Home / CEO Society / Hall of Fame / ธุรกิจเอาแต่ใจสไตล์ รัชวรรณ จงประสิทธิ์

ธุรกิจเอาแต่ใจสไตล์ รัชวรรณ จงประสิทธิ์

ฟิตเนสสตูดิโอทั่วๆไปมักเน้นขยายสาขาและฐานลูกค้าให้มากๆเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แต่ไม่ไช่กลับ ฟลุ๊ก รัชวรรณ จงประสิทธิ์ ผู้บริหารฟิตเนสน้องใหม่ที่เอ่ยปากว่าไม่ต้องการลูกค้าและสาขาจำนวนมากๆ

Pilates

เพราะอินกับการออกกำลังกาย บวกกับความชื่นชอบและหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของพิลาทิส (Pilates) สุดท้ายก็ทนความฝันที่ต้องการมีฟิสเนตสตูดิโอเล็กๆในแบบของตัวเองไม่ไหว จึงต้องควักกระเป๋ากว่า 10ล้านบาท ปั้น“Bliss Body” ด้วยความหวังว่าจะได้ออกกำลังกายแบบที่ชอบ ในสถานที่ใช่ได้ทุกวัน

วันนี้เรามีนัดกับผู้บริหารฟิสเนตสาว ฟลุ๊ก รัชวรรณ จงประสิทธิ์ ที่ยอมถอยจากตำแหน่งการเงินในธุรกิจครอบครัวมาทำตามฝันเล็กๆโดยอาศัยช่องว่างทางตลาด กับบิสิเนสโมเดลที่ฉีกทุกกฎของธุรกิจฟิตเนส ที่มีจุดขายคือ พรีเมี่ยมและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

“ปกติตัวเองออกกำลังกายอยู่แล้วนับ10ปีได้ จนอยากเป็นคนสอนเองและอยากมีที่ออกกำลังกายในฝันของตัวเองให้ลูกค้าที่มีความชอบคล้ายๆเรา ได้มาอยู่ในที่ที่เราชอบเหมือนกัน ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพียง1ปีตั้งแต่เริ่มแพลน ดูสถานที่ ปรับปรุงพื้นที่ ถามว่าปุ๊บปับไหมก็ปุ๊บปับ แต่ด้วยใจรักประกอบกับมีความพร้อมในระดับหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องรอ กลุ่มเป้าหมายเราคือกลุ่มแม่บ้านพนักงานออฟฟิสที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแบบเอ็กคลูซีพหน่อยๆ เพราะเราเป็นฟิสเนตพรีเมี่ยม”

Pilates
บนชั้น5ของอาคารกริต ย่านพระรามสี่ใจกลางของกรุงเทพมหานคร ถูกเนรมิตให้กลายเป็นฟิสเนตสตูดิโอที่แตกต่าง ด้วยคอนเซ็ปต์ที่เน้นความโล่ง โปร่ง สบาย สะอาด บรรยากาศเหมือนอยู่ในสปา กั้นเป็นส่วนๆสำหรับเครื่องเล่นแบบต่างๆที่มองดูอุปกรณ์อาจน้อยเมื่อเทียบกับฟิตเนสทั่วไป

ซึ่ง รัชวรรณ บอกกับเราว่า ที่อุปกรณ์น้อยเพราะเธอต้องการให้เป็นแบบนี้ เพราะโดยส่วนตัวเธอไม่ชอบ ตึกใหญ่ๆที่ผู้คนพลุกพล่าน ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของเธอ ที่ไม่ชอบความพลุกพล่านและคนเยอะๆและบางส่วนก็เขินอายที่ต้องไปใช้บริการฟิสเนตแบรนด์ใหญ่ตามห้างสรรพสินค้าที่อัดแน่นไปด้วยผู้ใช้บริการ ดังนั้น90%ของลูกค้าตอนนี้คือผู้หญิง

Pilates

ถึงฟิสเนตจะเล็กอุปกรณ์ไม่เยอะ แต่ถ้าจะมาใช้บริการที่นี่ต้องมีการโทรจองก่อนทุกครั้ง โดยทีมงานจะคอยจัดคิวให้ ซึ่งเป็นวิธีการบริจัดการของเธอที่ไม่ต้องการให้ลูกค้าต้องมานั่งรอเพื่อใช้บริการ เมื่อมองถึงอัตราค่าบริการที่อยู่ราวๆ15000-85000บาทซึ่งมองเผินเผินอาจคิดว่าราคาสูง แต่ รัชวรรณ ก็ชี้แจงว่าถ้าเทียบกับที่อื่นอาจดูแพง แต่นี่คือราคารวมแล้วเทรนเนอร์ ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการไม่ต้องซื้อเทรนเนอร์เพิ่ม เพราะด้วยคลาสเรียนค่อนข้างเล็กคลาสละไม่เกิน 4 คน หรือซุมบ้าประมาณ10คนต่อคลาส ทำให้เทรนด์เนอร์สามารถดูแลได้ทั่วถึง นอกจากนี้เธอยังนำบิสิเนสโมเดลแบบตัดพ้อยท์มาใช้เป็นครั้งแรกอีกด้วย

“ระบบตัดพ้อยท์ ที่เราใช้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำพ้อยท์ไปใช้บริการได้ทุกคลาสไม่จำกัด และเมื่อพ้อยท์เหลือยังสามารถโอนให้กับผู้เล่นคนอื่นได้ โดยปัจุบันเรามีคลาสพิลาทิส (Pilates) ฟังก์ชั่นนอล เทรนนิ่ง (Functional Training) โยคะ และซุมบ้า รวมทั้งมีห้องไพรเวทสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนมากๆ ”

อย่างที่บอกว่า รัชวรรณ ได้วางตำแหน่งของแบรนด์ไว้ที่พรีเมี่ยมและเน้นความเป็นส่วนตัวของลูกค้า อุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายทั้งหมดจึงถูกสั่งเข้ามาจากอเมริกาโดยตรง อุปกรณ์ทุกชิ้นหลังจากลูกค้าเล่นเสร็จจะมีแม่บ้านเช็ดทำความสะอาดทันที รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องอาบน้ำที่ผู้หญิงจำเป็นต้องใช้ทั้งสบู่ แชมพู ไดรเป่าผม รัชวรรณก็เตรียมให้พร้อม ส่วนเทรนเนอร์ก็ต้องมีใบรับรองและประสบการณ์แที่ต้องสำคัญต้องผ่านมาตราฐานของ รัชวรรณก่อนเช่นกัน

“เทรนเนอร์ทุกคนที่เข้ามาต้องมีประสบการณ์ ใบรับรอง สอนดี ตอนที่สัมภาษณ์เขาต้องทดลองสอนเราก่อน เพราะถ้าเขาสอนเราได้เขาก็จะสอนลูกค้าเราได้ ซึ่งตัวฟลุ๊กเองก็เป็นเทรนเนอร์เองด้วยก่อนหน้านี้เราก็ต้องมีการเรียน อบรมเพื่อเป็นเทรนเนอร์ จะเรียกว่าเป็นการทำธุรกิจที่เอาแต่ใจก็ได้ เพราะทุกอย่างที่นี่มาจากความชอบของเรา ”

Pilates

ถึงแม้จะบอกว่าไม่เคยผ่านงานการเงินของธุรกิจครอบครัวมาก่อน แต่เรื่องงานบริหาร รัชวรรณก็ยอมรับตรงๆว่าไม่ค่อยเข้าใจ โชคดีที่มีคู่ชีวิตคอยให้คำแนะนำ ปรึกษา และด้วยโมเดล ลองด้วยตัวเองทุกครั้ง ทำให้เธอสามารถเลือกบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าของเธอได้พอดี

“ยอมรับตามตรงว่าเรื่องธุรกิจก็ยังไม่ค่อยรู้มาก ที่ทำเพราะเรารักตรงนี้ เราทำบิสิเนสโมเดลแบบ เอาข้อดีของฟิสเนตหลายที่ที่เราเคยใช้บริการแล้วมันดีมารวมกัน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มา99%คือชอบแบบนี้ ชอบความเป็นส่วนตัว ชอบเซอร์วิส ชอบอุปกรณ์ เรียนรู้ นอกจากนี้เรายังต้องเรียนเพิ่มในเรื่องของการเทรนด์การออกกำลังกายเราต้องสอนยังไง แก้ปัญหาให้ลูกค้ายังไง ในตอนแรกที่ออกมาเปิดฟิสเนต เราคาดหวังว่าจะได้ออกกำลังที่ชอบทุกวัน แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะไม่มีเวลาอย่างที่คิด”

เมื่อถามถึงอนาคตของ“Bliss Body” รัชวรรณก็ปิดท้ายว่า “เราไม่ต้องการลูกค้าเป็นร้อยคนๆ ขยายสาขาเยอะๆ แต่เราชอบความเป็นส่วนตัวแบบนี้ ของเราเน้นส่วนตัว ดังนั้นเรื่องของการตลาดจึงไม่ค่อยจำเป็นนอกจากช่องทางหลักที่ทำตอนนี้คือ ออนไลน์ และสื่อบ้าง ในอนาคตถ้าหากที่นี่ไม่สามารถรองรับลูกค้าได้แล้วก็อาจพิจาราณาขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต”

Pilates