Home / MANAGEMENT & STRATEGIES / LEADERSHIP / 7 สิ่งต้องรู้เบื้องหลังความสำเร็จ “Crystal Lagoon”

7 สิ่งต้องรู้เบื้องหลังความสำเร็จ “Crystal Lagoon”

Key Hilight

· เทคโนโลยีของบริษัทนวัตกรรมทางด้านน้ำข้ามชาติได้ก้าวไปกว่ากระบวนทัศน์ของอสังหาริมทรัพย์ที่คำนึงถึงเพียง”ทำเล”

· คริสตัล ลากูนส์ นำไลฟ์สไตล์ราวกับการอยู่ริมชายหาดอันงดงามสู่ทุกพื้นที่ทั่วโลก ด้วยการแปลงโฉมพื้นที่ที่ไม่มีใครคาดว่าจะสามารถพัฒนาได้ ให้กลายเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นอย่างมาก

Crystal Lagoon (คริสตัล ลากูนส์)บริษัทนวัตกรรมชั้นสูงข้ามชาติที่พัฒนาลากูนที่มีน้ำใสประดุจคริสตัลที่ยั่งยืน โดยที่ไม่จำกัดขนาดในการสร้างใช้ต้นทุนในการก่อสร้างและบำรุงรักษาที่ต่ำ ยังคงเดินหน้าปฏิวัติวงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกด้วยข้อเสนอที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของพื้นที่ด้วยการเนรมิตสถานที่ยอดนิยมของโลกมาไว้ในพื้นที่ที่ไม่มีใครคาดว่าจะสามารถพัฒนา ได้กลายเป็นชายหาดที่งดงาม คำถามคือ “คริสตัล ลากูนส์” สามารถสร้างความสำเร็จให้กับอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่งในประเทศได้อย่างไร

crystal lagoons

7 สิ่งต้องรู้เกี่ยวกับ “คริสตัล ลากูนส์” ที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยทุกคนควรรู้

1. แนวคิดที่แตกต่างและเทคโนโลยีอันก้าวล้ำของ คริสตัล ลากูนส์
เปลี่ยนวิธีคิดของอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนรากฐานที่คำนึงถึงเพียง “ทำเล ทำเล และ ทำเล” โดยจะทำให้โครงการต่างๆ ที่ดูว่าไม่สามารถพัฒนาต่อได้นั้นดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้าม ด้วยการเพิ่มลากูนน้ำใสที่สามารถนำเอาไลฟ์สไตล์ของชายทะเลที่งดงามจากทุกพื้นที่ทั่วโลกเข้ามาไว้ในโครงการ แม้แต่ในกรุงเทพฯ เองก็ตาม ก็สามารถที่จะมีลากูนน้ำใสประดุจคริสตัลอยู่ในสวนสาธารณะ และประชาชนทุกคนก็สามารถสัมผัสบรรยากาศชายทะเลเขตร้อนเช่นเมืองต่างๆ ทั่วโลก

2. พลิกโฉมโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกโดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีใครคิดว่าจะพัฒนาได้ให้กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด
ด้วยผลตอบแทนจากการลงทุน ROIs) ที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อบริษัทฯ สามารถเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นกว่าร้อยละ 70 และเพิ่มมูลค่าพื้นที่ต่อตารางเมตร ทั้งยังช่วยเพิ่มความเจริญเติบโตในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น อสังหาริมทรัพย์ที่มีลากูนน้ำใสอยู่ในบริเวณนั้นก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ได้

3. เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน
จึงทำให้สามารถก่อสร้างและบำรุงรักษาลากูนน้ำใสที่ไม่จำกัดขนาดได้ในทุกที่ด้วยต้นทุนที่ต่ำ

4. สามารถนำน้ำทุกประเภทมาใช้ในลากูนได้
ไม่ว่าจะเป็น น้ำจืด น้ำเค็ม หรือน้ำกร่อยก็ตาม ซึ่งสิ่งนี้ช่วยตอบสนองความต้องการในอุดมคติของผู้พัฒนาโครงการได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น คริสตัล ลากูนส์จึงไม่จำเป็นต้องใช้น้ำจืดทั้งหมด เช่นเมื่อลากูนที่มีน้ำใสประดุจคริสตัลขนาดพื้นที่ 3 เฮคเตอร์ถูกเติมเต็มด้วยน้ำจืด ลากูนนั้นจะใช้น้ำน้อยกว่าสนามกอล์ฟถึง 30 เท่า และใช้ปริมาณน้ำเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของสวนสาธาณะที่มีขนาดเดียวกัน

5. พลิกโฉมพื้นที่ทุกแห่งให้กลายเป็นหาดสวรรค์
ซึ่งจะมอบทางเลือกในแง่บันเทิงได้มากมาย อาทิ ว่ายน้ำ เคเบิ้ลสกี วอเตอร์เจ็ทแพ็ค พายเรือคายัค วินเสิร์ฟ ดำน้ำสน็อคเกิ้ล และพายเรือแพดเดิ้ลบอร์ด ที่ตอบสนองความต้องการของคนทุกกลุ่มได้หลากหลายเมื่อเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอื่นๆ อย่างเช่น สนามกอล์ฟที่ให้ความเพลิดเพลินกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

6.ได้รับการบันทึกสถิติจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ 2 ครั้ง
ว่าเป็นลากูนน้ำใสประดุจคริสตัลที่สร้างโดยมนุษย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จากโครงการ ซาน อัลฟองโซ เดล มาร์ (San Alfonso del Mar) ในประเทศชิลี ที่มีขนาด 8 เฮกตาร์ (หรือ 50 ไร่) และโครงการที่ชาร์ม เอล ชีค (Sharm El Sheikh) ประเทศอียิปต์ ที่ตอนนี้ทำลายสถิติเป็นลากูนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 12.5เฮกตาร์ (หรือ 76.25 ไร่)

7.ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อีกขั้นในสหรัฐอเมริกา
โดยเป็นพันธมิตรกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับเวิลด์คลาสในการพลิกโฉมศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลกสำหรับผู้ใหญ่อย่าง “ลาสเวกัส สตริป” ให้กลายเป็นสวรรค์ริมชายหาดอันงดงาม โครงการของคริสตัล ลากูนส์ที่ลาสเวกัส ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสนามกอล์ฟที่มีเพียงแห่งเดียวใจกลางเมือง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะถูกแปลงโฉมให้เป็นลากูนน้ำใสประดุจคริสตัลขนาดพื้นที่ 12.1 เฮกตาร์ และในทางกลับกันโครงการนี้ก็แสดงให้เห็ยถึงความสำเร็จอีกขั้นของ คริสตัล ลากูนส์ ในสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน

คริสตัล ลากูนส์
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จอยู่มาก เนื่องจากมีโอกาสมากหมายอยู่ในพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน รวมไปถึงพื้นที่ชั้นในที่ไม่ได้รับการพัฒนาซึ่งเป็นชายหาดงดงามตามธรรมชาติที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนได้

ทั้งนี้ คริสตัล ลากูนส์ สามารถพลิกโฉมพื้นที่เหล่านี้ให้กลายเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดได้ พร้อมกับข้อเสนอที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่ จึงทำให้บางสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้นั้นเป็นไปได้ขึ้นมา

ในปัจจุบัน คริสตัล ลากูนส์ มีโครงการในเอเชียจำนวน 20 โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพัฒนาที่แตกต่างกัน และอีก 2 โครงการที่กำลังดำเนินการ ได้แก่ โครงการ “บินตัน ทรีสเชอร์ เบย์ (Bintan Treasure Bay)” ในประเทศอินโดนีเซีย และอีกหนึ่งโครงการที่หัวหิน ประเทศไทย คริสตัล ลากูนส์ ตั้งเป้าหมายที่จะมีโครงการในเอเชียจำนวน 60 โครงการในอีก 6 ปีข้างหน้า และเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย เกาหลีใต้ เวียดนาม มาเลเซียและอินโดนีเชีย

ในช่วงปี 2560 คริสตัล ลากูนส์ จะเซ็นต์สัญญาอีก 2 โครงการทั้งในประเทศไทย เกาหลีใต้ และมาเลเซีย นอกจากนี้จะเซ็นต์อีก 3 โครงการในประเทศเวียดนาม และอย่างน้อยอีก 1 โครงการในประเทศอินโดนีเชีย ปัจจุบัน คริสตัล ลากูนส์ เข้าถึงโครงการขนาดใหญ่โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการพัฒนาที่แตกต่างกันกว่า 600 โครงการ ทั้งในเขตพื้นที่ชนบท พื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่สาธารณะและพื้นที่อุตสาหกรรมใน 60ประเทศทั่วโลก