Home / Lifestyle / Selection Dining / สรรพรส มื้ออร่อยของคนรักสุขภาพและวีแกน

สรรพรส มื้ออร่อยของคนรักสุขภาพและวีแกน

จากทุนเริ่มต้นเพียง 20,000 บาท สู่กำไร 80,000 – 120,000 บาทต่อเดือน และความภาคภูมิใจที่ทำให้อาหารสุขภาพเป็นที่จับต้องได้ นี่เป็นวิถีการสตาร์ทธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ที่เน้นความสร้างสรรค์และความใส่ใจ จนเกิดการคิดค้นวัตถุดิบที่แม้แต่คนที่ไม่ทานเต้าหู้และโปรตีนเกษตรก็ทานได้


แม้อาหารสุขภาพของ ‘สรรพรส’ จะเริ่มต้นจากครัวเล็ก ๆ ในหอพัก แต่ในตอนนี้สามารถไปไกลถึงการเตรียมตัวเปิดร้านสาขา ลลิตา มิตรวิจารณ์ และ ชุติมณฑน์ ศิวาวุธ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่าเป็นเพราะ ‘ปัญหาเรื่องสุขภาพ’ จึงถือกำเนิดอาหารเพื่อสุขภาพนี้ขึ้นมา

เป้าหมายในการก่อตั้ง สรรพรส ที่ราคาแต่ละเมนูไม่เกิน 120 บาท เพราะต้องการลบภาพอาหารสุขภาพส่วนใหญ่ที่ราคาแสนแพง ด้วยการติดต่อซื้อวัตถุดิบโดยตรงกับเกษตรอินทรีย์ ใช้ผักตามฤดูกาลเพื่อหลีกเลี่ยงสารเร่งโต เข้าถึงกลุ่มวีแกนด้วยการคิดค้นแพลนต์เบสต์ที่ทำจากธัญพืช ปรุงรสด้วยเครื่องเทศและสมุนไพร เพราะอยากให้ตอบโจทย์ทั้งคนที่ทานมื้อปกติและวีแกน

อย่างเมนู แสร้งว่าเนื้อไฉไล ที่ประกอบไปด้วยขนมปังวีแกนโฮมเมดซึ่งเป็นซอฟต์บันแบบวีแกน ไม่ใส่นม ไข่ มาการีนหรือเนย ผักสด ผักทอด น้ำปรุงเขอซ้ม ครีมวีแกนและชีสที่ทางร้านทำเอง และแสร้งว่าเนื้ออันเป็นส่วนประกอบหลักที่ให้กลิ่นและรสแบบเนื้อวัว ทั้งที่ทำจากธัญพืชและปรุงรสด้วยสมุนไพรแบบ Non-GMO

แสร้งว่าเนื้อไฉไล ราคา 115 บาท

นอกจากนั้นยังต้องการนำเสนอเมนูหลากหลายให้ชาวต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้มีแค่ผัดไทหรือต้มยำกุ้งเท่านั้น อย่าง ชุดสำรับผักม้วนแสร้งว่าไก่สลัดละอ่อนคำ ที่นิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อร่อยและเฮลตี้ไปกับข้าวธัญพืช 5 ชนิด ผักม้วนฟองเต้าหู้ ผักทอดตามฤดูกาล แสร้งว่าไก่อันเป็นแพลนต์เบสต์จากขนุนที่นำมาเคี่ยวแล้วฉีกเป็นชิ้น ๆ ปรุงรสด้วยเครื่องเทศก่อนนำไปทอดจนได้สีเหมือนเนื้อไก่จริง ๆ ทานคู่กับน้ำปรุงสลัดละอ่อนคำ ครบรสทั้งเปรี้ยวอมหวานและเผ็ดน้อย ๆ เรียกน้ำย่อยได้ดี

ชุดผักม้วนแสร้งว่าไก่ ราคา 75 บาท

หรือ ชุดสำรับหอมเคย สำหรับคนชอบทานเผ็ดและไม่ได้เป็นวีแกน ที่ประกอบด้วยข้าวผสมเกษตรอินทรีย์ 5 ชนิด ผักม้วนฟองเต้าหู้ ผักทอดตามฤดูกาล ทานคู่กับน้ำปรุงหอมเคย

ชุดผักม้วนหอมเคย ราคา 65 บาท

โซเชียลมีเดีย กุญแจสำคัญ

“เดี๋ยวนี้การเริ่มต้นทำธุรกิจง่ายมาก อย่างการติดต่อเกษตรอินทรีย์เพื่อซื้อผักและวัตถุดิบต่าง ๆ ก็ง่ายมาก ทุกอย่างอยู่ในอินเทอร์เน็ต ทางเกษตรกรก็มีการโพรโมทวัตถุดิบของเขาทางโซเชียลอยู่แล้ว อีกทั้งโลจิสติกส์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นก็เป็นส่วนหนึ่งในการขนส่งวัตถุดิบและส่งอาหารตามออร์เดอร์ลูกค้าที่สั่งออนไลน์ ทั้งหมดง่ายดาย แต่ที่ต้องมีเยอะมาก ๆ ก็คือการบริหารจัดการที่ดี และความอดทน”

ชุติมณฑน์ พูดถึงวิธีบริหารจัดการ ซึ่งสรรพรสค่อนข้างพึ่งพิงโซเชียลและโลจิสติกตั้งแต่เริ่มแรกที่ทำข้าวกล่องส่งขายที่ BTS จนมาถึงการบอกปากต่อปากยังโลกอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ร้านขายดีขายเกลี้ยงทุกวัน

เติบโตด้วยความรัก(ษ์)

จากทุนเริ่มต้น 20,000 บาท ไม่ถึง 3 ปีก็สามารถขยายสาขาไปถึงเชียงใหม่ โดยการเปิดร้านบน Roof Top ของโฮสในการเสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพราคาจับต้องได้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเข้าพัก บริหารจัดการทางไกลด้วยการส่งวัตถุดิบจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ รวมทั้งน้ำปรุงต่าง ๆ ที่ทั้งสองทำเอง

และนอกจากอาหารออร์แกนิคแล้ว ภาชนะก็ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะคอนเซ็ปต์ของร้านคือ Eco-Friendly สรรพรสเสริ์ฟอาหารด้วยใบตองหรือกาบหมากและเข่งปลาทู โดยทั้งหมดนี้มีองค์กรใหญ่หลายเจ้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งก็มาจากการค้นคว้าของทั้งสองสาวเช่นเดียวกัน

ก้าวข้าม Covid-19 ด้วย Delivery

ด้วยการคุ้นชินกับการเดินทางเสิร์ฟอาหารสุขภาพด้วยโลจิสติกส์ สรรพรสจึงไม่วิตกกับภาวะ Lockdown เนื่องจากยังคงเปิดให้ลูกค้าสั่งอาหารดีลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชันและ Facebook Fanpage ได้ตลอด ซึ่งนอกจากเมนูอาหารขายดีก็ยังมีขนมปังวีแกนอบใหม่ให้ออร์เดอร์กันไม่อั้น

โดยตอนนี้ทางร้านมีการทำน้ำปรุงอาหารกับขนมวีแกนขายแบบ Take Aways และ Delivery รวมถึงการทำขนมปังวีแกนและสำรับเมนูต่าง ๆ ส่งทางไปรษณีย์ EMS ทั้งยังมีการจัดส่งแบบควบคุมอุณภูมิ เพื่อตอบโจทย์คนที่เริ่มทำอาหารทานเองที่บ้านในช่วงที่ต้อง #stayhome #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ซึ่งการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสนี้ทำให้สรรพรสสามารถจัดส่งน้ำปรุงอาหาร ขนมปัง หรือตัววัตถุดิบอันเป็นซิกเนเจอร์ของสรรพรส มาใช้ทำอาหารกันมากขึ้น ลูกค้าเองก็ได้รับประทานอาหารสุขภาพที่ลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง ถือเป็นการรักษาสุขอนามัยได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่าแค่มีเงินทุนและความครีเอท การเริ่มต้นธุรกิจก็ง่ายนิดเดียว แต่การจะต่อยอดเพิ่มเติบโตยิ่งขึ้นไปย่อมต้องมีอะไรมากกว่าเงินและความคิดสร้างสรรค์ นั่นก็คือการฉวยทุกอย่างมาสร้างเป็นโอกาส และที่สำคัญที่สุดในการมัดใจลูกค้าเจนใหม่ ก็คือความรัก ซึ่งสรรพรสทำได้ดี ก็คือการทำให้ความรักสุขภาพและรักโลกสามารถจับต้องได้จริงนั่นเอง

 


 

สรรพรส (Sapparos)

ซอยอารีย์ 1 โครงการสนั่นนภา

เวลาทำการ 07.30 – 18.00 น.

FB : Sapparos

Tel. 09-4414-1946