ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตส่วนตัวของผู้คนอย่างมาก ตั้งแต่การตอบคำถาม การช่วยสร้างไอเดียใหม่ ๆ ไปจนถึงการให้ข้อมูลเชิงลึกที่ตรงความต้องการผ่านเพียงคำสั่งสั้น ๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การประยุกต์ใช้ AI ในองค์กรยังไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากข้อจำกัดด้านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานยาก การกระจายตัวของระบบและทีมที่แยกกันทำงาน ปัญหาความคลาดเคลื่อนของคำตอบ รวมถึงและการขาดความเข้าใจในบริบทเฉพาะขององค์กรอย่างถ่องแท้
ในงาน Dreamforce ที่ผ่านมา Salesforce ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาดังกล่าว ผ่าน Agentforce 360 โดยใช้ Slack เป็นอินเทอร์เฟซการสนทนาหลัก ที่ทำให้พนักงานและ AI agent สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดคือการใช้อินเทอร์เฟซและประสบการณ์การใช้งานที่คุ้นเคยของ Slack มาเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ การดำเนินงาน และข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์ เพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าถึงข้อมูลอัจฉริยะที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีพื้นฐานจากข้อมูลการสนทนา (conversational data) ข้อมูลลูกค้า (customer data) คำอธิบายชุดข้อมูล (metadata) และขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน
การนำพลังของ Agentic Enterprise เข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่เกิดบทสนทนาในที่ทำงานนับพันล้านครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้การทำงานร่วมกับ AI ระดับองค์กรเป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติ เสมือนการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง
หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์นี้คือ Slackbot ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ ที่ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อรองรับยุค Agentic Enterprise
Slackbot โฉมใหม่นี้คือผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับการทำงานที่ฝังอยู่ใน Slack โดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากบริบทที่ผู้ใช้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว และทำงานร่วมกับเครื่องมือและข้อมูลที่ผู้ใช้ไว้วางใจบน Slack ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยและการจัดการสิทธิ์ที่เข้มงวด Slackbot สามารถช่วยค้นหาคำตอบ จัดระเบียบงาน สร้างเนื้อหา นัดหมายการประชุม และสั่งให้ระบบดำเนินการต่าง ๆ ได้ในที่เดียว โดยไม่ต้องสลับแอป ไม่ต้องติดตั้งหรือเรียนรู้เครื่องมือใหม่ และไม่เพิ่มภาระในการดูแลระบบใด ๆ เพิ่มเติม
Slackbot เป็น AI agent สำหรับพนักงานที่องค์กรสามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องพัฒนาเพิ่ม (out-of-the-box) และถูกออกแบบมาให้เข้าใจพนักงานทุกคน ทีมงาน และวิธีการทำงานอย่างลึกซึ้ง และในเร็วๆ นี้ Slackbot จะกลายเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการทำงานร่วมกับ Agentforce และระบบ AI อื่น ๆ ด้วยการสนทนาที่เรียบง่าย สามารถสั่งงานและจัดการขั้นตอนการทำงานต่างๆ โดยอ้างอิงจากข้อมูลเชิงธุรกิจและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
Parker Harris, Co-Founder, Salesforce & Chief Technology Officer, Slack กล่าวว่า “Slackbot ไม่ใช่เพียง copilot หรือผู้ช่วย AI ทั่วไป แต่คือประตูสู่ Agentic Enterprise ที่ขับเคลื่อนโดย Salesforce ที่นำ AI มาทำงานร่วมกับข้อมูลบริษัท ขั้นตอนการทำงาน และการสนทนาใน Slack ได้อย่างกลมกลืน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ Agentforce 360 เกิดขึ้นจริง ผ่านอินเทอร์เฟซการสนทนาที่ใช้งานง่าย และยกระดับศักยภาพของพนักงานทุกคนด้วย AI ระดับองค์กร”
Slackbot เวอร์ชันใหม่พร้อมให้บริการแล้วสำหรับลูกค้าที่ใช้แพ็กเกจ Business+ และ Enterprise+
Slackbot ปรับตัวให้เข้ากับบริบทการทำงานของผู้ใช้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงานหรือเรียนรู้เครื่องมือใหม่
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้องค์กรยังไม่กล้านำ AI มาใช้อย่างจริงจังคือเรื่อง ความไว้วางใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องให้ AI จัดการงานหรือการโต้ตอบที่มีความละเอียดอ่อนและส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ การที่องค์กรจะสามารถไว้วางใจ AI agent ได้นั้น AI agent จำเป็นต้องเข้าใจบริบทการทำงานอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของลักษณะงานที่กำลังดำเนินการ ผู้ร่วมงานที่เกี่ยวข้อง การจัดลำดับความสำคัญของงาน ตลอดจนต้องสามารถเข้าถึงบทสนทนา เอกสาร และระบบฐานข้อมูลหลักที่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญขององค์กร โดยคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูล และการทำงานที่กลมกลืนกับระบบเดิม เพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนหรือความเสี่ยงต่อองค์กร
Agent ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น การทำงานแยกส่วนในแอปพลิเคชันต่างหาก การเริ่มต้นใช้งานโดยปราศจากความเข้าใจในบริบทที่จำเป็น และการที่ผู้ใช้ต้องอธิบายข้อมูลซ้ำซ้อนอยู่เสมอ แม้ว่า AI agent เหล่านี้จะมีความสามารถที่น่าประทับใจ แต่ข้อจำกัดดังกล่าวก็เป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างความไว้วางใจจากองค์กร
Slackbot มีความโดดเด่นที่แตกต่างจาก AI agent อื่น ๆ เนื่องจากถูกพัฒนาขึ้นให้ทำงานร่วมกับ Slack โดยเฉพาะ พร้อมให้บริการแก่พนักงานทุกคนในองค์กรได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องผ่านการตั้งค่าหรือการฝึกอบรมเพิ่มเติม และที่สำคัญที่สุดคือ Slackbot รู้จักเราอยู่แล้ว ทั้งจากบทสนทนา เอกสารต่าง ๆ ช่องทางการทำงาน และผู้ร่วมงาน โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เช่นเดียวกับผู้ใช้งาน ภายใต้กรอบการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าถึงที่เข้มงวด ซึ่งทำให้ Slackbot สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ ตรงประเด็น และเป็นประโยชน์ต่อการทำงานจริงมากขึ้น เพียงเริ่มต้นบทสนทนา
เมื่อเวลาผ่านไป Slackbot จะยิ่งพัฒนาขีดความสามารถได้มากยิ่งขึ้น
เมื่อองค์กรมีการนำ Agentforce และ AI agent อื่น ๆ มาใช้งานทั่วทั้งองค์กร Slackbot จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลักในการประสานงานและเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง AI agent ทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการพิจารณาเลือกใช้ AI agent หรือเครื่องมือที่เหมาะสม เนื่องจาก Slackbot สามารถวิเคราะห์คำสั่งของผู้ใช้และดำเนินการเชื่อมต่อกับระบบที่เกี่ยวข้องได้โดยอัตโนมัติ พร้อมประสานการทำงานระหว่างระบบและ agent ต่าง ๆ อยู่เบื้องหลัง ในขณะที่ผู้ใช้สามารถทุ่มเทกับงานที่สำคัญกว่าได้
วันนี้ Slackbot ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น และในอนาคตจะกลายเป็นประตูสู่รูปแบบการทำงานใหม่ ที่มนุษย์และ AI agent ทำงานร่วมกันบน Slack ได้อย่างเป็นธรรมชาติและเต็มไปด้วยความมั่นใจ
Sinan, Head of Beast Games Marketing, Beast Industries กล่าวว่า “Slackbot ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานของผมได้มากถึงวันละ 90 นาที ยกตัวอย่างเช่น เมื่อผมขอให้สร้าง canvas สำหรับการประชุมวันพรุ่งนี้ Slackbot สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 17 วินาที และให้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีกว่าที่ผมทำเองเสียอีก”
จะเป็นอย่างไรเมื่อ AI เข้าใจผู้ใช้และลักษณะงานต่าง ๆ อย่างแท้จริง
เครื่องมือ AI ส่วนใหญ่มักให้ประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกันให้กับผู้ใช้ทุกคน เนื่องจากขาดความเข้าใจบริบทและรายละเอียดปลีกย่อยของการทำงาน อีกทั้งยังบังคับให้ผู้ใช้ต้องสลับไปมาระหว่างหลายเครื่องมือกว่าจะทำงานให้เสร็จ ส่งผลให้การทำงานขาดความเป็นส่วนตัว และไม่สอดคล้องกับวิธีการทำงานจริงของผู้ใช้
เมื่อ AI เข้าใจทั้งผู้ใช้และลักษณะงานต่าง ๆ อย่างแท้จริง AI จะไม่ให้ความรู้สึกเป็นเครื่องมือทั่วไปอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ สามารถให้คำตอบที่เฉพาะเจาะจงและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ไม่ใช่เพียงการแสดงผลการค้นหาแบบทั่วไป
Slackbot คอยช่วยเหลือผู้ใช้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยหาว่า “ไฟล์สำคัญที่มีคนส่งมาให้อยู่ตรงไหน” หรือ “เราตัดสินใจเรื่องงบประมาณไตรมาส 4 ไว้อย่างไร” ไปจนถึงการขอให้ Slackbot “สรุปความคืบหน้าของเกม Project Phoenix ให้หน่อย”
จากบทสนทนาสู่การลงมือทำ
Slackbot ไม่เพียงเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูล แต่ยังเป็นผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนการทำงานให้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการร่างบันทึกการประชุม อัปเดตความคืบหน้าโครงการ หรือจัดทำบรีฟต่าง ๆ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ได้ภายในไม่กี่วินาที พร้อมทั้งปรับแก้ไขได้ทันทีผ่านการสนทนา รวมถึงยังช่วยพัฒนาแนวคิดเบื้องต้นให้กลายเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันที่พร้อมใช้งาน โดยผู้ใช้ไม่ต้องเสียจังหวะหรือหลุดจากกระบวนการทำงาน
เมื่อพูดถึงการจัดการตารางงานในแต่ละวัน Slackbot มีความเข้าใจผู้ใช้และตารางเวลาการทำงานเป็นอย่างดี ช่วยค้นหาช่วงเวลาว่างในปฏิทิน นัดหมายการประชุม จัดลำดับความสำคัญของงาน และตั้งการแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้งานสำคัญตกหล่น แทนที่จะต้องสลับไปมาระหว่างหลายเครื่องมือ ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับงานและรักษาโมเมนตัมในการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อบทสนทนาผสานกับบริบทของลูกค้า
นี่คือจุดที่ AI กลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์อย่างแท้จริง
แม้โมเดล AI ทั่วไปจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเขียนงาน แต่ยังไม่สามารถสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลสำคัญขององค์กร อาทิ ประวัติลูกค้า รายละเอียดบัญชี และข้อมูลทางธุรกิจที่จำเป็น
Slackbot ช่วยเชื่อมโยงช่องว่างของข้อมูลด้วยการผสานบทสนทนาเข้ากับบริบทของลูกค้า โดยบูรณาการข้อมูลจาก Salesforce ร่วมกับการสนทนาและเอกสารใน Slack ทำให้ทีมงานสามารถเตรียมพร้อมก่อนการประชุม เข้าใจสถานะโดยรวมของลูกค้า และวางแผนขั้นตอนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึกที่เหนือกว่าการใช้งานระบบใดระบบหนึ่งเพียงลำพัง
ก่อนการประชุมสำคัญกับลูกค้า Slackbot สามารถจัดเตรียมข้อมูลสรุปที่ครอบคลุมทั้งบทสนทนาล่าสุด เอกสารที่เกี่ยวข้อง และประวัติของลูกค้า โดยรวบรวมข้อมูลที่กระจายอยู่ในระบบต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ความไว้วางใจระดับองค์กร ส่งมอบในประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว
AI ระดับองค์กรจะทำงานได้จริง ก็ต่อเมื่อความไว้วางใจต้องมาก่อน
Slackbot ถูกพัฒนาบนพื้นฐานด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือระดับเดียวกับ Slack โดยมีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวดตามบทบาทและสิทธิ์ของผู้ใช้แต่ละราย ระบบจะแสดงเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึงเท่านั้น การใช้งานทั้งหมดถือเป็นความลับส่วนบุคคล และข้อมูลทั้งหมดได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Slack
นี่คือความไว้วางใจระดับองค์กร ที่ถูกส่งมอบผ่านประสบการณ์การใช้งานแบบสนทนาที่เป็นส่วนตัว
วิถีการทำงานรูปแบบใหม่ ที่เริ่มต้นแล้ววันนี้
การเปิดตัวครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการทำงานในยุค Agentic ที่ช่วยยกระดับทั้งการทำงานเป็นทีมและการทำงานส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย Slackbot ที่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนการทำงานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้การทำงานราบรื่น ลดความซับซ้อน และช่วยให้งานต่อเนื่องดำเนินไปได้อย่างคล่องตัว
แทนที่ผู้ใช้จะต้องปรับตัวให้เข้ากับเครื่องมือ เครื่องมือต่างหากที่จะปรับตัวให้เข้ากับผู้ใช้เอง
Christine McHone, Global Enterprise TMT Leader, Slalom กล่าวว่า “Slackbot เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมงานที่เก่งมาก พร้อมให้ความช่วยเหลือ และเข้าใจธุรกิจของเราเป็นอย่างดี แทนที่จะต้องสลับแอปไปมาและเสียสมาธิ ฉันสามารถทำงานอยู่ใน Slack ได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น ซึ่งเปลี่ยนวิธีการทำงานของฉันให้มีประสิทธิภาพขึ้นอย่างสิ้นเชิง”
เสียงจากลูกค้า
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทชั้นนำหลายแห่ง อาทิ Beast Industries, reMarkable, Xero, Mercari, Engine, Slalom รวมถึงทีมงานภายในของ Salesforce ได้นำ Slackbot มาใช้งาน และได้รับผลตอบรับที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
Andy White, SVP Business Technology, Salesforce กล่าวว่า “Salesforce เป็นผู้ใช้งานกลุ่มแรก (customer zero) ของ Slackbot และเราเห็นชัดว่า AI สามารถปฏิวัติวิธีการทำงานของเราได้จริง ทีมของเราประหยัดเวลาได้หลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ จากที่เคยต้องเสียเวลาไปกับการค้นหาข้อมูล ทำความเข้าใจบริบท และรอคำตอบ นอกจากจะได้ประสบการณ์การทำงานที่ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้เรามีเวลามากขึ้นสำหรับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลลูกค้า การวางแผนกลยุทธ์ หรือการสร้างนวัตกรรม เพราะ AI ควรช่วยลดภาระงานประจำ เพื่อให้เราได้ทุ่มเทกับงานที่สร้างคุณค่ามากขึ้น”
Spencer, Creative Supervisor, Beast Industries กล่าวว่า “ผมวางโทรศัพท์ไว้แค่ 10 นาที กลับมาอีกทีมีข้อความใหม่เข้ามา 30–40 ข้อความแล้ว ผมแค่ถาม Slackbot มันสรุปให้ทันทีว่ามีการตัดสินใจอะไรไปบ้าง เพราะอะไร และผมต้องดำเนินการอะไรต่อ เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยติดตามและจดจำทุกอย่างแทนผมตลอดเวลา”
Mollie Bodensteiner, SVP of Ops, Engine กล่าวว่า “Slackbot เปรียบเสมือน ‘ผู้จัดการความวุ่นวาย’ ให้ทีมของเราได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ใช่แค่ช่วยจัดการงานทั่วไป แต่ยังเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทีมที่เข้าใจธุรกิจของเราได้ดีกว่าเครื่องมือภายนอกอื่น ๆ ผมประเมินว่าแค่การลดการสลับหน้างานไปมา ช่วยประหยัดเวลาได้ถึงวันละ 30 นาที ซึ่งไม่เพียงสะดวกแต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเห็นได้ชัด”
Peter Stoltz, VP, Head of CIO Office, reMarkable กล่าวว่า “Slackbot คือสมองที่สองของผม เป็นความทรงจำที่ผมอยากมีเอง ทุกครั้งที่มีคำถามเกี่ยวกับงาน ผมจะถาม Slackbot ไม่ว่าจะเป็นการช่วยแปลภาษา การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากร หรือการดำเนินธุรกิจ ผมสามารถถาม Slackbot ได้ทันที และมันจะให้ทั้งข้อมูลและคำอธิบายที่ครบถ้วนพร้อมบริบทที่เกี่ยวข้อง”
Megan Harrigan, Director of Global CX Projects & Readiness, Xero กล่าวว่า “เนื่องจากเราใช้ Slack เป็นพื้นที่หลักในการทำงานอยู่แล้ว Slackbot จึงเข้าใจรูปแบบการทำงานของเราได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเรากำลังทำอะไร หรือทีมทำงานอย่างไร เพราะมันเข้าใจบริบทการทำงานของเราตั้งแต่เริ่มใช้งาน”
Director of Product and Operations ของบริษัทสื่อขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง กล่าวว่า “ด้วยการใช้ Slackbot เราสามารถวิเคราะห์การดำเนินงานเชิงลึกจากช่องทางการจัดตารางงานที่มีปริมาณสูงสองช่องทางได้ครบถ้วน ระบบสามารถระบุรูปแบบที่ชัดเจนได้ทันทีว่าโลเคชันใดมีความน่าเชื่อถือสูง และโลเคชันใดเป็นสาเหตุของอัตราการยกเลิกที่สูง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในระดับนี้ ที่เคยต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการรวบรวมและประมวลผลด้วยคน ตอนนี้ทำได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที”
พร้อมพบกับ agent ส่วนตัวสำหรับการทำงานแล้วหรือยัง
Slackbot เริ่มทยอยเปิดให้บริการ สำหรับลูกค้าที่ใช้แพ็คเกจ Business+ และ Enterprise+ โดยจะเปิดให้ใช้งานเป็นระยะตลอดเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์
การให้บริการ Slackbot
Slackbot เวอร์ชันใหม่ได้เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานสำหรับลูกค้าในบางแพ็กเกจแล้วตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2569 โดย เจ้าขององค์กร และผู้ดูแลระบบที่ใช้งาน Slack แพ็กเกจ Enterprise สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง Slackbot (หรือจำกัดการใช้งานทั้งหมด) ได้จนถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
บริการหรือฟีเจอร์ใด ๆ ที่กล่าวถึงซึ่งยังไม่ได้เปิดให้ใช้งาน อาจไม่พร้อมให้บริการตามกำหนดเวลาที่ระบุ หรืออาจไม่ได้เปิดให้ใช้งานเลย ลูกค้าควรตัดสินใจซื้อโดยอ้างอิงจากฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานในปัจจุบันเป็นหลัก
The Business Plus บิสิเนสพลัส

