Home / HAPPENING / “สมูท-อี” ปิดดีลซื้อเครือข่ายกิจการร้านขายยา P&F ขึ้นท็อปไฟว์แข่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่

“สมูท-อี” ปิดดีลซื้อเครือข่ายกิจการร้านขายยา P&F ขึ้นท็อปไฟว์แข่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่

สมูทอี” ประกาศทุ่มงบผุด 120 สาขา สแตนอะโลน เจาะทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ชิงเม็ดเงิน 2 แสนล้าน ปรับภาพลักษณ์ใหม่ งัดบริการปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ 24 ชม. ลั่นรายได้ฉลุย 4 ปี ดันเข้าตลาดหุ้น

 

สมูทอี”ปิดดีลซื้อกิจการร้านขายยา P&F ทั่วประเทศ 75 สาขา ขึ้นท็อปไฟว์ชิงเม็ดเงินตลาด 200,000 ล้าน บิ๊กบอส “ภก.ดร.แสงสุข พิทยานุกูล” ประกาศวิสัยทัศน์ “1 จังหวัด 1 ร้านขายยา” ผุด 120 สาขาต่อยอดแผนใหญ่ “1 อำเภอ 1 ร้านขายยา” เพิ่มโมเดลสแตนอะโลน ลั่นสร้างร้านขายยาในอุดมคติ เน้นคุณภาพมากกว่า ตัดราคา ลุยรีโนเวทปรับโฉม “แบรนด์โลโก้” ปลุกภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ วางระบบสมาชิกออนไลน์เชื่อมต่อโรงพยาบาลและระบบประกันสุขภาพ งัดบริการปรึกษาออนไลน์ 24 ชม. มั่นใจรายได้เข้าเป้า 4 ปี ดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ อัดแคมเปญฉลอง 35 ปี แจก Special Gift Set

ภก.ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด เภสัชกร ผู้ผลิตและปลุกปั้นเวชสำอางค์จากธรรมชาติ แบรนด์ “สมูทอี (Smooth-E)” และผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปาก “เดนทิสเต้(Dentiste’)เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าแผนธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี เพื่อรุกสมรภูมิตลาด ร้านสุขภาพและความงาม ที่มีเม็ดเงินรวมกว่า 200,000 ล้านบาท โดยล่าสุดใช้เงินลงทุนปิดดีลเข้าซื้อกิจการร้านขายยา P&F ที่มีสาขาทั่วประเทศ 75 สาขา และตั้งเป้าหมายเร่งขยายสาขาครบ 120 สาขา ตามแผนระยะสั้น 1-3 ปี ปูทางสู่แผนระยะยาว เปิดสาขาร้านขายยา P&F ในทุกจังหวัดของประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “1 จังหวัด 1 ร้านขายยา” และ “1 อำเภอ 1 ร้านขายยา” รวม 800 สาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ P&F เป็นร้านขายยาคุณภาพที่เปิดดำเนินการมานานถึง 35 ปีแล้ว จากการรวมตัวของเภสัชกรที่มีอุดมการณ์ 5 ท่าน ในอดีตเน้นเป้าหมายการคัดสรรและจำหน่ายยาที่มีคุณภาพเพื่อผู้บริโภค ไม่ได้เน้นการแข่งขันด้านการตลาด แต่ปัจจุบันตลาดร้านขายยามีการแข่งขันสูงมาก ทั้งการลดราคาสินค้า ลดการจ้างเภสัชกร ส่งผลให้คุณภาพในร้านขายยาลดลงตามด้วย

 

ผมเป็นเภสัชกร ที่เคยเปิดร้านขายยาหลายสาขา เช่น สาขา สยามเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ซีคอนสแควร์ และ บางลำพู ผมเห็นตลาดร้านขายยาเปลี่ยนแปลงจากอดีตมาก โดยเฉพาะการแข่งขัน ทำโปรโมชั่นลดราคามากกว่าเรื่องคุณภาพ ผู้บริโภคเริ่มมีโอกาสพบเภสัชกรในร้านขายยาน้อยลง ส่งผลให้ การบริโภคยาขาดคุณภาพ และอาจทำให้เสียชีวิตจากการบริโภคยาได้ และในอดีตเภสัชกรไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ปัจจุบันเภสัชกรมีจำนวนมากเพียงพอ แต่ต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื่อว่ายังไม่สายเกินไปที่จะริเริ่มทำการตลาดแนวใหม่ เพื่อยกระดับร้านขายยาทั้งตลาด” ภก.ดร.แสงสุขกล่าว

 

สำหรับปีนี้ บริษัทวางแผนลงทุนธุรกิจร้านขาย P&F ในทุกด้าน ทั้งการทุ่มเม็ดเงินขยายสาขาและรีโนเวทร้านเดิมทั้ง 75 แห่ง มีการลงทุนด้านบุคคลากร โดยจัดอบรมบุคลากรให้มีความรู้เรื่องยาและการบริการ เช่น การยกมือไหว้สวัสดี และขอบคุณลูกค้าทุกครั้ง รวมถึงการแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อย น่าเชื่อถือ ซึ่งจะเป็นการเสริมทัพอาชีพเภสัชกรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

การลงทุนด้านระบบสมาชิก(Membership) วางระบบคอมพิวเตอร์บันทึกข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นของลูกค้า ประวัติการใช้ยา การแพ้ยา โรคประจำตัว ซึ่งในอนาคตจะเชื่อมต่อข้อมูลกับโรงพยาบาล และระบบประกันสุขภาพต่างๆ

 

ที่สำคัญ บริษัทจะปรับแบรนด์ดิ้งและโลโก้ใหม่ให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพื่อสร้างร้านขายยาใน อุดมคติที่มีคุณภาพและครบวงจร เช่น ในวันอังคารหรือวันศุกร์ จะเปิดเพิ่มเป็นคลินิกแพทย์เพื่อให้ผู้บริโภคเข้ามาตรวจและได้รับคำปรึกษาโดยตรงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และส่งเสริมให้ร้านขายยาที่มีคุณภาพเป็นทางเลือกที่ดีของผู้บริโภค รวมทั้งเพิ่มบริการให้คำปรึกษาออนไลน์ 24 ชั่วโมง จากเภสัชกรโดยตรง นอกจากนี้ยังมีแผนร่วมทุนจับมือกับนักลงทุนต่างชาติ เพื่อขยายและเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ร้านขายยา P&F มีสาขาให้บริการแล้ว 75 สาขา โดยเปิดเฉพาะในห้างสรรพสินค้า แต่ในอนาคตจะเพิ่มสาขาแบบ Standaloneในทำเลที่มีศักยภาพ เช่น ย่านธุรกิจ ย่านชุมชน แหล่งสถานศึกษา แหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กลุ่มผู้บริโภคและเพิ่มจุดแข็งด้านการแข่งขัน เพราะหากวัดจำนวนสาขาของ P&F ในเวลานี้ติดกลุ่มท็อปไฟว์ในตลาดแล้ว

 

แบรนด์ร้าน P&Fจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือก ทั้งการได้รับยาและบริการที่มีคุณภาพ รวมทั้งรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อเข้ามาใช้บริการ เราจะมีเภสัชกรประจำร้านทุกวัน คัดสรรยาและอาหารเสริมที่เกิดจากวิวัฒนาการใหม่ๆจากต่างประเทศ บริการหลังการขายที่ช่วยให้ผู้บริโภคยุคปัจจุบันใช้ชีวิตได้อย่าง มีคุณภาพแท้จริง นอกจากนี้ เตรียมขยายการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ และเจาะกลุ่มผู้บริโภคแต่ละประเภท แต่ละโรคเฉพาะเจาะจงมากขึ้น”

 

ภก.ดร.แสงสุข กล่าวอีกว่า ตลาดร้านขายยามีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% มูลค่ายาจากตลาดร้านขายยายังคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20% ของตลาดยาทั้งระบบ และมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก เพราะถือเป็นทางเลือกที่ประชาชนสามารถใช้บริการเมื่อมีอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น ราคายาและสินค้าทางการแพทย์ถูกกว่าการใช้บริการในโรงพยาบาลเอกชน บวกกับเทรนด์การรักษาสุขภาพของคนรุ่นใหม่ที่นิยมเลือกซื้ออาหารเสริมประเภทต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพและเสริมความงามด้วย

 

ข้อมูลจากหน่วยงานบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์จำนวนร้านขายยาทั่วประเทศ มีมากกว่า 22,000 -23,000 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ 30% และต่างจังหวัด 70% แบ่งเป็น ร้านขายยาเดี่ยว (Standalone)ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการเป็นรายกลางและเล็ก(SME) มีสัดส่วนกว่า 80% ของจำนวน ร้านขายยาแผนปัจจุบันทั้งหมด และร้านขายยาของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีสาขา(Chain store) ทั้งในรูปแบบของการลงทุนเองและการขยายธุรกิจในรูปของแฟรนไชส์(Franchise)

ด้านเป้าหมายรายได้ บริษัทคาดว่า P&F จะสามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้มากถึง 10% จากรายได้รวม จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.5% และภายใน 4 ปี จะสามารถนำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ ซึ่งในโอกาสครบรอบ 35 ปี ร้านขายยา P&F จะแจกตลับยาฟรี และเมื่อซื้อสินค้าครบ 500 บาท จะได้ Special Gift Set รวมทั้งสมัคร Membership ฟรี

 

อนึ่ง ภก.ดร.แสงสุข พิทยานุกุล เภสัชกร ผู้ผลิตและปลุกปั้นแบรนด์ สมูทอี (Smooth-E) เวชสำอางค์จากธรรมชาติ รักษารอยแผลเป็น ไร้สิว ไร้ริ้วรอย ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว รอยแผลเป็น กระจ่างใส ที่หมอแนะนำ จนเป็นที่ยอมรับของกลุ่มผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศมานานมากกว่า 20 ปี และถือเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาด ปัจจุบันมีสินค้าในกลุ่มเวชสำอางค์และสินค้าส่วนบุคคล ได้แก่ สมูทอี(Smooth-E) และผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปากเดนทิสเต้(Dentiste’) ภายใต้วิสัยทัศน์สำคัญ คือ การเป็นบริษัทชั้นนำด้านสินค้าสุขภาพและความงามระดับเวิลด์คลาส