ธุรกิจบริหารจัดการที่จอดรถในไทย ดูเงียบ ๆ แต่รายได้ปีละเป็นร้อยล้าน

ธุรกิจที่หลายคนไม่ค่อยได้ยินนักคือ ธุรกิจบริหารจัดการที่จอดรถ เพราะมักเป็นธุรกิจแบบ B2B เลยไม่ได้มีการโฆษณาเท่าไร แต่รู้หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้วธุรกิจเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ปีละเป็นร้อยล้าน ท่ามกลางโครงสร้างเมืองที่เอื้อต่อการมีรถยนต์ส่วนบุคคล 

 

 

ทั้งนี้ บมจเจนก้องไกล หรือ JPARK เป็นบริษัทเดียวใน Infographic นี้ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยรายได้ลดลงเรื่อย ๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจนมาอยู่ที่ 550 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิกระโดดไปแตะ 165 ล้านบาทในปี 2567 ที่มีกำไรพิเศษคือกำไรจากสัญญาให้เช่าช่วง ก่อนจะกลับลงมาที่ 83 ล้านบาทในปี 2568  

นิปปอน พาร์คกิ้ง ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทจากญี่ปุ่น มีรายได้ไต่จาก 256 ล้านบาทเป็น 284 ล้านบาทไปอยู่ที่ 284 ล้านบาทและกำไรก็ขยับขึ้นทุกปีจาก 33 เป็น 35 ล้านบาท  

อินฟินิท เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น ที่ขายและติดตั้งระบบแนะนำที่จอดรถอัจฉริยะ ระบบคิวอัตโนมัติ และล็อกเกอร์อัจฉริยะ พลิกจากขาดทุน 8.2 ล้านบาทในปี 2566 มาเป็นกำไร 13 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมรายได้ที่โตต่อเนื่องจาก 159 เป็น 237 ล้านบาท 

ฟอร์เวิร์ด ซิสเต็ม สวนทางกับคู่แข่ง โดยรายได้หดจาก 235 ล้านบาทเหลือ 130 ล้านบาทในเวลา 3 ปี และขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปีซ้อนจนติดลบ 19 ล้านบาทในปี 2568 ธุรกิจของบริษัทนี้เน้นรับงานติดตั้งระบบ Smart Parking และ Access Control ให้อาคารเป็นโครงการ ๆ ไป อย่างที่เคยทำให้สามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งจุดอ่อนของโมเดลนี้คือรายได้ไม่สม่ำเสมอ พองานใหญ่หมดสัญญาแล้วยังไม่มีงานใหม่มาแทนก็กระทบกำไรทันที 

ทั้งนี้ ธุรกิจบริหารจัดการที่จอดรถจริง ๆ มีทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของหรือถือสิทธิระยะยาวในพื้นที่จอดรถเอง อย่างธุรกิจ PS ของ JPARK ซึ่งต้องลงทุนหนักตั้งแต่ต้น ทั้งค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างอาคารจอดรถ หรือค่าเช่าระยะยาวเพื่อได้สิทธิการใช้พื้นที่ เป็นธุรกิจที่ใช้เงินทุนสูงและคืนทุนช้า แต่แลกมาด้วยรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว 

และผู้รับจ้างบริหารหรือผู้ขายเทคโนโลยีหรือระบบให้เจ้าของพื้นที่อีกที อย่างธุรกิจ PMS และ CIPS ของ JPARK รวมไปถึงธุรกิจ NPD, Infinite และ Forward System ซึ่งไม่ต้องแบกต้นทุนที่ดินหรืออาคาร โครงสร้างต้นทุนจึงเบากว่ามาก ทำให้คืนทุนเร็วกว่า 

จุดนี้เองที่อธิบายได้ว่าทำไมสัดส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนกับไม่หมุนเวียนของแต่ละบริษัทถึงต่างกัน สินทรัพย์หมุนเวียนคือเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือ ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนคือที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสิทธิการใช้พื้นที่ระยะยาว บ่งชี้ถึงเงินทุนที่ถูกล็อกไว้กับโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว  

ฟอร์เวิร์ด ซิสเต็มกับอินฟินิทที่ขายระบบและรับงานโครงการจึงมีสินทรัพย์หมุนเวียนสูงถึง 93% และ 78% ตามลำดับ เพราะสินทรัพย์ส่วนใหญ่คือลูกหนี้ที่รอเก็บเงินจากลูกค้าและสินค้าคงเหลือรอส่งมอบ ในขณะที่ JPARK กลับมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนสูงถึง 82% เพราะธุรกิจ PS หรือการเช่าที่ดินมาทำที่จอดรถที่เป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท ต้องถือครองหรือเช่าระยะยาวพื้นที่จอดรถเอง ทำให้งบดุลเต็มไปด้วยที่ดิน อาคารจอดรถ สิทธิการใช้พื้นที่ตามสัญญาเช่า ทำให้เงินก็ยิ่งถูกฝังอยู่ในสินทรัพย์ระยะยาวมากเท่านั้น 

 

ที่มาDBD, 56-1 ของ JPARK