อาณาจักรธุรกิจดิจิทัลของ “ท๊อป จิรายุส” เริ่มที่ยานแม่อย่าง Bitkub Capital Group Holding รายได้ลดลง 6.8% แตะ 1,356 ล้านบาท และกำไรลดลง 15% แตะ 863 ล้านบาท โดยธุรกิจหลักอย่าง Bitkub Exchange กระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล รายได้ลดลง 17.1% เหลือ 1,647 ล้านบาท ขณะที่กำไรลดลงหนักถึง 44.6% เหลือ 278 ล้านบาท ขณะที่ตัวอย่างผลประกอบการธุรกิจอื่น ๆ เป็นดังนี้
– Bitkub Blockchain Technology ธุรกิจเทคโนโลยีบล็อกเชน รายได้จะโตกระโดดถึง 420.8% เป็น 204 ล้านบาท แต่ผลขาดทุนกลับเพิ่มขึ้น 208 ล้านบาท กลายเป็นขาดทุน 27 ล้านบาท
– Bitkub Moonshot ธุรกิจโซลูชันเทคโนโลยีที่รายได้โต 258% เป็น 15 ล้านบาท แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาท เป็น 12 ล้านบาท
– Bitkub Portal ธุรกิจระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลรายได้ลดลง 20.1% เหลือ 22,601 บาท พร้อมขาดทุนเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท เป็น 17 ล้านบาท
– Bitkub Academy ธุรกิจให้ความรู้ด้านบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล รายได้โต 30.7% เป็น 72 ล้านบาท กำไรโต 80.8% เป็น 11 ล้านบาท
– Bitkub Ventures ธุรกิจลงทุนสตาร์ตอัป รายได้พุ่งขึ้นถึง 903.1% เป็น 23 ล้านบาท และพลิกจากขาดทุนมามีกำไร 11 ล้านบาท
– Bitkub Longevity ธุรกิจลองจิวิตีผ่านแพลตฟอร์ม StayGold ที่มีรายได้ 32 ล้านบาท และพลิกมามีกำไร 6 ล้านบาท

ตัวเลขผลประกอบการที่ชะลอตัวยังไม่ใช่เรื่องเดียวที่บิทคับต้องเผชิญ เพราะช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้ กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด พร้อมอดีตกรรมการอีก 2 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ในข้อหาแจ้งข้อความเท็จและจัดทำเอกสารลวงบุคคลอื่น
โดยต้นตอของเรื่องย้อนไปถึงช่วงกลางปี 2564 ที่ Bitkub ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้ารวม 16 สกุลเงิน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท แต่บริษัทกลับไม่รายงานผลกระทบจากเหตุโจรกรรมนี้ต่อก.ล.ต. ทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้อย่างถูกต้องและไม่มีความเสียหาย โดยกว่าบริษัทจะเริ่มนำสินทรัพย์มาทดแทนส่วนที่สูญหายก็ปลายเดือนตุลาคมปีเดียวกัน
ด้านอดีตกรรมการที่ถูกกล่าวโทษอย่างสกลกรย์ สระกวี ออกมาชี้แจงภายหลังว่าเป็นผู้ตัดสินใจปิดข่าวเรื่องนี้ด้วยตัวเอง โดยหวังปกป้องทั้งลูกค้าและพนักงานจากผลกระทบที่อาจตามมา โดยเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปก็คงต้องรอกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินการอยู่
ที่มา: เว็บไซต์บริษัท, DBD, ก.ล.ต.
The Business Plus บิสิเนสพลัส
