ผลสำรวจชี้ บริษัทอสังหาฯ เตรียมรับมือตลาดยังไม่ฟื้นอีกปี 

ตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในช่วงชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ก็เป็นอีกปีที่ตลาดยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ สะท้อนจากมุมมองผู้บริหารอสังหาฯ หลายแห่งในผลสำรวจ Thailand C Vision Summit 2026 ของ Business+ ที่พบว่าผู้บริหารอสังหาฯ ไทยเลือกกลยุทธ์ลดต้นทุนเป็นอันดับหนึ่งที่ 55.28% ในปีนี้ ขณะที่อันดับสองซึ่งอยู่ที่ 27.37% คือการเร่งยอดขายสินค้าเดิม หรือพูดง่าย ๆ คือผู้ประกอบการหลายแห่งกำลังพักแผนการออกโครงการใหม่แล้วเร่งเทขายบ้านและคอนโดในสต็อกเก่า เพื่อเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดหมุนเวียน

ผลการสำรวจนี้อาจไม่น่าแปลกใจเพราะหน่วยงานวิจัยหลายแห่งคาดการณ์ตรงกันถึงสภาพตลาดในปัจจุบัน โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC รายงานว่าไตรมาส 2 ปี 2569 ตลาดคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ลดลงถึง 67% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่สต็อกคอนโดคงค้างสะสมทั่วประเทศพุ่งไปถึง 200,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 7 แสนล้านบาท และคาดว่าจะต้องใช้เวลาระบายไปจนถึงปี 2571 ถึงจะหมด ด้าน KKP Research คาดการณ์ว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปี 2569 จะหดตัวเหลือ 290,000 หน่วย จาก 316,214 หน่วยในปี 2568 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี

ด้วยเหตุนี้เองผู้ประกอบการอสังหาฯ จึงชะลอความเสี่ยงจากการเปิดโปรเจกต์ใหม่ที่ต้นทุนแพงขึ้นและกำลังซื้อไม่แน่นอน แล้วหันมาโฟกัสที่สินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วในมือแทน โดยสำหรับผู้ประกอบการแล้ว บ้านหรือคอนโดที่สร้างเสร็จแต่ยังขายไม่ออกคือต้นทุนที่กัดกินกำไรทุกเดือน ยังไม่นับว่าเป็นค่าเสียโอกาสของเงินทุนที่ควรเอาไปหมุนต่อ ทำให้ยิ่งสต็อกค้างนานเท่าไหร่ ต้นทุนแฝงเหล่านี้ก็ยิ่งสะสมมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นในช่วงนี้เราอาจได้เห็นโปรโมชันลดราคาแรง ๆ ในตลาด  

นอกจากเรื่องต้นทุนและสภาพคล่อง ผลสำรวจของ Business+ ยังพบว่าอสังหาฯ ให้คะแนนแรงจูงใจด้าน ESG เรื่องประสิทธิภาพทรัพยากรและลดต้นทุนแฝงสูงถึง 81.90% ซึ่งสูงสุดในทุกอุตสาหกรรมของทั้งผลสำรวจ เพราะอาคารประหยัดพลังงานช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริงในระยะยาว ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์สวยงามเฉย ๆ สอดคล้องกับเทรนด์แนวคิดบ้านประหยัดพลังงานและดีไซน์แบบ Passive-Active Design 

ส่วน AI ผลสำรวจชี้ว่าอสังหาฯ ใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในงานออกแบบ ตรวจสอบ และอนุมัติเป็นหลักที่ 54.53% โดยตั้งใจนำมาใช้ลดต้นทุนและเร่งกระบวนการทำงาน สอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่สุดของอุตสาหกรรมตอนนี้คือการแปลงของที่มีอยู่ให้เป็นเงินสดให้ไวที่สุด 

โดยสรุป ภาพที่ผลสำรวจของ Business+ สะท้อนสถานการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 ที่ไม่ใช่ปีที่จะกลับไปเร่งเครื่องเปิดโครงการใหม่แบบเดิม โดยกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการเลือกในตอนนี้ ทั้งเบรกโปรเจกต์ใหม่ เทขายสต็อกเก่า และเสริมด้วย ESG กับ AI จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน 

 

ที่มา: ผลสำรวจ Thailand C Vision Summit 2026 ของ Business+, REIC, KKP Research