รู้จัก MQDC เจ้าของ Mulberry Grove คอนโดฯ ที่เจ้าสัวธนินท์มอบให้ครอบครัว “เนเน่”

ล่าสุด มีข่าวว่าคุณรัตติกานต์ อำลอย หรือ เนเน่ รอยัล ศิลปินอัจฉริยะวัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์รายการประกวดความสามารถระดับโลก America’s Got Talent ซีซัน 21 ทำให้เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้

ซึ่งก่อนหน้าที่จะได้แชมป์นั้น ทางเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมครอบครัว ได้มอบคอนโดมิเนียมโครงการ Mulberry Grove The Forestias ให้แก่ครอบครัวของเนเน่ เพื่อเป็นกำลังใจให้ครอบครัว ก่อนเดินทางไปแข่งขันรอบ Final ของรายการ America’s Got Talent 2026 ที่สหรัฐฯ

คอนโดฯ ที่มอบให้เป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ประมาณ 98.69 ตารางเมตร ภายในโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums โดยมอบให้คุณพ่อและคุณแม่ของเนเน่เพื่อเป็นบ้านและรากฐานความมั่นคงให้กับครอบครัว

ทำให้หลายคนน่าจะสงสัยว่าโครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums มีความน่าสนใจอย่างไร เจ้าสัวธนินท์จึงถึงขั้นมอบให้ครอบครัวของน้องเนเน่

รู้หรือไม่ว่า The Forestias คือ โครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่มูลค่าถึง 125,000 ล้านบาทบนถนนบางนา-ตราด กม.7 โดยภายในโครงการจะมีที่อยู่อาศัย พื้นที่ค้าปลีก สำนักงาน โรงแรม ศูนย์สุขภาพ พื้นที่ชุมชน และพื้นที่สีเขียว โดยหนึ่งในคอนโดฯ ที่อยู่ในโครงการก็คือ Mulberry Grove The Forestias Condominiums นั่นเอง

ทั้งนี้ โครงการคอนโดฯ ดังกล่าวมีมูลค่า 7,050 ล้านบาท โดยโครงการเป็นอาคาร Low Rise จำนวน 6 อาคาร สูง 7–8 ชั้น รวม 269 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 16 ไร่ ราคาเริ่มต้นประมาณ 18.5 ล้านบาทต่อยูนิต

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญคือ ผู้พัฒนาโครงการหลักแสนล้านและคอนโดฯ ห้องละหลายสิบล้านบาทแห่งนี้คือใคร ?

คำตอบคือ MQDC หรือ Magnolia Quality Development Corporation Limited บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ก่อตั้งโดยคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ลูกสาวคนสุดท้องของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ นั่นเอง

MQDC เริ่มต้นในปี 2537 และในช่วงแรกธุรกิจยังไม่ได้เป็นผู้พัฒนาโครงการระดับลักชัวรีอย่างในปัจจุบัน โดยหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2549 เมื่อ MQDC กลับมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยเปิดตัว Magnolias Southern California ที่บางนา-ตราด กม.7

ทั้งนี้ Magnolias วางโพสิชันให้เป็นแบรนด์ที่อยู่อาศัยระดับบน และต่อมาก็มีโครงการอย่าง Magnolias French Country ที่เขาใหญ่ และ Magnolias Ratchadamri Boulevard ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในโครงการที่โดดเด่นของบริษัท

และต่อมาในปี 2552 บริษัทก็เปิดตัว Whizdom The Exclusive ก่อนจะตามด้วย Whizdom @ Punnawithi Station ในปี 2553 เพื่อใช้เจาะกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ผ่านการวางทำเลใกล้กับระบบขนส่งต่าง ๆ และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและการใช้ชีวิตในเมือง

เมื่อมีประสบการณ์ด้านที่อยู่อาศัยมากขึ้น MQDC ก็เริ่มขยายตลาดจากเดิมที่แค่สร้างบ้านและคอนโดฯ ไปสู่การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่มีองค์ประกอบหลากหลาย หรือที่เรียกกันว่าโครงการมิกซ์ยูส

โดยหนึ่งในตัวอย่างที่เด่น ๆ ก็คงหนีไม่พ้น ICONSIAM ที่ภายในโครงการมีที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี 2 แห่งที่เกี่ยวข้องกับ MQDC ได้แก่ Magnolias Waterfront Residences at ICONSIAM และ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok บนพื้นที่ค้าปลีก โรงแรม และศูนย์การค้า

อีกโครงการหนึ่งคือ True Digital Park ที่นำพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่สำนักงาน ร้านค้า และพื้นที่สำหรับธุรกิจเทคโนโลยีและสตาร์ตอัปมาอยู่ใน Ecosystem เดียวกัน

และมาถึง The Forestias โดยความน่าสนใจของโครงการนี้คือการออกแบบให้เป็นเหมือนเมืองที่มีทั้งที่อยู่อาศัย พื้นที่สำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม พื้นที่กิจกรรม และพื้นที่สีเขียว โดยมีผืนป่าขนาดประมาณ 30 ไร่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของโครงการ

ภายใน The Forestias ก็มีที่อยู่อาศัยหลายแบรนด์ของ MQDC ตั้งแต่ Whizdom, Mulberry Grove, The Aspen Tree ไปจนถึง Six Senses Residences ซึ่งแต่ละแบรนด์ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มลูกค้าและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

อ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า MQDC เป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการดัง ๆ อย่างเช่น True Digital Park ฮับธุรกิจสตาร์ตอัป The Forestias และ Magnolias Waterfront Residences โครงการคอนโดฯ หรู นอกจากนี้ยังร่วมทุนกับกลุ่ม CP และสยามพิวรรธน์ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ICONSIAM อีกด้วย

และนอกจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจโรงแรมและ Hospitality เช่น Waldorf Astoria Bangkok เป็นต้น

ทีนี้เราลองไปดูผลประกอบการของบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น หรือ MQDC กันบ้าง

ปี 2566 รายได้ 6,627 ล้านบาท กำไร 118 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้ 5,620 ล้านบาท ขาดทุน 1,758 ล้านบาท

ปี 2568 รายได้ 4,063 ล้านบาท ขาดทุน 3,140 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า บริษัทมีผลประกอบการแย่ลงเรื่อย ๆ ซึ่งหนึ่งในเหตุผลก็น่าจะมาจากธรรมชาติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่รับรู้รายได้ตอนโอนกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่ตอนขาย เมื่อโครงการขนาดใหญ่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ รายได้จึงยังไม่เข้า ขณะเดียวกันตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักชะลอตัว จากหนี้ครัวเรือนสูง เกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวด และกำลังซื้อต่างชาติที่อ่อนลง

อีกปัจจัยที่น่าจะมีผลคือภาระดอกเบี้ยจากหุ้นกู้และเงินกู้ที่ใช้พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงต้นทุนก่อสร้างที่ผันผวนตามราคาวัสดุ และการตั้งสำรองหรือปรับมูลค่าสินทรัพย์ก็อาจมีส่วนด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของ MQDC บริษัทเบื้องหลังโครงการคอนโดฯ ห้องละเป็นสิบล้าน ที่ครอบครัวของน้องเนเน่ได้รับจากเจ้าสัวธนินท์ ก่อนที่เนเน่จะเดินทางไปรอบชิงชนะเลิศ และสร้างประวัติศาสตร์ให้คนไทยได้ในเวลาต่อมา

 

ที่มา: MQDC, ThaiBMA, DBD, REIC