ตลาดโปรตีนผงในไทยโตแรง เปิดตัวเลขรายได้และกำไร 5 แบรนด์เจ้าตลาดใครมาแรงสุด!

ตลาดผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง หรือ High Protein ในประเทศไทยเติบโตมากกว่า 126% ภายใน 2 ปี และมีมูลค่าแตะราว 4,300 ล้านบาทในช่วงกลางปี 2025 จากกระแสการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้โปรตีนและอาหารเสริมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มนักกีฬาอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามการเติบโตของตลาดทำให้มีผู้เล่นเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับการสร้างเอกลักษณ์ทั้งด้านรสชาติ ราคา และมีการจัดโปรโมชั่นดุเดือด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดบนตลาดนี้ คือ “ความเชื่อมั่นในแบรนด์” เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองเพียงความคุ้มค่า แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพและปริมาณโปรตีนที่ต้องเป็นไปตามข้อมูลที่ระบุบนฉลาก

วันนี้ Business+ จะพามาเปิดตัวเลขรายได้และกำไร 5 แบรนด์เจ้าตลาด ใครมาแรงสุด

เริ่มจาก FITWHEY เป็นผู้เล่นที่มีรายได้สูงที่สุด โดยบริษัท ฟิตเวย์ จำกัด ทำรายได้รวม 1,186 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.57% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.65% ทำให้ FITWHEY ไม่ได้โดดเด่นเพียงด้านขนาดธุรกิจ แต่ยังสามารถรักษาการเติบโตของกำไรไว้ได้ในระดับสูง

รองลงมาคือ Plantae ภายใต้บริษัท แพลนเต้ ไลฟ์ จำกัด มีรายได้รวม 493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.09% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.32% จุดที่น่าสนใจคือกำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ สะท้อนว่าผลประกอบการในปีดังกล่าวมีพัฒนาการด้านการบริหารต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่ขยายยอดขายเพียงอย่างเดียว

ส่วน MATELL ภายใต้บริษัท มาเทลล์ อินเตอร์เทรด (2569) จำกัด มีรายได้รวม 214 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 123.16% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตของรายได้สูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 201.99% แม้ขนาดธุรกิจยังห่างจากสองแบรนด์แรก แต่ตัวเลขการเติบโตถือว่าน่าจับตา เพราะทั้งรายได้และกำไรขยายตัวในอัตราที่สูงมาก

ในฝั่ง Biovitt ภายใต้บริษัท อินเตอร์เน็ต บิซิเนส เน็ตเวอค จำกัด มีรายได้รวม 46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.88% ขณะที่กำไรสุทธิ 2 ล้านบาท ลดลง 4.15% ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายยังไม่ได้สร้างแรงส่งต่อกำไร และยังเป็นโจทย์ที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญหากต้องการขยายตัวต่อในอนาคต

ขณะที่ Proove ภายใต้บริษัท ไฟน์ โซลูชั่น 2020 จำกัด มีรายได้รวม 42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.76% แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 0.6 ล้านบาท ลดลง 53.46% ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของธุรกิจที่รายได้เติบโตสวนทางกับกำไร เพราะแม้สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นได้มาก แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับถูกกดดันจนกำไรลดลงกว่าครึ่ง

เมื่อเทียบกันทั้ง 5 แบรนด์ จึงเห็นภาพได้ว่า ขนาดรายได้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดเดียวของความแข็งแรงทางธุรกิจ เพราะ FITWHEY ครองตำแหน่งผู้นำด้านรายได้และกำไร ขณะที่ Plantae มีการเติบโตของกำไรสูงกว่ารายได้ และ MATELL กลับโดดเด่นที่สุดในด้านอัตราการเติบโต ส่วน Biovitt และ Proove ต้องเผชิญกับโจทย์เรื่องการรักษาความสามารถในการทำกำไร แม้รายได้ยังขยายตัว

ดังนั้น ในวันที่ตลาดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงว่า “ใครขายได้มากกว่า” แต่ต้องแข่งขันกันว่า “ใครทำให้ผู้บริโภคเชื่อใจและกลับมาซื้อซ้ำได้มากกว่า” ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบมาตรฐาน การแสดงข้อมูลบนฉลากอย่างถูกต้อง ไปจนถึงการสื่อสารอย่างโปร่งใส เพราะเมื่อผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ความเชื่อมั่นจะกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำคัญของแบรนด์ และอาจเป็นปัจจัยที่กำหนดว่าใครจะเติบโตได้ต่อเนื่องในตลาดโปรตีนที่กำลังขยายตัว

ที่มา: เว็บไซต์บริษัท, DBD, smethailandclub