Home / Cover / เดอะมอลล์ กรุ๊ป ก้าวสู่ยุคดิจิทัล ยกระดับการจัดซื้อ ด้วยระบบ eProcurement จากพันธวณิช

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ก้าวสู่ยุคดิจิทัล ยกระดับการจัดซื้อ ด้วยระบบ eProcurement จากพันธวณิช

อุตสาหกรรมค้าปลีก เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากการมาของโลกดิจิทัล เพราะไม่เพียงส่งผลให้สมรภูมิค้าปลีกไทยแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทว่ายังเปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหากผู้ประกอบการยังคงใช้ยุทธศาสตร์ในแบบเดิม ๆ คงไม่เพียงพอ และอาจจะโดน Disrupt ได้ง่าย ๆ

แต่สำหรับ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” เป็นผู้นำธุรกิจศูนย์การค้าและความบันเทิงครบวงจร ที่มีการปรับตัวรับการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี โดยมีการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ M Transformation เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างแพลตฟอร์มสั่งซื้อสินค้าใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพ และรวดเร็วขึ้น รวมทั้งลดต้นทุนด้านการดำเนินงาน จนทำให้เดอะมอลล์ กรุ๊ป กลายเป็นผู้นำค้าปลีกยุคใหม่ที่ครองใจนักช้อปทั้งชาวไทยและต่างประเทศอย่างเหนียวแน่นและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวต่อไป

รู้จัก “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” บนเส้นทางค้าปลีกกว่า 3 ทศวรรษ

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด หรือ The Mall Group (TMG) เป็นผู้พัฒนาโครงการค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยที่มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเป็นผู้นำศูนย์การค้าและความบันเทิงระดับโลก ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ในการช้อปปิ้งที่ครบวงจรและแปลกใหม่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อยู่เสมอ

 

โดยอาณาจักร “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 38 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการเปิด ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ราชดำริ เป็นสาขาแรก และวางจุดยืนไว้ชัดเจนเป็น “อาณาจักรแห่งความสุขของครอบครัว” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าครอบครัว แต่ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ก็ได้รับการตอบรับและเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว จึงได้ขยายสาขาออกไปในทำเลสำคัญ ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทั้ง รามคำแหง ท่าพระ งามวงศ์วาน บางแค และ บางกะปิ จนกลายเป็นห้างสรรพสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น จากนั้นในปี 2543 ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการขยายธุรกิจ Retail จึงได้เปิด “เดอะมอลล์ โคราช” ขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคอีสาน โดยสาเหตุที่เลือกปักหมุดโคราชเนื่องจากมองว่า โคราชจะเป็นประตูสู่ภาคอีสานและสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้

 

นอกจากนี้ เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ยังเดินหน้าพัฒนาศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมและนักท่องเที่ยว โดยเริ่มจาก “ดิ เอ็มโพเรียม” ซึ่งวางคอนเซ็ปต์ไว้เป็นThe Ultimate Shopping Complex และต่อด้วยการปักธง “สยามพารากอน” กับภาพลักษณ์ความเป็น World Class Shopping Destination ที่มุ่งนำเสนอประสบการณ์แฟชั่นระดับโลกและการช้อปปิ้งอย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติ จนสร้างปรากฏการณ์ทอล์กออฟเดอะทาวน์และทำให้ชื่อเดอะมอลล์ กรุ๊ป ผงาดเป็นผู้นำศูนย์การค้าระดับหรูนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จากความสำเร็จในการพัฒนาศูนย์การค้าสยามพารากอน ทำให้เดอะมอลล์ กรุ๊ป รุกสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการค้าปลีกอีกครั้ง ด้วยการสร้าง “ดิ เอ็มควอเทียร์” รวมถึงในอนาคตอันใกล้ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งศูนย์การค้า “เอ็มสเฟียร์” และ “แบงค็อก มอลล์” ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดายิ่งขึ้นไปอีก

 

จากวิสัยทัศน์ที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ วันนี้เดอะมอลล์ กรุ๊ป ภายใต้การนำทัพของ ศุภลักษณ์ อัมพุช สามารถรุกขยายอาณาจักรและเติบโตอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันกลายเป็นผู้นำอาณาจักรศูนย์การค้าและความบันเทิงของเมืองไทยที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ ทั้งยังครองใจผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่น ซึ่งแต่ละปีสามารถให้บริการลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 500 ล้านคนทีเดียว

 

เดอะมอลล์ กรุ๊ป รับยุค 4.0ด้วย M Transformation

ก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการค้าปลีกอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยได้เดินหน้าประกาศแผนยุทธศาสตร์ M Transformation พร้อมสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อที่จะยกระดับเดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้มีความพร้อมและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของค้าปลีกยุค 4.0 ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

“เมื่อพูดถึง Transformation หลายคนอาจมองเป็นการเปลี่ยนแปลง แต่ Transformation สำหรับเดอะมอลล์ กรุ๊ป คือ การพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพื่อให้ทันกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งการจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องเปลี่ยนแปลงในทุกส่วน”

 

จิรยุทธ์ กาญจนมยูร ผู้อำนวยการใหญ่ระบบสารสนเทศ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงความหมายการ Transformation และอธิบายว่า ยุทธศาสตร์ M Transformation เป็นกรอบการดำเนินงานระยะ 3 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2560-2562 เพื่อเป็นทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับสภาพธุรกิจค้าปลีกในยุคดิจิทัลและการเติบโตที่รวดเร็วของเดอะมอลล์ กรุ๊ป โดยมีการขยายสาขาในทำเลที่เป็นยุทธศาสตร์หลักของประเทศ พร้อมมีพนักงานให้บริการกว่า 20,000 คน

สำหรับหัวใจของ M Transformation จะเน้นพัฒนากระบวนการทำงานใน 7 ส่วน ได้แก่ Organization Transformation, M Change SAP, M Procurement, Business Process Transformation, HR Transformation, Capability Transformation และ Sustainability โดยมุ่งอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้เกิดความคล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

โดยระบบแรกที่ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ปรับเปลี่ยนคือ การบริหารจัดการระบบการสั่งซื้อสินค้า (M Procurement) ที่มีอยู่เดิมให้อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลเดียวกัน เนื่องจากระบบดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างนวัตกรรมมาตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเพิ่มความถูกต้อง และลดค่าใช้จ่ายจากการสั่งซื้อสินค้าของศูนย์การค้าในเครือ

 

ปฏิรูประบบสั่งซื้อ ก้าวสำคัญสู่ยุคดิจิทัล

จิรยุทธ์ บอกว่า หลังจากรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ พร้อมเปรียบเทียบคุณสมบัติและฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มที่ต้องการใช้งานจริง จนมั่นใจว่าแพลตฟอร์มการจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ eProcurement ของพันธวณิช จะสามารถตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการจัดซื้อที่รวดเร็ว ต้นทุนเหมาะสม ประกอบกับบริษัทฯ มีทีมงานที่มีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจไทย และมีประสบการณ์ในงานจัดซื้อมายาวนาน

 

“ผมเชื่อมั่นในพันธวณิช เพราะไม่ใช่แค่ขายซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่เป็นแพลตฟอร์มการจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ของคนไทยที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถรองรับความต้องการของเดอะมอลล์ได้ครบถ้วน อีกทั้งซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ของเดอะมอลล์อยู่ในฐานข้อมูลของพันธวณิชอยู่แล้ว ทำให้เขาเข้าใจระบบและเริ่มใช้งานแพลตฟอร์มได้สะดวก พันธวณิชยังฝึกอบรมให้ผู้ใช้งานและซัพพลายเออร์ที่ไม่เคยเข้าระบบทั้งในองค์กรและรวมถึงซัพพลายเออร์ ตลอดจนมีคอลล์เซ็นเตอร์รองรับการใช้งานของยูสเซอร์หลังดำเนินการวางระบบ”

 

จากความมุ่งมั่นในการนำแพลตฟอร์มการจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ของพันธวณิชมาใช้กว่า 2 ปี จิรยุทธ์ บอกว่า นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อที่ดีขึ้นแล้ว โดยลดระยะเวลาและขั้นตอนงานจัดซื้อลดลง รวมถึงช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงานของคน (Human Error) และลดต้นทุนจากการใช้ Sourcing Tool ได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นระบบจัดซื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์และรวมศูนย์ จึงช่วยให้สามารถเข้าถึงซัพพลายเออร์รายใหม่และนำไปสู่ต้นทุนที่ต่ำลง

นอกจากนี้ ยังลดการใช้กระดาษได้ 100% เมื่อเทียบกับระบบสมัยก่อนที่ทุกอย่างต้องทำการอนุมัติบนกระดาษเพียงอย่างเดียว ตลอดจนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำให้เห็นภาพรวมการจัดซื้อขององค์กร เพื่อใช้ในการประมวลผลพฤติกรรมและวางแผนการจัดสั่งซื้อของศูนย์การค้าต่อไปเพื่อให้ได้ต้นทุนลดลงมากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 60% ภายใน 3 ปี พร้อมกับช่วยให้เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้เปรียบในเรื่องของต้นทุน และเสริมให้ศูนย์การค้าของบริษัทฯ แข็งแกร่งครองความเป็นผู้นำสู่เวทีระดับโลกในระยะยาว

 

จากความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนระบบ M Procurement ทำให้วันนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ต่อยอดมาสู่การปรับระบบการจัดซื้อโครงการ หรือ Project Procurement เพิ่มขึ้น เพื่อจะเสริมประสิทธิภาพการจัดซื้อวัสดุ และจัดจ้างผู้รับเหมาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น รองรับกับการเติบโตของเดอะมอลล์ กรุ๊ป และเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำศูนย์การค้าและความบันเทิงครบวงจรที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติต่อไป

 

“การทำ eProcurement เป็นหนึ่งในหัวใจของการดำเนินธุรกิจในโลกยุคปัจจุบัน แต่เนื่องจากการใช้ซอฟต์แวร์ ERP ในการจัดซื้อ มีความยากลำบากและข้อจำกัดมาก โดยเฉพาะการบริหารไลเซนส์ แต่เมื่ออยู่บนแพลตฟอร์มที่ดี สามารถจะ Migrate หรือ Transform การจัดซื้อปัจจุบันเข้าไปในแพลตฟอร์มที่ถูกต้องได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพและขยายตัวได้เร็วยิ่งขึ้น” จิรยุทธ์ ย้ำท้ายถึงการนำระบบ eProcurement มาใช้ในองค์กร