
ตลาดซอสปรุงรสไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2568 คาดขยายตัว 8.0% และปี 2569 อีก 5.7% ขณะที่ตลาดในประเทศคาดเติบโต 8.7% และ 6.0% ตามลำดับ ส่วนการส่งออกคาดขยายตัว 7.0% และ 5.5% สะท้อนแรงหนุนทั้งจากการบริโภคภายในประเทศและความต้องการจากตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขัน โดยปี 2567 ไทยส่งออกซอสปรุงรสไปสหรัฐฯ คิดเป็น 11% ของการส่งออกทั้งหมด และอาจเผชิญภาษีตอบโต้สูงถึง 36% ในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ขณะเดียวกันยังมีการแข่งขันจากจีนและเวียดนาม ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า รวมถึงเงินบาทแข็งค่าที่กดดันความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
หากพิจารณาตามประเภทสินค้าที่มีการจำหน่ายในตลาด พบว่า น้ำปลาเป็นกลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วนการขาย 23% ตามด้วย ซอสถั่วเหลือง 18% และ ซอสหอยนางรม 9% ขณะที่ซอสปรุงรสประเภทอื่น ๆ รวมกันคิดเป็น 50% สะท้อนว่าตลาดไม่ได้พึ่งพาซอสปรุงเพียงประเภทเดียว แต่ยังมีสินค้าหลากหลายกลุ่มเข้ามาแข่งขันและตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกัน
วันนี้ Business Crack จะพาไปสำรวจภาพรวมตลาดซอสปรุงรสไทย ผ่าน 4 กลุ่มสินค้า พร้อมเจาะดูผลประกอบการของผู้เล่นสำคัญในแต่ละกลุ่ม ว่าแต่ละตลาดมีทิศทางและการแข่งขันอย่างไร

ซอสปรุงรสจากสัตว์ ฐานใหญ่ของตลาดเครื่องปรุง
กลุ่มนี้มี บจก.ไพโรจน์ (ทั่งซังฮะ) มีรายได้รวม 3,214.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66% และมีกำไรสุทธิ 367.1 ล้านบาท แม้กำไรลดลง 10.43% สะท้อนว่ารายได้ยังขยายตัว แต่ความสามารถในการทำกำไรเผชิญแรงกดดัน
ขณะที่ บจก.ตราแม่ครัว และ บจก.จิ้วฮวด มีรายได้รวม 3,149.7 ล้านบาท ลดลง 5.47% และกำไรสุทธิ 81.5 ล้านบาท ลดลง 7.22% โดยเป็นโครงสร้างธุรกิจที่แบ่งบทบาทระหว่างการผลิตและการจัดจำหน่าย
ด้าน บจก.โรงงานน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) มีรายได้ 1,011.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.82% และกำไรสุทธิ 93.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.87%
ส่วน บจก.อุตสาหกรรมน้ำปลาระยอง มีรายได้ 750.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% และกำไรสุทธิ 24.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5%

ซอสปรุงรสจากพืช รายใหญ่ยังนำ แต่เกมกำไรเปลี่ยน
สำหรับกลุ่มซอสจากพืช บจก.หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป มีรายได้รวมสูงสุด 4,302.3 ล้านบาท แม้ลดลง 7.7% และมีกำไรสุทธิ 621.6 ล้านบาท ลดลง 24.62% สะท้อนขนาดธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ผลกำไรเผชิญแรงกดดัน
ด้าน บมจ.ไทยเทพรส มีรายได้ 3,559.6 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.18% แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 785.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.21% ทำให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นด้านการทำกำไร
ขณะที่ บจก.โกลเด้นฮาร์เวสท์ (ประเทศไทย) เติบโตเด่นทั้งรายได้และกำไร โดยมีรายได้ 1,199.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.19% และกำไรสุทธิ 85.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.59%
ส่วน บจก.อาซัน เซอร์วิส มีรายได้ 850.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% และกำไรสุทธิ 63.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.71%
สำหรับ บจก.ง่วนเชียงอุตสาหกรรมอาหาร มีรายได้ 831.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.04% แต่ยังมีผลขาดทุนสุทธิ 31.9 ล้านบาท และขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

น้ำจิ้ม-ซอสราดพร้อมทาน โตตามเทรนด์ความสะดวก
กลุ่มนี้มี บจก.ไฮ คิว ผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นผู้เล่นที่มีรายได้รวมสูงสุด 5,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.76% และมีกำไรสุทธิ 290.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 46.89% โดยมีแบรนด์โรสดี (RosDee) และโลโบ (Lobo) เป็นสินค้าหลัก
ถัดมาคือ บจก.สุรีย์ อินเตอร์ฟู้ดส์ มีรายได้รวม 3,735.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.06% และกำไรสุทธิ 259.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.38% ถือเป็นอีกบริษัทที่เติบโตทั้งรายได้และกำไร โดยเน้นซอสพริก ซอสมะเขือเทศ และน้ำจิ้ม
ด้าน บจก.อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สินค้าพื้นเมือง มีรายได้ 2,854.2 ล้านบาท ลดลง 3.93% และกำไรสุทธิ 648.2 ล้านบาท ลดลง 7.02% แต่ยังมีระดับกำไรสุทธิสูงเมื่อเทียบกับผู้เล่นรายอื่นในกลุ่ม
ขณะที่ บมจ.เอ็กโซติค ฟู้ด มีรายได้ 2,160.6 ล้านบาท ลดลง 13.5% และกำไรสุทธิ 506.6 ล้านบาท ลดลง 35.93% สะท้อนแรงกดดันต่อทั้งรายได้และกำไร
ส่วน บจก.พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม มีรายได้ 1,947.9 ล้านบาท ลดลง 3.84% และกำไรสุทธิ 169.8 ล้านบาท ลดลง 3.56%

มายองเนส-น้ำสลัด ต้องเร่งสร้างความต่าง
กลุ่มนี้มี บจก.คิวพี (ประเทศไทย) เป็นผู้เล่นที่มีรายได้รวมสูงสุด 3,541.3 ล้านบาท แม้รายได้ลดลง 3.08% แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 365.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% สะท้อนการรักษาความสามารถในการทำกำไร แม้รายได้ชะลอตัว
ขณะที่ บจก.เพียวสแควร์ มีรายได้รวม 1,489.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30.47% และกำไรสุทธิ 122.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.36% ถือเป็นบริษัทที่มีอัตราการเติบโตของรายได้โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยมีแบรนด์เพียวฟู้ดส์ (Pure Foods) และผลิตภัณฑ์น้ำสลัด ชีสดิป และน้ำจิ้มเป็นสินค้าหลัก
ส่วน บจก.สุขุมพาณิชย์ มีรายได้รวม 144.6 ล้านบาท ลดลง 3.7% และกำไรสุทธิ 18.2 ล้านบาท ลดลง 9.94% โดยมีแบรนด์สุขุม (Sukhum) และผลิตภัณฑ์ครีมสลัด มายองเนส แซนด์วิชสเปรด และแยมเป็นฐานธุรกิจ
————————————————–
เมื่อมองภาพรวมตลาดซอสปรุงรสไทยยังมีทิศทางเติบโต โดยมีแรงหนุนจากทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน การแข่งขันด้านราคา ค่าเงินบาท และความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าในตลาดต่างประเทศ
โครงสร้างตลาดยังมี ซอสปรุงรสเป็นฐานหลัก ขณะที่น้ำจิ้ม ซอสราดพร้อมทาน มายองเนส และน้ำสลัดเข้ามาตอบโจทย์เรื่องความสะดวกและการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้การแข่งขันในตลาดมีแนวโน้มขยับจากการขายสินค้าพื้นฐาน ไปสู่การสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์
ดังนั้น ทิศทางตลาดในระยะต่อไปจึงอยู่ที่ การเติบโตควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกและการขยายตลาดส่งออก เพื่อรับโอกาสจากตลาดที่ยังเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น
ที่มา: เว็บไซต์บริษัท ,DBD ,SET ,Krungthai COMPASS
บทความแนะนำ : รู้จัก 6 บริษัทผู้ผลิตซอสปรุงรส-น้ำจิ้ม รายได้ระดับพันล้าน! , บริษัทน้ำปลาไทย ใครคือเบอร์หนึ่ง?
The Business Plus บิสิเนสพลัส