Home / Lifestyle / Selection Dining / Hang out @ The Clock Out

Hang out @ The Clock Out

Hang out @ The Clock Out

 

หลังตอกบัตรเลิกงาน มีสถานที่แฮงเอาต์พบปะเพื่อนฝูงหนีรถติดกันหรือยัง ถ้ายังบิซิเนสพลัสขอพาทุกท่านมาตอกบัตรที่ร้านอาหารบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์ Tuscany ที่ The Clock Out ความหมายกิ๊ฟเก๋ว่า การตอกบัตรหลังเลิกงาน

 

The Clock Out ร้านอาหารสไตล์ Tuscany ที่จำลองบรรยากาศโรงนาชนบทในประเทศอิตาลี มาไว้กลางเมืองเดินทางง่าย ๆ ด้วย BTS วงเวียนใหญ่ ที่นี่จึงเหมาะกับการแฮงเอาต์ นั่งชิว ๆ สังสรรค์หลังเลิกงาน หรือพาครอบครัวมาอิ่มอาหารกับเมนูยูโรเปี้ยนฟิวชั่นหลากเมนู พร้อมดื่มด่ำกับไวน์ชั้นเลิศและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศแบบสบาย ๆ เป็นกันเอง

 

Hang out @ The Clock Out

 

บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบมาแบบพิถีพิถันลดความอึดอัดของเมืองใหญ่ ด้วยการตกแต่งแบบโปร่งสบาย สไตล์คาเฟ่ขนาดเล็กไม่ใหญ่มาก ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง โดดเด่นสะดุดตาด้วยผนังไม้ซุงบนกำแพงขนาดใหญ่ เข้าชุดกันได้ดีกับโซฟาและเก้าอี้หนังสแกนดิเนเวียโทนน้ำเงิน และโต๊ะไม้วอลนัทสีน้ำตาลเข้ม
ก่อนเข้าเมนูจานหลัก เริ่มกันด้วยเมนูห้ามพลาดเหมาะกับเป็นอาหารจานรอง หรืออาหารจานด่วนเวลาเร่งรีบกับ
Trio Deep Fried เมนูทอดสามสหาย ชีสทอดกรอบนอกยืดใน มันฝรั่งทอดหอม ๆ และจบด้วยไก่ BBQ รสจัดจ้าน
Smoked Salmon Salad เมนูคู่ใจคนรักสุขภาพ ผักสด ๆ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่น และเพิ่มด้วยโปรตีนจากแซลมอนนอร์เวย์รมควัน Beef Charcoal Burger เบอร์เกอร์เนื้อวัวออสเตรเลีย และแป้งแฮมเบอร์เกอร์ชาโคล Tagliata di Manzo ได้ชื่อว่าเป็นเมนูเด็ดเบอร์ตอง ควรต้องลองถ้าชอบกินเนื้อ สเต็กเนื้อวัวย่างสไตล์อิตาเลียน

 

 

The Clock Out โดดเด่นเรื่องเมนูเนื้อ ดังนั้น ซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดจึงเป็นเมนูเนื้อที่การันตีว่า เหล่า Meat Lover ต้องชื่นชอบ เริ่มต้นจานแรกด้วย เนื้อสันนอกออสเตรเลียย่าง มี 2 ขนาด ให้เลือกรับประทานทั้งขนาด 300 และ 600 กรัม และสเต็กเนื้อโทมาฮอก เนื้อโทมาฮอกชิ้นใหญ่ขนาด 1-1.2 กก. เหมาะกับการรับประทานกับเพื่อน ๆ เพิ่มความพิเศษด้วยเทคนิคการทาแบบ Sous vide ที่ทาให้เนื้อสุกทั้งชิ้นเท่า ๆ กัน ด้วยอุณหภูมิคงที่เป็นเวลากว่า 2 ชม. ที่ลูกค้าสามารถสั่งล่วงหน้า 1 วันเท่านั้น

 

Hang out @ The Clock Out

 

จานต่อมาคือเมนูยอดนิยมอย่างซี่โครงแกะย่างกับกระเทียมและเครื่องเทศ ส่วนใครที่ไม่ถนัดเมนูเนื้อ ก็สามารถเลือกอิ่มอร่อยกับเมนูแซลมอนย่างราดซอสเพรสโต้ผักโขม แซลมอนชิ้นใหญ่ย่างจนหอม ราดด้วยซอสเพรสโต้ผักโขม เข้ากันอย่างลงตัว หรือจะเพรสโต้แซลมอนสไปซี่ทอดคั่วพริกเกลือ ก็เข้าท่า ส่วนสายคลีนยิ่งต้องไม่พลาดกับ สเต็กแซลมอนซอสไอโอรี่ และ Rocket & Walnut Salad การผสมผสานระหว่างผักร็อคเก็ตและถั่ววอลนัทพร้อมน้ำสลัดเข้มข้นเข้ากันได้ดี

 

จานต่อมาคือ ไก่อบหนังกรอบ เนื้อไก่เต็มชิ้น กรอบนอก นุ่มใน ราดด้วยซอสสูตรเฉพาะ มาที่เมนูหมูกันบ้างกับสันคอหมูคุโรบุตะย่าง สันคอหมูคุโรบุตะเนื้อนุ่มคัดเฉพาะซึ่งมีมันน้อยกว่าหมูทั่วไป แถมเนื้อมีความนุ่มกว่าอย่างเห็นได้ชัด มาพร้อมกับน้ำจิ้มสองสไตล์ ทั้งน้ำจิ้มแจ่วและซอสเห็ด เครื่องเคียงจัดเต็มทั้งมันฝรั่งแบบติดเปลือก และพริกไทยสดทั้งพวงกันไปเลย ปิดท้ายเมนูของคาวกันด้วยซุปล็อบสเตอร์เข้มข้นจาก Canadian Lobster นำเข้าสด ๆ

 

Hang out @ The Clock Out

 

เอาใจสาว ๆ ด้วยเมนูของหวาน เค้กโฮมเมดและเมนูโทสต์อย่าง Banana Nutella Toast ชุ่มเนย หวาน มัน เค็ม เต็มคำ
เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มร้อน เย็น ปั่น และมิลค์เชค หลากหลายเมนูให้เลือกทานไม่ว่าจะเป็น สตรอเบอร์รีมิลค์เชค (Strawberry Milkshake) นูเทลล่าช็อกโกแลตมิลค์เชค (Nutella Chocolate Milkshake) ชาเขียวมัทฉะมิลค์เชค (Matcha Green Tea Milkshake)

 
และที่ห้ามพลาดคือ ไวน์ที่มีให้เลือกลิ้มชิมรสหลากหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็น ZONIN PROSECCO BRUT
สปาร์คกลิ้งไวน์ ที่ใช้องุ่นพันธุ์ Prosecco100% หนึ่งในสายพันธุ์องุ่นที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศอิตาลี ผ่านกระบวนการผลิตที่เรียกว่า Charmat Method (ชาร์มาท์ เมท๊อด) เป็นกรรมวิธีการผลิตคล้ายกับการผลิตแชมเปญ เพื่อรักษารสสัมผัสดั้งเดิมขององุ่นและเพื่อความหอมชวนดื่ม ธรรมชาติขององุ่นพันธุ์นี้จะทำให้ไวน์มีรสสัมผัสที่แห้ง และให้รสสัมผัสที่โดดเด่นของแอปเปิลและส้ม หรือใครที่อยากดื่มเบียร์ที่นี่ก็มีคัดสรรเบียร์รสเยี่ยมจากทั่วโลกมาให้ได้ลิ้มลองรสชาติกัน

 

นอกจากนี้ The Clock Out ยังให้บริการอาหารเช้า ตั้งแต่เวลา 9.00-11.00 น. มีชุดอาหารเช้าให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูไข่ดาว ไข่คน ไข่ลวก ไข่เบเนดิก แฮม เบคอน ขนมปังหน้าต่าง ๆ เสิร์ฟร้อน ๆ คู่กับชา กาแฟ น้ำส้มคั้นสด หรือช็อกโกแลตร้อน

 

ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น The Clock Out ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมีอาหารอร่อย ๆ พร้อมเสิร์ฟแน่นอน