ในปี 2568 บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของร้านลัคกี้ สุกี้ และลัคกี้ บาร์บีคิว มีรายได้ประมาณ 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112% จากปีก่อนหน้า ปัจจุบัน บริษัทมีร้านอาหารรวม 45 สาขา แบ่งเป็นลัคกี้สุกี้ 33 สาขา และ ลัคกี้ บาร์บีคิว 12 สาขา
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 3,500 สาขา พร้อมขยายสาขาเพิ่มอีก 67-72 สาขา แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 25 – 30 สาขา ผ่านกลยุทธ์หลักของบริษัทในปีนี้มีอยู่ 4 แกน ได้แก่
- ยกระดับสินค้าและคุณภาพเพิ่มเมนูใหม่และเมนูพรีเมียม เพื่อเพิ่มมูลค่าและความคุ้มค่า
- ตอกย้ำความคุ้มค่าและการเข้าถึงง่าย ด้วยราคาที่สมเหตุสมผลและโปรโมชั่นกระตุ้นการซื้อซ้ำ
- ขยายยอดขายทุกช่องทาง เพิ่มประสิทธิภาพทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี่
- บริหารต้นทุนและมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ระบบงาน และการบริการให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา
การขยายธุรกิจในปี 2569 จะดำเนินภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งการคัดเลือกทำเล ระบบบริหารจัดการ มาตรฐานการดำเนินงาน และการขยายสาขาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงยึดแนวคิด “เติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าการขยายอย่างรวดเร็ว” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังเปิดตัวคอนเซปต์ร้านใหม่ ลัคกี้ มาร์เช่ ที่เป็นคอนเซปต์ใหม่เป็นการจัดโซนในร้านให้ลูกค้าสามารถเดินมาตักอาหารต่าง ๆ ได้เอง แตกต่างตากคอนเซปต์เดิมที่ให้ลูกค้ากดสั่งเมนูเองผ่าน QR Code
ทางร้านคาดการณ์ว่า คอนเซปต์นี้จะเป็นการแก้เพน พอยต์ของลูกค้า ที่เวลาหิว จะสั่งอาหารมาเยอะเกินความต้องการจริง ๆ หรือบางทีอาหารมาช้าก็จะกดสั่งซ้ำ ทำให้ร้านเสิร์ฟอาหารเพิ่มเกินจำเป็น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ร้านสามารถลด Food Waste ลงได้และบริษัทมีความยืดหยุ่นในการเลือกพื้นที่เปิดร้านได้มากขึ้น เพราะบางพื้นที่จะมีข้อจำกัดด้านขนาดสำหรับร้านลัคกี้สุกี้แบบเดิม
โดยร้านคอนเซปต์ใหม่นี้จะมาพร้อมเมนูใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูของทอดอีก 3 รายการ เช่น ไก่จ๊อ เห็ดเข็มทองทอดกรอบ และเครื่องดื่มสลัชชี่รสชาติใหม่ ๆ อีก 3 รายการ ปัจจุบัน บริษัทปรับใช้คอนเซปต์นี้สาขาแรกอยู่ที่ร้านลัคกี้ สุกี้สาขาตลาดอมรพันธุ์ โดยภายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายคอนเซปต์ ลัคกี้ มาร์เช่ ไปมากกว่า 10 สาขา โดยการขยายสาขาจะพิจารณาจากความเหมาะสมของพื้นที่และพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก โดยจะเน้นไปที่ทำเลโซนที่มีคนรุ่นใหม่สัญจรอยู่เป็นจำนวนมาก และเน้นทำเล Community Mall ที่มีพื้นที่กระชับ เพื่อให้ลูกค้าเดินเลือกอาหารได้อย่างสะดวก
ด้านคุณรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมร้านอาหารไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้บริโภคจะใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น แต่แบรนด์ที่สามารถมอบ “ความคุ้มค่า” ควบคู่กับประสบการณ์ที่แตกต่าง จะยังคงได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และมีทางเลือกที่หลากหลาย สะท้อนจากมูลค่าตลาดร้านอาหารไทยในปี 2569 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 660,000 ล้านบาท เติบโต 4.6% ขณะที่ตลาดร้านอาหารประเภทสุกี้–ชาบูในประเทศไทย คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 35,000–40,000 ล้านบาท และเติบโตในอัตรา 5–8% ต่อปี โดยรูปแบบที่เติบโตเด่นคือบุฟเฟต์ที่เน้นความคุ้มค่า มีเมนูหลากหลาย และมอบประสบการณ์มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แม้ช่องทางเดลิเวอรี่จะมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่การรับประทานที่ร้าน (Dine-in) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาด
ด้านคุณวิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมการแข่งขันในตลาดสุกี้ยังคงรุนแรง จากจำนวนผู้เล่นทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีการ ตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยไม่ได้พิจารณา “ราคา” เป็นปัจจัยเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าประสบการณ์ และความหลากหลายของเมนูมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ ลัคกี้ สุกี้ และ ลัคกี้ บาร์บีคิว ที่มีความเข้าใจผู้บริโภคไทยอย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านรสนิยม ความต้องการ และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถตั้งราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมอบคุณค่าโดยรวมที่ตอบโจทย์ในระยะยาว
ที่มา: งานแถลงข่าวบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
The Business Plus บิสิเนสพลัส

