Home / BUSINESS ANALYTIC / รัฐบาลไต้หวันเอาอยู่ ฟื้นเศรษฐกิจกลับมาเติบโต สูงสุดในรอบ 10 ปี

รัฐบาลไต้หวันเอาอยู่ ฟื้นเศรษฐกิจกลับมาเติบโต สูงสุดในรอบ 10 ปี

แม้จะเป็นช่วงที่ผ่านมา หลายประเทศจะต้องเจอบททดสอบหนักหนาสาหัสทางเศรษฐกิจ กับสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 แต่ไม่น่าเชื่อว่า ประเทศที่ค่อย ๆ เรียนรู้และรับมือได้ดีอย่าง ไต้หวัน จะสามารถฟื้นตัวและกลับมาเฉิดฉายได้อย่างสวยงามในช่วงสถานการณ์แบบนี้

มีรายงานจาก Directorate-General Of Budget Accounting And Statistics (DGBAS) ของไต้หวันได้ระบุว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวัน ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น
ถึงร้อยละ 8.16 (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี

ซึ่งปัจจัยสำคัญ เกิดจากการลงทุนขยายการผลิตอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการไต้หวัน และการเติบโตของภาคการส่งออกที่สูงกว่าที่คาดไว้

 

โดยเฉพาะ แผ่นชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าส่งออกเติบโตขึ้น รวมถึงบรรดา เครื่องจักรกล พลาสติก ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ ตลอดจนโลหะพื้นฐาน ต่างก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 ด้วยเช่นกัน

สำหรับมูลค่าส่งออกโดยรวมของไต้หวันในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 97,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.6 (เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว)

ทั้งนี้ผลที่ตามก็คือ ตลาดรถยนต์ใหม่ในประเทศนั้นก็เติบโตตามไปด้วย โดยในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีรถยนต์จดทะเบียนใหม่มากถึง 37,901 คัน
เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ร้อยละ 23

ทำให้ยอดจดทะเบียนรวมของรถยนต์ใหม่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มากถึง 159,476 คัน
เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 จากช่วงเดียวกันของปี 2020
ซึ่งถือเป็นตัวเลขราย 4 เดือนที่สูงที่สุดในรอบ 16 ปี เลยทีเดียว

โดยรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในตลาด 5 อันดับแรกคือ Toyota Corolla Cross, Toyota RAV4, Honda
CR-V, Toyota Corolla Altis และ Nissan Kicks

ทางด้านผู้ประกอบการเอง ต่างก็คาดว่า ตลาดรถยนต์ใหม่ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะยังสามารถคงความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องไว้ได้ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ Covid-19 ให้อยู่ในวงจำกัดได้

อีกทั้งปัญหาการขาดแคลนชิปสำหรับรถยนต์ก็เริ่มเบาบางลงแล้ว จึงเชื่อว่าจะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 38,000 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 13

( อ่าน เหตุผลที่ชิปขาดแคลน เพิ่มเติมได้ที่ : https://www.thebusinessplus.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad/ )

 

ในส่วนของร้านธุรกิจร้านอาหารก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเดือน กุมภาพันธ์และมีนาคมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ถึงร้อยละ 26 และ 29

ทำให้มูลค่าตลาดรวมในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีการขยายตัวร้อยละ 8.6 ด้วย เป็นมูลค่ากว่า 175,417 ล้านเหรียญไต้หวัน (หรือประมาณ 192,958 ล้านบาท)

โดยประเภทร้านอาหารที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด 3
อันดับ 1 คือ ร้านอาหารเอเชีย (รวมถึงร้านอาหารไทย)
มูลค่า 148,933 ล้านเหรียญไต้หวัน (ลดลงร้อยละ 3.5 จากปีก่อนหน้า)

อันดับ 2 ได้แก่ ร้านอาหารอเมริกาเหนือ
มูลค่า 21,643 ล้านเหรียญไต้หวัน (ลดลงร้อยละ 4.4)

อันดับ 3 ร้านอาหารยุโรป
มูลค่า 10,880.3 ล้านเหรียญไต้หวัน (ลดลงร้อยละ 2.3)

ทั้งนี้อัตตราการว่างงานในประเทศ ก็มีแนวโน้มลงลดอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดของเดือนมีนาคม อัตตราการว่างงาน อยู่ที่ร้อยลง 3.72 เทียบจากเดือนธันวาคม ปี 2020 ที่อัตตราว่างงานร้อยละ 3.72

 

 

ข้อมูลอ้างอิง : https://tradingeconomics.com/taiwan/unemployment-rate