเคยเป็นสมุนไพรไทยสมัยอยุธยาที่ใช้กัน 16 ตำรับ ทั้งแก้กษัยเส้น บำรุงร่างกายต่าง ๆ

ความพิเศษนี้ทำให้เรามองหาสิ่งอื่นมาทดแทนความสามารถของกัญชา จนได้มาเจอสารสกัด CBD จากผล Annona Cherimoya (ผลไม้ตระกูลน้อยโหน่งออสเตรเลีย) ที่งาน Cosme Tokyo เมื่อปี 2020 ในบูธของบริษัทแห่งหนึ่งในเยอรมัน จากการพูดคุยและศึกษาเพิ่มเติมทำให้เรารู้ว่าสาร CBD นั้นมีอยู่ในผลไม้ทุกชนิด ในเปลือกมะนาวก็มี เพียงแต่สามารถสกัดออกมาได้น้อยมาก ๆ และต้องอาศัยเครื่องมือชนิดพิเศษในการสกัด แต่สำหรับ CBD ที่ได้จากผล Annona Cherimoya นั้นมีปริมาณมากพอที่จะสกัดออกมาใช้ และให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจาก CBD ของกัญชง-กัญชา คือการออกฤทธิ์จับกับ CB2 Receptor ในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวรับสารอาหารในร่างกายสำหรับถ่ายเทสารสื่อประสาท และทำให้ CB2 Receptor ยืดหยุ่นขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น จับสารอาหารที่ดีและร่างกายต้องการได้ดีขึ้น

อีกทั้ง CBD ตัวนี้ยังสกัดออกมาใช้ได้เลยเนื่องจากไม่ได้จำกัดเป็นยาเสพติด เราก็จีบค่ายนี้มาเรื่อย ๆ จนได้เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในการนำเข้าสารสกัด CBD ตัวนี้ปริมาณ 4 ตัน/ปี โดยผลลัพธ์ของสารสกัดที่ได้จาก CBD นี้จะสร้างเม็ดเงินแปดหลักได้ภายใน 1 เดือน และเติบโตไปจนถึงหลักพันล้านภายในปีนี้แน่นอน ซึ่งผมพร้อมที่จะบุกตลาดในเดือนนี้แล้ว”

และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นในฝั่งของสกินแคร์เท่านั้น ส่วนของอาหารเสริม (Supplement) ดร. เจล ได้จับมือกับ สวทช. ในการสกัดสารออกฤทธิ์คล้าย CBD จากเปลือกมะนาวร่วมกัน ซึ่งเป็นเจ้าแรกในการตีตลาดก่อนการมาถึงอย่างถูกกฎหมายของกัญชง-กัญชา

ในยุคที่ปลาเร็วกินปลาช้า การพบ CBD ในผลน้อยโหน่งออสเตรเลียและเปลือกมะนาว ย่อมทำให้ ดร. เจล ล้ำหน้าธุรกิจอื่นไปไกล และเป็นเจ้าแรกของตลาดที่ออกผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดคล้าย CBD เมื่อนำมารวมกับการผลิตที่ได้คุณภาพ การบริหารจัดการที่เหมาะสม และการดูแลผู้บริโภคโดยเน้น Give มากกว่า Take ก็ทำให้เราเห็นภาพเส้นทางเติบโตอันสดใสของ ดร. เจล ได้อย่างชัดเจน

 

“เราเน้นการคุมวัตถุดิบค่อนข้างสูง และสายพันธุ์ของกัญชง-กัญชาที่ได้รับอนุญาตให้เพาะปลูกในประเทศไทยนั้นได้ CBD ค่อนข้างต่ำ แต่มี THC (Tetrahydrocannabinol) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์มึนเมาค่อนข้างสูง License จากเยอรมนีที่เราซื้อมานั้นมีค่าคล้าย CBD สูง และสร้างโอกาสให้เราเป็นอย่างมาก เราจึงนำเอาสารสกัดคล้าย CBD นี้มาเป็นวัตถุดิบหลักของผลิตภัณฑ์ และการันตีผลลัพธ์ที่ได้ว่ามีคุณภาพคงที่แน่นอน อีกทั้งยังเป็นต้นทุนที่ถูกกว่าแม้จะเป็นการนำเข้าก็ตาม”

แม้จะมีสารสกัดคล้าย CBD คุณภาพเยี่ยมที่สามารถตีตลาดได้ก่อนใครเพื่อน แต่ ดร. เจล ไม่ได้ทิ้งสารสกัด CBD จากกัญชง-กัญชา ยังคงวิจัยและเตรียมพร้อมในการขอใบอนุญาตเช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เนื่องจากกระแสกัญชง-กัญชานั้นมาแรงมากจนไม่สามารถละเลยได้ แต่ ดร. เจล ก็ไม่หวั่นหากรายใหญ่พร้อมลุยตลาด CBD จากกัญชง-กัญชาในกลางปี เพราะ ดร. เจล นำหน้าไปไกลแล้ว