เส้นทาง MTS Gold จากร้านทองตู้แดง สู่ธุรกิจทองคำครบวงจร 

จากร้านทองห้องแถวสองคูหาในวงเวียนใหญ่ สู่ธุรกิจทองคำที่ครอบคลุมทั้งค้าปลีก ค้าส่ง นำเข้าและส่งออกทองคำ การผลิตและสกัดทองคำ การซื้อขายออนไลน์ และการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ เส้นทางของ MTS Gold แม่ทองสุก สะท้อนการขยายธุรกิจครอบครัวจากร้านทองแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจทองคำครบวงจรที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการซื้อขายและการลงทุน 

จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปในปี 2495 เมื่อนางอำไพวรรณ หิรัณยศิริ ก่อตั้งกิจการภายใต้ชื่อ “โง้ว ย่ง ฮง” และ “ยู ฮอง” ก่อนจดทะเบียนเป็น “ห้างทองแม่ทองสุก” ในปี 2507 โดยมีสาขาวงเวียนใหญ่เป็นสาขาแรก เริ่มต้นจากการจำหน่ายทองคำให้ลูกค้าทั่วไป ก่อนขยายสู่ธุรกิจค้าส่งเมื่อคนในครอบครัวเข้ามาช่วยบริหารกิจการ 

ต่อมา ธุรกิจขยายสู่การนำเข้าและส่งออกทองคำ รวมถึงการซื้อขายกับต่างประเทศ โดยในปี 2539 ห้างทองแม่ทองสุกขยายตลาดและก้าวขึ้นเป็นผู้นำเข้าทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.99% รายใหญ่ของประเทศ พร้อมนำเข้าเม็ดเงินบริสุทธิ์จากจีนเพื่อจำหน่ายให้โรงงานผลิตเครื่องประดับเงินในไทย 

ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นอีกจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจให้น้ำหนักกับการซื้อขายและเทรดดิ้งทองคำมากขึ้น ก่อนเข้าสู่ยุคดิจิทัลด้วยการพัฒนาระบบซื้อขายออนไลน์ จากเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กที่ค่อย ๆ ปรับปรุงให้รองรับธุรกิจที่เติบโตขึ้น จนนำไปสู่การขยายบริการด้านการลงทุนและการซื้อขายทองคำผ่านหลายช่องทาง 

การเติบโตของ MTS Gold มาพร้อมการแบ่งบทบาทธุรกิจผ่านบริษัทในเครือ โดยบริษัท เอ็มทีเอส แคปปิตอล จำกัด ดำเนินธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งและสินค้าอนุพันธ์ รวมถึงมีบทบาทในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ขณะที่บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (2498) จำกัด ดูแลธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณและทองคำแท่ง ส่วนบริษัท แม่ทองสุก โกลด์สมิท จำกัด ดำเนินธุรกิจค้าทองคำและเครือข่ายค้าส่ง-ค้าปลีก 

ด้านการผลิตและแปรรูป บริษัท เอ็มทีเอส รีไฟเนอรี่ แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ดำเนินธุรกิจหลอมและสกัดทองคำเก่า รวมถึงผลิตเครื่องประดับทองคำ ขณะที่บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ดำเนินธุรกิจค้าทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% และ 99.99% พร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัลผ่านความร่วมมือกับ Kubix ในการออก MTS Gold Investment Token ซึ่งมีทองคำเป็นสินทรัพย์อ้างอิง 

อีกส่วนสำคัญคือธุรกิจค้าส่งทองรูปพรรณภายใต้ MTS Goldsmith ซึ่งมีลวดลายให้เลือกมากกว่า 2,000 รายการ พร้อมจัดส่งให้ร้านทองทั่วประเทศและรับผลิตตามแบบที่ลูกค้าต้องการ ธุรกิจยังมีโรงงานผลิตทองคำของตัวเอง รองรับการผลิตสร้อยคอทองคำหลายรูปแบบ รวมถึงการรับจ้างสกัดทองคำตั้งแต่ปริมาณ 2 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อให้ได้ทองคำความบริสุทธิ์ 99.99% นอกจากนี้ ยังนำเข้าทองคำจากอิตาลีและเครื่องประดับเพชรเพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ 

ในปี 2550 มีการจัดตั้งบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าซื้อขาย Gold Futures ในตลาด TFEX โดยบริษัทระบุว่าได้รับรางวัลด้านการให้บริการสินค้าอนุพันธ์ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน พร้อมส่งเสริมความรู้ด้านการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ให้แก่นักลงทุนทั่วไป การขยายธุรกิจสู่ตลาดดังกล่าวทำให้บริการของ MTS Gold ครอบคลุมทั้งการซื้อขายทองคำจริงและเครื่องมือการลงทุนที่อ้างอิงกับราคาทองคำ 

ด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล MTS Gold พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน โดย MTS AomX เน้นการออมและซื้อขายทองคำออนไลน์ เริ่มต้นตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ให้มาที่ 100 บาท หรือ 0.1 กรัม รองรับทองคำแท่ง 96.5% และ 99.99% ผู้ใช้งานสามารถสะสมทองผ่านมือถือและแจ้งถอนเป็นทองคำแท่งจริงเมื่อครบเงื่อนไขที่กำหนด โดยเลือกรับที่สาขาหรือจัดส่งทางไปรษณีย์ได้ตามเงื่อนไขบริการ 

ส่วน MTSGoldX รองรับการซื้อขายทองคำแท่ง 96.5% และ 99.99% ด้วยเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐ พร้อมฟังก์ชันตั้งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้า (Limit Order) กำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และจุดทำกำไร (Take Profit) รวมถึงติดตามคำสั่งซื้อขายรายออเดอร์ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่ารองรับทั้ง Android, iOS และคอมพิวเตอร์ และไม่มีค่าธรรมเนียมซื้อขาย ทั้งนี้ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบเงื่อนไขและเวลาทำการล่าสุดจากผู้ให้บริการก่อนทำรายการ 

นอกจากแอปพลิเคชันของตัวเอง MTS Gold ยังร่วมมือกับแพลตฟอร์มของสถาบันการเงิน เช่น เป๋าตังของธนาคารกรุงไทย, KKP Dime!, SCB และ KBank เพื่อขยายช่องทางเข้าถึงลูกค้า โดยแต่ละช่องทางมีรูปแบบบริการและกลุ่มผู้ใช้งานต่างกัน การเชื่อมต่อระบบจึงต้องรองรับกระบวนการซื้อขายของแต่ละแพลตฟอร์ม 

ธุรกิจยังขยายไปต่างประเทศผ่านการจัดตั้งบริษัทในสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาตลาดซื้อขายทองคำในต่างประเทศ โดยสิงคโปร์และฮ่องกงเป็นตลาดที่มีบทบาทสำคัญต่อการซื้อขายทองคำระดับภูมิภาค ขณะที่การพัฒนาประเทศไทยให้มีบทบาทมากขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและระบบนิเวศที่สนับสนุนอุตสาหกรรม 

MTS Gold วางแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “SMART WAY TO TRADE” และพันธกิจ 4 ด้าน ได้แก่ Master of Innovation, Trust & Integrity, Service Excellence และ Gold Expertise ครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรม ความน่าเชื่อถือและความซื่อสัตย์ การบริการ และความเชี่ยวชาญด้านทองค

ด้านผลประกอบการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด มีรายได้รวมในปี 2568 อยู่ที่ 3,469.116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142.2% จากปีก่อน ขณะที่มีกำไรสุทธิ 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 704.64%  โดยบริษัทมีรายได้รวมสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย จากผลประกอบการปี 2568 

จากร้านทองตู้แดงในวงเวียนใหญ่ MTS Gold ขยายธุรกิจจากค้าปลีกสู่ค้าส่ง จากการซื้อขายแบบดั้งเดิมสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ และจากทองคำจริงสู่ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดยเชื่อมโยงธุรกิจค้าทองคำ การผลิตและสกัดทองคำ ตลาดอนุพันธ์ และบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเครือธุรกิจที่ครอบคลุมหลายส่วนของอุตสาหกรรมทองคำ 

ที่มา: DBD , เว็บไซต์บริษัทและบริษัทในเครือ