ปี 2568 ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ธุรกิจประกันวินาศภัยไทย ในฐานะปีที่โหดหินที่สุดปีหนึ่ง ไม่ใช่เพราะการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้นขึ้น หรือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ควบคุมไม่ได้ แต่เพราะภัยธรรมชาติได้ส่งคลื่นมหาวิกฤตมาถาโถมประเทศไทยอย่างไม่หยุดหย่อน ถึง 3 ระลอกใหญ่ ตั้งแต่อุทกภัยหนักในภาคเหนือและภาคอีสาน ตามมาด้วยภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่มีศูนย์กลางในประเทศเมียนมาร์ และแผ่ผลกระทบข้ามพรมแดนสู่ไทย จนถึงน้ำท่วมใหญ่ระลอกหนักในภาคใต้ ซึ่งส่งผลบวกต่อธุรกิจประกันภัยในด้านเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ
อย่างไรก็ตาม จากที่บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้มุ่งพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความโดดเด่น ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ในทุกความต้องการ ได้ก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ จนเกิดผลสำเร็จมากที่สุดอีกปีหนึ่ง
ล่าสุด “ผู้นำ” สูงสุด ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สามารถคว้าสุดยอดรางวัล “THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026” ประเภทอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยมาครอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กับผลงานระดับมาสเตอร์พีซ

แน่นอนว่า ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจประกันวินาศภัยในยามภัยพิบัติ ไม่ใช่แค่การรับมือกับสินไหมทดแทนที่พุ่งสูงขึ้น แต่คือการรักษาสมดุลระหว่างการดูแลลูกค้าอย่างทันท่วงทีในยามวิกฤต กับการบริหารความเสี่ยงและสุขภาพทางการเงินขององค์กรให้ยั่งยืนในระยะยาว นี่คือบทพิสูจน์ว่า บริษัทฯ ที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล กับบริษัทฯ ที่ไม่ได้เตรียมแผนการรองรับไว้ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
สำหรับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ไม่ได้มองภัยธรรมชาติทั้ง 3 ระลอกเป็นเพียงตัวเลขความเสียหายที่ต้องประเมิน แต่มองว่ามันคือ บทพิสูจน์ความเชื่อมั่น ที่ลูกค้าและสังคมให้ไว้กับองค์กรมาตลอดหลายสิบปี การระดมทีมงานลงพื้นที่รวดเร็ว การเร่งกระบวนการจ่ายสินไหม และการสื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใสในทุกสถานการณ์ คือ สิ่งที่แปลง “วิสัยทัศน์” ออกมาเป็น “การกระทำ” ที่จับต้องและวัดผลได้จริง
Key Success Factor แรกและสำคัญที่สุดที่อธิบายความสำเร็จของทิพยประกันภัยในปีที่ผ่านมา ดร.สมพร ได้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญที่จะไม่แข่งขันด้วยการลดราคา เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดในระยะสั้น แต่เลือก “ปรับเบี้ยประกันให้สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง” (Volume-Based สู่ Value-Based Business) แม้จะหมายถึงการยอมสูญเสียปริมาณยอดขายบางส่วนในช่วงเปลี่ยนผ่าน
แนวคิดนี้ฟังดูเสี่ยง แต่เมื่อภัยธรรมชาติระลอกใหญ่เกิดขึ้นจริง ได้พิสูจน์ว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะพอร์ตโฟลิโอที่มีคุณภาพดีกว่า หมายถึง ความเสียหายที่ควบคุมได้มากกว่า และกำไรที่มั่นคงกว่าในท้ายที่สุด
Key Success Factor ที่สองคือ พลังของบุคลากร ไม่ได้หมายถึงการรวมคนไว้ในองค์กรเดียว แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนเข้าใจทิศทางเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน และเดินหน้าพร้อมกัน การที่พนักงานทั่วประเทศได้รับการถ่ายทอดวิสัยทัศน์โดยตรงจาก ดร.สมพร สะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำองค์กรเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า ชัยชนะในสนามธุรกิจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “คน” ขององค์กร มีพลังงานและความมุ่งมั่นเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งในปีที่ทุกอย่างถูกทดสอบโดยวิกฤตที่ควบคุมไม่ได้ พลังของทีม คือ สิ่งที่พาองค์กรผ่านมาได้
Key Success Factor ที่สามคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับวิถีชีวิตยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ทิพยประกันภัย เข้าใจดีว่าผู้บริโภคในยุคนี้ไม่ได้มองหาแค่กรมธรรม์ที่ครอบคลุมความเสี่ยง แต่ต้องการประสบการณ์การเป็นลูกค้าที่ราบรื่น เข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว การลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาเสริมประสิทธิภาพการให้บริการ จนส่งผลให้ทิพยประกันภัย สามารถดึงดูดและรักษาลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ในช่วงที่ตลาดผันผวน
ผลลัพธ์ของทุกความมุ่งมั่นนี้ ถูกยืนยันในระดับที่เป็นรูปธรรมที่สุดด้วยรางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026 ประเภทอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ที่ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ได้รับการชื่นชมและยกย่องจากภาคธุรกิจและสังคมว่า “ท่ามกลางปีที่ยากที่สุด ทิพยประกันภัย ยังคงยืนหยัดในจุดสูงสุดของอุตสาหกรรม และนั่นคือความสำเร็จที่มีความหมายมากกว่าตัวเลขใด ๆ”

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ดร.สมพร ไม่ได้หยุดอยู่แค่การฉลองความสำเร็จในอดีต แต่ได้ประกาศเป้าหมายที่ท้าทายต่ออนาคต ถึงยุทธศาสตร์ One Team One Destination และตั้งเป้าให้ปี 2569 จะเป็นปีแห่ง All Time High ทั้งด้านยอดขายและกำไร โดยวิสัยทัศน์นี้ ไม่ใช่การพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจเพียงอย่างเดียว แต่มีรากฐานจากทิศทางธุรกิจที่ชัดเจน จากพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งขึ้น จากทีมงานที่พร้อมมากขึ้น และจากตลาดที่ความตระหนักรู้ด้านการประกันภัยกำลังเติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังประชาชนได้สัมผัสกับความเสี่ยงภัยธรรมชาติด้วยตัวเองในปีที่ผ่านมา
ภาพที่ชัดเจนที่สุดของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในวันนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางการเงิน แต่คือการที่องค์กรแห่งนี้ กำลังเปลี่ยนนิยามของตัวเอง จากบริษัทประกันที่คนรู้จักสู่แบรนด์ประกันที่คนไว้วางใจและนึกถึงในทันทีเมื่อต้องการความคุ้มครอง นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าการเติบโตของเบี้ยประกันรับ และมันคือมรดกที่ ดร.สมพร กำลังสร้างให้กับองค์กรและอุตสาหกรรมในระยะยาว

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใต้ร่มเงาการบริหารของ ดร.สมพร สืบถวิลกุล จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของผลกำไรหลักพันล้าน หรือถ้วยรางวัลแห่งความสำเร็จเท่านั้น แต่เป็นบทพิสูจน์อันทรงเกียรติถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกล สติปัญญาในการบริหารจัดการ และความกล้าหาญในการทรานส์ฟอร์มองค์กร ด้วยการผนึกเทคโนโลยี InsurTech ควบคู่ไปกับหลักธรรมาภิบาล การนำข้อมูลทางเศรษฐกิจ สังคม และภูมิรัฐศาสตร์โลก มาสกัดเป็น Blueprint ชั้นเลิศที่จะทำให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงแต่ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง แต่ยังสถาปนาตนเองเป็นสถาบันการเงินที่แข็งแกร่งระดับ AAA เป็นที่พึ่งพิงที่ไว้วางใจได้สำหรับคนไทย และยืนหยัดเป็นผู้นำที่พร้อมจะสร้างคุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้กับสังคมและประเทศชาติสืบต่อไปอย่างยั่งยืน
The Business Plus บิสิเนสพลัส
