แบรนด์ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” อาหารยอดฮิตช่วงสิ้นเดือน ขายดีแค่ไหน ?

ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยในปี 2568 มีมูลค่ารวมราว 23,126 ล้านบาท เติบโตเพียง 1.5% จากปีก่อน ท่ามกลางการแข่งขันผ่านกลยุทธ์ราคาและกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อรักษาส่วนแบ่ง

ทั้งนี้ ธรรมชาติของสินค้าชนิดนี้มักถูกจัดเป็นสินค้าด้อยคุณภาพ หรือ Inferior Good ที่ในทางเศรษฐศาสตร์คือสินค้าที่ความต้องการเพิ่มขึ้นเมื่อรายได้ลดลง และลดลงเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สินค้าชนิดนี้จะได้รับความนิยมในช่วงสิ้นเดือน เพราะเป็นช่วงที่มนุษย์ออฟฟิศมีเงินใช้จ่ายตึงตัว

สำหรับปี 2569 คาดว่าตลาดจะโตราว 2.3–3.3% จากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบและราคาที่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่ความเสี่ยงหลักของธุรกิจนี้อยู่ที่ต้นทุน อย่างเช่น น้ำมันปาล์มและข้าวสาลี เป็นต้น

 

 

สำหรับในตลาดไทย มาม่าเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งการตลาดในไทยประมาณ 50% โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายบะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูปอยู่ที่ 18,145 ล้านบาท ลดลง 4.2% จากปีก่อนหน้า 18,940 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนนี้รวมทั้งยอดขายภายในประเทศและการส่งออก โดยปี 2568 บริษัทส่งออกได้ 5,324 ล้านบาท ลดลงจาก 6,453 ล้านบาท ส่วนยอดขายในประเทศ 12,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 12,488 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากลองนำอัตรากำไรจากการดำเนินงานเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่อยู่ที่ 9–15% มาลองคำนวณกับรายได้ตรงนี้ดูก็จะได้กำไรจากการดำเนินงานปี 2568 ที่ 1,633–2,722 ล้านบาท  

ด้านโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย เจ้าของไวไว ควิก และนูดดี้ เป็นรายเดียวในกลุ่มที่รายได้ยังเติบโต ปี 2568 มีรายได้ 8,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% แต่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 13.6% เป็น 1,584 ล้านบาท อัตรากำไรจึงขยับจากราว 15.8% เป็น 17.8% สูงที่สุดในกลุ่ม

สำหรับวันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร เจ้าของยำยำและยำยำช้างน้อย และนิสชิน ฟูดส์ (ไทยแลนด์) มีรอบบัญชีต่างจากมาม่าและไวไว ปีล่าสุดในอินโฟกราฟิกจึงเป็นปี 2569 

ยำยำมีรายได้ 6,903 ล้านบาท ลดลง 9.6% จาก 7,640 ล้านบาท กำไรลดลง 31.5% เหลือ 671 ล้านบาท อัตรากำไรหดจากราว 12.8% เหลือ 9.7% ส่วนนิสชินมีรายได้ 2,015 ล้านบาท ลดลง 7.2% จาก 2,172 ล้านบาท แต่กำไรลดลงเพียง 2.2% เหลือ 312 ล้านบาท อัตรากำไรกลับดีขึ้นจากราว 14.7% เป็น 15.5%

สรุปแล้ว จาก Infographic นี้จะเห็นได้ว่ายอดขายของผู้เล่นหลายรายลดลง ขณะที่ในด้านอัตรากำไรในรอบนี้ ไวไวและนิสชินทำได้ดีกว่ายำยำ 

 

ที่มา: DBD, SET, เว็บไซต์บริษัท, MD&A ปี 2568 ของ TFMAMA