เมื่อสำรวจความพึงพอใจในตลาดประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน ซึ่งการแข่งขันส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่กับการเสนอ “เบี้ยที่ถูกที่สุด” อยู่เสมอ จนกระทั่ง บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI เสนอทางเลือกใหม่ ซึ่งกล้าเดินสวนทาง ด้วยการชูผลิตภัณฑ์ที่จับกลุ่มลักเชอรี ย่อมเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา และเมื่อผลิตภัณฑ์นี้สามารถก้าวขึ้นคว้ารางวัลชนะเลิศ Product of the Year 2026 สาขาประกันภัยบ้านและทรัพย์สินมาครองได้ ยิ่งตอกย้ำว่า การเดินเกมการตลาดแบบแตกต่างนี้ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล
เรากำลังพูดถึง บริการ “Ultra Living” ประกันภัยบ้านและทรัพย์สินระดับพรีเมียมจาก บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI ซึ่งบทความนี้จะถอดรหัสว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้โดดเด่นจนคู่ควรกับรางวัลอันทรงคุณค่านี้

เมื่อ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่คือทรัพย์สินที่สะท้อนความสำเร็จ
โจทย์ตั้งต้นของ Ultra Living มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า สำหรับเจ้าของบ้านระดับลักเชอรีที่มองว่า บ้านไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พักผ่อน แต่คือทรัพย์สินมูลค่าสูงที่สะสมทั้งเงินทองและความหมายทางใจ ขณะเดียวกันความเสี่ยงในโลกยุคใหม่ก็ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่ถี่และคาดเดายาก อัคคีภัย หรือเหตุไม่คาดคิดอื่น ๆ ที่ล้วนสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล
แต่ปัญหาคือ ประกันบ้านทั่วไปในตลาดมักออกแบบมาสำหรับที่อยู่อาศัยระดับกลาง ทำให้เพดานความคุ้มครองไม่สอดคล้องกับมูลค่าที่แท้จริงของบ้านหรู อีกทั้งทรัพย์สินบางประเภทที่พบมากในบ้านระดับบน เช่น ของตกแต่งราคาสูง หรือต้นไม้จัดสวนมูลค่ามาก มักไม่ได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์มาตรฐาน นี่จึงเป็นช่องว่างที่ Ultra Living เข้ามาเติมเต็ม

ทุนประกันสูงสุด 300 ล้าน ครอบคลุมสิ่งที่ประกันทั่วไปมองข้าม
ต้องบอกว่า จุดขายหลักและเป็นหัวใจของ Ultra Living อยู่ที่ความยืดหยุ่นและเพดานความคุ้มครองที่สูงเป็นพิเศษ เริ่มจากทุนประกันภัยที่เริ่มต้น 10 ล้านบาท และสูงสุดถึง 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ตอบโจทย์บ้านมูลค่าสูงได้อย่างแท้จริง พร้อมให้เลือกระยะเวลาเอาประกันภัยได้ตั้งแต่ 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี เพื่อล็อกความคุ้มครองระยะยาว
แน่นอนว่า ความคุ้มครองครอบคลุมที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภท ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว ห้องชุด แมนชั่น และคอนโดมิเนียม และจุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ นอกจากตัวโครงสร้างอาคาร (รวมส่วนต่อเติม แต่ไม่รวมฐานรากและที่ดิน) ยังครอบคลุมถึงเฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งติดตั้งตรึงตรา เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม ของใช้ในบ้าน ตลอดจนต้นไม้ที่ปลูกไว้เพื่อการตกแต่ง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สะท้อนความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านหรูอย่างลึกซึ้ง เพราะสิ่งเหล่านี้ คือ ทรัพย์สินที่ประกันบ้านทั่วไปมักไม่คุ้มครอง
นอกจากนี้ ยังมีความคุ้มครองเพิ่มเติมทั้งภัยจากการโจรกรรม และความรับผิดต่อบุคคลภายนอกด้วยวงเงินสูงถึง 2 ล้านบาท ปิดท้ายด้วยบริการเสริมระดับพรีเมียมอย่าง Emergency Home Assistance ที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเปลี่ยนกรมธรรม์จากแค่ “เอกสารคุ้มครอง” ให้กลายเป็น “บริการดูแลความอุ่นใจ” ที่ตรงกับความคาดหวังของลูกค้ากลุ่มบน
Ultra Living กับการวางตำแหน่งบริการ ได้อย่างชาญฉลาด
หากมองในเชิงกลยุทธ์การตลาด การเปิดตัว Ultra Living สะท้อนการวางหมากที่น่าสนใจหลายมิติ ซึ่งเป็นเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้โดดเด่นจนคว้ารางวัลมาได้
ประการแรก คือ การเลือกสนามที่หลบการแข่งขันราคา ตลาดประกันบ้านส่วนใหญ่เป็นทะเลเลือด (Red Ocean) ที่แข่งกันด้วยเบี้ยราคาถูก บางเจ้าเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทต่อปี การที่ KPI เลือกเจาะกลุ่มบ้านลักเชอรี จึงเป็นการหลีกเลี่ยงสงครามราคา แล้วไปแข่งด้วยคุณค่าและบริการในเซกเมนต์ที่มีผู้เล่นจริงจังไม่มากนัก ทำให้มีพื้นที่สร้างแบรนด์เป็นเจ้าแรก ๆ ที่ลูกค้านึกถึง
ประการที่ 2 คือ การใช้จุดแข็งด้านช่องทางจัดจำหน่าย ในฐานะบริษัทในเครือธนาคารกรุงไทย KPI สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำผ่านช่องทางของธนาคาร ทั้งลูกค้าสินเชื่อบ้านวงเงินสูงและกลุ่มลูกค้า Wealth โดยลูกค้าสามารถดูรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ krungthai.com ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบด้านการเข้าถึงลูกค้าที่บริษัทประกันอิสระทำได้ยากกว่า
ประการที่ 3 คือ การอ่านเทรนด์ความเสี่ยงได้ถูกจังหวะ ในภาวะที่ภัยธรรมชาติเกิดถี่และรุนแรงขึ้น ความตระหนักเรื่องการปกป้องทรัพย์สินก็สูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าของบ้านหรูที่มีมูลค่าทรัพย์สินต้องปกป้องมากกว่าคนทั่วไป Ultra Living จึงเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างพอดีจังหวะ

รางวัลที่สะท้อนการเข้าใจตลาดอย่างแท้จริง
การที่ Ultra Living สามารถคว้ารางวัล Product of the Year 2026 สาขาประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน จึงไม่ใช่เพียงการยกย่องผลิตภัณฑ์ที่มีทุนประกันสูง แต่เป็นการยอมรับในวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลัง และนั่นคือ การกล้าเดินสวนตลาดไปเจาะเซกเมนต์ที่ถูกมองข้าม ด้วยการการออกแบบความคุ้มครองที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง และการวางระบบบริการที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าระดับบน
Ultra Living จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เริ่มต้นจากการเข้าใจช่องว่างของตลาด และความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค มากกว่าการแข่งขันในกระแสหลัก โดยรางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า แนวทางดังกล่าว คือ ทิศทางที่ตอบโจทย์สำหรับเจ้าของบ้านมูลค่าสูง ที่มองหาความคุ้มครองที่สมกับคุณค่าของทรัพย์สิน และ Ultra Living ได้พิสูจน์ว่าเป็น No.1 ในตลาดลักเชอรี จาก KPI สำหรับตลาดประกันภัยบ้านและทรัพย์สินในปัจจุบัน
The Business Plus บิสิเนสพลัส
