ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยและระบบการเงินโลก เผชิญความผันผวนอย่างต่อเนื่อง บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กลับเป็นหนึ่งในองค์กรไม่กี่แห่งที่นักลงทุนสถาบันยังคงจับตาด้วยความสนใจเชิงโครงสร้าง
ไม่ใช่เพราะการเติบโตหวือหวา หากแต่เพราะบทบาทเฉพาะตัวในฐานะธุรกิจที่เติบโตสวนวัฏจักร และความสามารถในการบริหาร “จังหวะของความเสี่ยง” ได้อย่างเป็นระบบ
และภายใต้การนำของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งได้สร้างผลงานที่จับต้องได้อย่างต่อเนื่อง
หากมอง BAM เพียงผิวเผิน บริษัทอาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจบริหารหนี้ หรือ AMC ทั่วไป แต่ในเชิงโครงสร้าง BAM มีบทบาทที่ลึกกว่านั้นมาก
ดร.รักษ์ วางโครงสร้างองค์กรให้ทำหน้าที่เสมือนกลไกดูดซับแรงกระแทกของระบบการเงิน โดยรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน ในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแรง ก่อนจะค่อย ๆ บริหาร ปรับโครงสร้าง และสร้างมูลค่าเพิ่ม
ตัวเลขทางการเงินที่น่าสนใจของ BAM มีสินทรัพย์รวม 140,635 ล้านบาทในปี 2567 ก่อนขยับมาเป็น 135,330 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568
แต่ที่น่าสนใจก็คือ บรรทัดสุดท้ายของรายงานงบประจำปี ถือเป็นดัชนีวัดผลการทำงานว่า ประสบผลสำเร็จหรือไม่ !!!
กำไรสุทธิ ปี 2567 อยู่ที่ 1,601.64 ล้านบาท ในขณะที่ตัวเลขรายงานแค่ 9 เดือน ปิดที่ 1,694.52 เพิ่มขึ้นกว่า 57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
และคาดว่า ปิดปี 2568 จะมีกำไรสุทธิราว 1,800 ล้านบาท !!!
ภายใต้การนำของ ดร.รักษ์ กลยุทธ์ของ BAM ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 3 มิติหลัก ได้แก่
1. วินัยในการเข้าซื้อสินทรัพย์ บริษัทเลือกซื้อ NPL และ NPA ในราคาที่สะท้อนความเสี่ยงอย่างแท้จริง ไม่ไล่ตามปริมาณเพียงเพื่อขยายขนาดพอร์ต
2. การยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บและการบริหารสินทรัพย์ โดยตั้งเป้าการเรียกเก็บเงินสดจาก NPL และ NPA รวมกันในระดับราว 17,800 ล้านบาทในปี 2568 ซึ่งสะท้อนความมั่นใจในความสามารถของทีมปฏิบัติการ
3. การบริหารต้นทุนและโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมใหม่ ส่งผลให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีความสม่ำเสมอมากขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนหน้า กับการเข้ามาของ CEO คนปัจจุบัน BAM ในอดีตมักถูกมองว่า เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เชิงรับ รับโอนสินทรัพย์จากระบบการเงินและรอจังหวะขายคืน
แต่ ดร.รักษ์ โชว์ชั้นเชิงการบริหารงานเชิงรุก เพราะเขาวาง Roadmap ไว้อย่างชัดเจนก็คือ เขาต้องการให้ BAM เป็นแบบ PTT
ดังนั้น 8 เดือนที่ผ่านมา เขาลงมือผ่าตัด BAM แบบที่ไม่เคยมี CEO คนไหนทำมาก่อน อาทิ
ในแง่การคัดเลือกสินทรัพย์ การปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้กลับมามีศักยภาพ และการใช้ข้อมูลเพื่อบริหารพอร์ตแบบรายกรณี
สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวคิดการบริหารที่มอง BAM ไม่ใช่เพียงผู้ถือหนี้ แต่เป็นผู้จัดการวงจรชีวิตของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ให้กลับมามีคุณภาพ
แน่นอนว่า เป้าหมายที่ดร.รักษ์ วางไว้ ต้องเผชิญแนวโน้ม ทั้งโอกาสและความท้าทายมากมาย
ต้องบริหารสินทรัพย์ท่ามกลางสารพัดปัจจัยรุมเร้า ทั้ง NPL รอบใหม่อาจเพิ่มขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และการแข่งขันในตลาด AMC ที่รุนแรงขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่อาจผันผวน
ซึ่งเสน่ห์ของหุ้น VI ในสายตานักลงทุน ย่อมต้องฝ่าแรงต้านแบบนี้ไปให้ได้ ในขณะที่ต้องทำผลงานบริหารองค์กร ได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ขีดความสามารถทำกำไรของ BAM ซึ่งจุดที่น่าสนใจอย่างมาก คือ BAM เป็นหุ้นแบบ save invesment ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี (Yield ราว 17% ต่อปี)
เพียงแต่ที่ผ่านมา เสน่ห์ของ BAM กลับไม่หวือหวา
แต่หลังจากดร.รักษ์ เข้ามาบริหาร BAM กลับมาสดใส ร่าเริง เป็นม้าวิ่งไม่หยุด
อย่างโครงการทรัพย์มหาชน ซึ่งถือเป็น Product Hero มีคนสนใจเกือบ 7,000 ราย ปิดการขายได้ 1,000 ล้านบาท ผู้ซื้อจ่ายเป็นเงินสด 805 ราย และอีก 433 ราย ดำเนินการผ่อนตามระยะเงินกู้ในรูปแบบต่าง ๆ
ดังนั้น BAM จึงนำเสนอต่อในเฟส 2 หวังจับกลุ่มลูกค้าระดับบนมากขึ้น โดย BAM จะนำสินทรัพย์ที่มีขนาดราคา 5 ล้านบาทออกมาจำหน่าย ตั้งเป้าจนถึงสิ้นปีจะมียอดขายรวม 3,000 ล้านบาท
ที่น่าสนใจก็คือ ปีนี้ BAM เตรียมแผน Transformation ทั้งปรับโครงสร้างใหม่ เตรียมแผนรีแบรนดิ้ง ปรับ Business model
เพิ่มส่วนงาน TDR Factory แยกการดูแลลูกค้าในแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน เช่น รีเทล ลูกค้าองค์กร และ SMEs เป็นต้น
ที่สำคัญ BAM จะเสริมด้วย New Growth Engine ในหน่วยงานใหม่ อาทิ ส่วนงาน JV หรือ Joint Venture (กิจการร่วมค้า) และส่วนงานรับบริหารหนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้แต่ละแผนก สามารถสร้างผลกำไรให้ BAM เพิ่มเติม โดยเน้นการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม มาสร้างมูลค่าเพิ่มนั่นเอง
จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นว่า สิ่งที่ ดร.รักษ์ลงมือผ่าตัด BAM ไปแล้ว และอีกไม่นานจากนี้ ดอกผลจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้
อย่างน้อย ๆ สิ้นปีนี้ BAM ตั้งเป้ากำไร 2,000 ล้านบาท !!!
The Business Plus บิสิเนสพลัส

