Home / Leaderships Management / Fintech – AI ถอยไป Voice Tech มาแล้วจ้า!! เปลี่ยนโลกธุรกิจให้ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
Voice Tech

Fintech – AI ถอยไป Voice Tech มาแล้วจ้า!! เปลี่ยนโลกธุรกิจให้ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

หากปี 2560 เป็นปีที่เทคโนโลยี Fintech, AI, Augmented Reality และ Blockchain มาแรงและก้าวเข้ามาเปลี่ยนโฉมโลกธุรกิจอย่างมาก ในปี 2561 นี้ เราคงต้องจับตามองเทคโนโลยีสั่งการด้วยเสียง หรือ Voice Technology กันให้ดี เพราะว่ากันว่า จะเป็นเทรนด์ใหม่ “มาแรง” ที่เข้ามาพลิกโฉมวิถีการทำตลาดของแบรนด์และธุรกิจให้ทรงพลังเหนือชั้นยิ่งกว่าการโฆษณาแบบเดิม ๆ กันเลยทีเดียว

รู้จัก Voice Tech กันให้ลึกซึ้ง

ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด หนึ่งในหัวใจของการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ นอกจากไอเดียที่เฉียบคมแล้ว สิ่งสำคัญยังอยู่ที่ “จังหวะและเวลา” ต้องเหมาะด้วย เพราะต่อให้มีไอเดียสุดบรรเจิดแค่ไหน แต่หากอยู่ในช่วงเวลาและจังหวะไม่เหมาะสม แทนที่ไอเดียดี ๆ จะ “ปัง” อาจจะกลายเป็น “พัง” ในชั่วข้ามคืน

โลกของเทคโนโลยีก็เช่นกัน แม้เทคโนโลยีนั้นจะสุดล้ำแค่ไหน หากมาผิดเวลา ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ย่อมไร้ความหมายกลายเป็นเศษเหล็กเอาได้ง่าย ๆ ดังเช่นเมื่อครั้งที่สมาร์ทโฟนแจ้งเกิดในเมืองไทย ก็ไม่ได้โด่งดังในทันที เพราะพัฒนาการของเทคโนโลยี ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในขณะนั้นยังไม่พร้อมต่อการใช้งานของผู้บริโภค ผนวกกับราคาที่ยังสูงเกินไป กระทั่งการเข้ามาของยักษ์ Apple พร้อมกับ Mobile Internet สมาร์ทโฟนจึงเริ่มได้รับความนิยมและกลายเป็นอุปกรณ์สุดฮอตที่ผู้บริโภคขาดไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน

เส้นทางของ Voice Technology หรือ Voice Tech ก็ไม่ต่างกัน จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีสั่งการด้วยเสียงนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณ 3-5 ปีที่แล้ว ในชื่อของ Voice Assistance โดยถูกวางให้เป็นเสมือนเลขาส่วนตัวที่รู้ใจไปหมดทุกเรื่อง เพราะไม่ว่าคุณจะไปไหน ทำอะไร ต้องการสิ่งใด แค่สั่งการด้วยเสียงแทนการใช้นิ้วจิ้มแบบเดิม ๆ คุณก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการอย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยผู้ช่วยอัจฉริยะที่คนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ก็ต้องนี่เลย เจ้า Siri ของ Apple, Google Assistant และ Alexa ของ Amazon Echo

สำหรับยุคปัจจุบัน ด้วยพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง ต้องการทั้งความแตกต่างและสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แถมยังมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนเดิม เมื่อผนวกกับพัฒนาการด้านการจดจำเสียงและการประมวลผลที่แม่นยำขึ้น จึงทำให้ Voice Tech กลับมาเฟื่องฟู จนกลายเป็นที่พูดถึงในแวดวงการตลาดว่าจะเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังในโลกธุรกิจในปีนี้แน่

อาวุธสื่อสารแบรนด์-สร้างการจดจำชั้นดี

เหตุผลหลักที่ทำให้แวดวงเอเยนซี่ปักใจเชื่อกันว่า Voice Tech จะเข้ามามีอิทธิพลต่อโลกธุรกิจมากขึ้นนั้น ก็เพราะนับวันเทคโนโลยีเสียงจะเข้ามาแทกซึมอยู่ในชีวิตของทุกคนมากขึ้น ขณะที่ประโยชน์ของเสียงนั้นไม่ได้แค่ทำให้ชีวิตของผู้บริโภคง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสื่อสารที่มีความเป็นธรรมชาติที่สุดด้วย ซึ่งหากมองในแง่แบรนด์แล้ว ย่อมจะสื่อสารจุดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์ที่เขาชื่นชอบอย่างมีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้ จากรายงาน “Speak Easy” ของเอเยนซี่ชั้นนำในเครือ WPP ซึ่งทำการสำรวจผู้คนกว่า 6,780 คน จาก 9 ประเทศทั่วโลก ประกอบด้วย สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, เยอรมัน, สเปน, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, จีน, สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทย พบว่าเกือบ 50% ของประชากรจะทำการค้นหาข้อมูลผ่านการสั่งงานด้วยเสียงที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟน และภายในปี 2563 ประชากรโลกจะเปลี่ยนรูปแบบการหาข้อมูลเป็น 50% แทนการหาข้อมูลด้วยการพิมพ์ที่มีสัดส่วน 20% ในปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในปี 2564 ทั่วโลกจะมีอุปกรณ์ที่มีผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียงติดตั้งไว้ใช้งานกว่า 7,500 ล้านเครื่อง ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรโลกที่คาดว่าจะมี 7,000 ล้านคนทีเดียว

เมื่อเจาะลึกลงไปถึงพฤติกรรมการใช้งาน ผลวิจัยยังพบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าการ “สั่งการ” ด้วยเสียงเข้ามาเป็นผู้ช่วยที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น และสามารถทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันได้ โดยส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้ในการค้นหาทางออนไลน์ สอบถามเส้นทาง และถามคำถามต่าง ๆ

แบรนด์กระโจนสู่สนาม Voice Tech

แม้ปัจจุบันในเมืองไทยจะยังไม่มีตัวเลขตลาดนี้อย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้บรรดาผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่มองเห็นโอกาส ก็เริ่มใส่เกียร์ลุย นำร่อง Voice Tech เข้ามาชิมลางสร้างประสิทธิภาพในการทำตลาดกันบ้างแล้ว

เริ่มจากแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่างแสนสิริ ที่ได้จับมือกับ Amazon Web Services ผู้ให้บริการในเครือ Amazon และกลุ่มเดลิเทค ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีบนคลาวด์ ผุดนวัตกรรมการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ในชื่อ “Sansiri AI Box” ซึ่งมีระบบและการทำงานลักษณะเดียวกับ “Alexa” ของ Amazon แต่ Sansiri AI Box นี้จะสามารถสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้ โดยคาดหมายกันว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาส 2 ปี 2561

ค่ายรถยนต์ก็ไม่น้อยหน้า โดยแบรนด์ลูกครึ่งอย่างค่าย MG ได้เปิดตัว “i-smart” ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะมาใส่ในรถยนต์เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยผู้ใช้สามารถจะสั่งงานรถยนต์ด้วยเสียงที่เป็นภาษาไทยได้อย่างง่ายดายเพียงแค่พูดว่า Hello MG แค่นี้คุณก็สามารถจะสั่งเปิด-ปิดแอร์ เปิด-ปิดหลังคารถ หรือค้นหาระบบนำทางได้ทันที โดยผู้ขับไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยไปสั่งงาน

แม้แต่แวดวงการเงินเองก็ไม่พลาด ล่าสุดค่ายซิตี้แบงก์ นำร่องใช้เสียงของลูกค้ามาเป็นรหัสผ่านในการติดต่อธุรกรรมผ่านคอลเซ็นเตอร์กันแล้ว

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีเสียงเท่านั้น เชื่อว่าจากนี้ไป จะเห็นภาพธุรกิจใช้เทคโนโลยีสั่งการด้วยเสียงร้อนระอุยิ่งขึ้นแน่ เพื่อให้แบรนด์ของตนเองฝังอยู่ในหัวใจของผู้บริโภคแบบอยู่หมัด!!