Home / Cover / มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี อุทยานแห่งการเรียนรู้ ตอบโจทย์ครบเครื่อง ‘การศึกษา’

มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี อุทยานแห่งการเรียนรู้ ตอบโจทย์ครบเครื่อง ‘การศึกษา’

หากพูดถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยที่ขึ้นชื่อครบเครื่องเรื่องวิชาการและการกีฬาในปัจจุบันนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) หรือ BANGKOKTHONBURI UNIVERSITY (BTU) ถือเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนกล่าวถึง เพราะเนื่องจากการวางรากฐานทางการศึกษามาอย่างยาวนาน จนเกิดการบ่มเพาะวิชาการความรู้ได้อย่างครบถ้วน เรียกว่าการเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีแห่งนี้ จะสร้างให้ผู้เรียนเป็นหนึ่งไม่แพ้ใครทั้งในแง่วิชาการและกีฬา


และเพื่อให้ภาพของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ชัดเจนขึ้น ผู้ที่จะฉายภาพนี้ได้ดีที่สุดคือ รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ผู้ปลุกปั้นความเป็นมืออาชีพให้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จนมีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ ท่านบอกว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของแหล่งความรู้ทางการศึกษา ที่นี่เสมือนอุทยานแห่งการเรียนรู้ กล้าพูดได้เลยว่าเป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ทุกด้าน พร้อมพื้นที่ที่กว้างขวาง ให้ความร่มรื่น ในทางกายภาพสามารถทำให้สถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ผู้เรียนได้ความรู้และพักผ่อนหย่อนใจไปในตัว ผู้ปกครองที่เข้ามาเห็นต่างชื่นชอบเพราะเป็นอุทยานที่เป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีคณะและสาขาครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นคณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะศิลปศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะบัญชี คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะดุริยางคศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา เรามีครบทั้งหมด

“ในภาวะแบบนี้ วิทยาศาสตร์สุขภาพนับเป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคณะอื่น ๆ เพราะเรื่องวิทยาศาสตร์สุขภาพจะเกี่ยวข้องกับคณะสาธารณสุขศาสตร์และคณะพยาบาลศาสตร์ นักศึกษาพยาบาลจบไป 10 รุ่นแล้ว และปีการศึกษา 2562 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีเปิดคณะทันตแพทยศาสตร์รุ่นแรก ซึ่งผู้ปกครองและนักศึกษาเมื่อเห็นข่าวรวมถึงหลักสูตรของเราที่ดำเนินการมาแล้วต่างพึงพอใจ ตอนนี้กำลังเปิดรุ่นที่ 2 และใกล้จะเต็มแล้ว เปิดรับแค่ 40 คนเท่านั้น”

จุดเด่นอีกด้านของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี คือกลุ่มผู้เรียนที่มีความพร้อมมากที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้มีงานทำแล้ว มีกิจการเป็นของตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหลายร้อยล้านพันล้านบาท รัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่น

ถือเป็นกลุ่มที่มีความพร้อมมากในทุก ๆ มิติ ผู้เรียนในกลุ่มนี้สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับน้อง ๆ รุ่นหลังได้ เมื่อคนกลุ่มที่เพียบพร้อมด้วยหน้าที่ทางการงานมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี แค่เติมองค์ความรู้ในด้านของวิชาการให้ เป็นการเติมเต็มในกระบวนการคิดทางทฤษฎีให้เขา ที่สำคัญ คณาจารย์กับลูกศิษย์มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ซึ่งกันและกันในหลาย ๆ เรื่อง ลูกศิษย์รู้ในเรื่องของภาคปฏิบัติ อาจารย์มีความรู้เรื่องทฤษฎีก็นำมาแชร์กัน นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก

“มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของแหล่งความรู้ทางการศึกษา ที่นี่เสมือนอุทยานแห่งการเรียนรู้ พูดได้เลยว่าเป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ทุกด้าน”

กลุ่มที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญคือ กลุ่มน้อง ๆ ที่เพิ่งจบมัธยมปลาย แบ่งเป็นกลุ่มที่ผู้ปกครองมีความพร้อม หรือกลุ่มที่มีความตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี กับกลุ่มที่คุณพ่อคุณแม่ขาดทุนทรัพย์ ก็จะมีกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่รัฐบาลสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยเติมเต็มก็คือ

“เรามีสวัสดิการให้นักศึกษาด้วย คือการมีหอพักระดับมาตรฐานให้อยู่ฟรี น้ำไฟมหาวิทยาลัยจะรับภาระให้กับลูกศิษย์ เปิดความตั้งใจว่าเราช่วยเหลือนักศึกษาจริง ๆ และเป็นจุดที่ภูมิใจมาก เมื่อเด็กจบไปแต่ละรุ่นแล้วมีงานทำประสบความสำเร็จ นักศึกษาจะเขียนจดหมายหรือโทรศัพท์มาขอบคุณอธิการบดีกับมหาวิทยาลัยที่ได้ดูแลเขาตั้งแต่เขายังอ่อนแอ จนในปัจจุบันที่น้อง ๆ เหล่านี้จบปริญาตรี จบโท จบเอก มีความเข้มแข็งแล้ว นับเป็นความประทับใจของอาจารย์ที่ได้ช่วยลูกศิษย์จนเข้มแข็งยืนได้ด้วยขาของตัวเอง”

มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่เปิดสอนระดับปริญญาโท คณะทันตแพทยศาสตร์ เปิดในสาขาทันตแพทย์จัดฟัน ซึ่งสาขานี้ขึ้นชื่อว่าเปิดได้ยาก หากที่ใดอยากเปิดสอนต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาสอน และยังมีสาขาวิชาโลจิสติกส์ก็ได้รับความนิยมมาก นักศึกษาจบมาหลายรุ่น และทุกรุ่นก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะสอนจริง ส่งปฏิบัติงานฝึกงานจริง ๆ เรียกว่าศึกษาได้ทั้งความรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

นักศึกษาที่จบการท่องเที่ยว การโรงแรม พยาบาลศาสตร์  มหาวิทยาลัยจะให้ฝึกทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติงานจริง และภาคปฏิบัติมีทั้งแล็ปในมหาวิทยาลัยและแล็ปนอกมหาวิทยาลัย อีกทั้งในหลายสาขาก็มีการส่งไปฝึกปฏิบัติงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การท่องเที่ยว การโรงแรม

“ที่นี่ส่งเสริมนักศึกษา Lifelong Education ตรงนี้สำคัญ ถ้าผู้เรียนรู้แต่ในด้านทฤษฎีแต่ปฏิบัติไม่เป็นจะเป็นปัญหาตามมา แต่ของทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีไม่มีปัญหาเช่นนั้น เพราะผู้ประกอบการ สถานประกอบการ และทางมหาวิทยาลัยจะมีการประชุมร่วมกันเสมอ ผู้ประกอบการต้องการให้ลูกศิษย์ของเราเป็นแบบไหน เก่งแบบไหน เราก็จะสอนเด็กให้ตอบโจทย์กับสถานประกอบการต่าง ๆ เด็กของเราต้องทำเป็นทุกอย่าง ถ่ายเอกสาร ใช้คอมพิวเตอร์ รับโทรศัพท์รู้เรื่อง และปูพื้นฐานภาษาในด้านที่เขาสามารถสื่อสารได้เข้าใจรู้เรื่องไม่แพ้ใคร”

สำหรับอีกหนึ่งจุดแข็งของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีคือด้านการกีฬา ที่นี่มีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ซึ่งมีทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท และเห็นผลเป็นรูปธรรม จากการที่นักกีฬาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีสามารถชนะเลิศการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเป็นเจ้าเหรียญทองมาแล้ว 3 สมัยติดต่อกัน และยังครองแชมป์สถิติทำเหรียญทองได้สูงสุดตั้งแต่มีกีฬามหาวิทยาลัยเป็นต้นมา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬาของที่นี่

รศ.ดร.บังอร กล่าวว่า อีกคณะที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้รับความนิยมคือสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ เมื่อนักศึกษาเรียนอยู่ปี 3 ก็มีโรงพยาบาลมาจองตัว ทั้งโรงพยาบาลชั้นนำเอกชนและรัฐบาล จนบางครั้งจำนวนเด็กมีไม่พอกับความต้องการของโรงพยาบาล เพราะเด็ก ๆ ได้ทุนชั้นนำจากโรงพยาบาลเอกชนครบทุกคนแล้ว นั่นเป็นเพราะลูกศิษย์มีความคล่อง เก่ง และมีวินัย

“เราเน้นเด็กที่เรียนแล้วต้องทำงานได้จริง ๆ ต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริงได้ และสอนให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเพื่อน ๆ ในห้องและคณาจารย์ บางทีเราเห็นเด็กบางคนเปราะบางไปเจอปัญหานิดหน่อยอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้ ลูกศิษย์เราเมื่อเรียนได้ความรู้แล้วต้องวิเคราะห์เป็น สังเคราะเป็น แก้ปัญหาได้ และต้องรู้เดาเหตุการณ์ในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้น (Predict Upcoming Trend)”

ปัจจุบันการเดินทางไม่สะดวก รถติด มลภาวะเยอะ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีก็ได้เปิดการศึกษาทางไกล เรียนออนไลน์ในคณะบริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ ทั้งปริญญาตรีและโท รวมถึงโลจิสติกส์ ซึ่งสามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากนั้นในปีการศึกษา 2564 เราจะเปิดคณะแพทย์ศาสตร์ ระหว่างช่วงระยะเวลา 3 ปีนี้อยู่ในกระบวนการเตรียมความพร้อม ดีไซน์หลักสูตร หาสถาบันพี่เลี้ยง ซึ่งเราได้โรงพยาบาลในเครือของกรุงเทพมหานคร เป็นโรงพยาบาลที่รับลูกศิษย์ไปเรียนปี 4, 5, 6 ในชั้นคลินิกต่อไป

“เราเน้นเด็กเรียนแล้วต้องทำงานได้จริง ๆ ต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริงได้ ลูกศิษย์เราต้องวิเคราะห์เป็น สังเคราะเป็น แก้ปัญหาได้ และต้องรู้คาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตอะไรว่าจะเกิดขึ้น (Predict Upcoming Trend)”

“มหาวิทยาลัยของเราเติบโตมาโดยตลอด เราเริ่มต้นจากทำโรงเรียนพาณิชย์ โรงเรียนอาชีวะระดับ ปวช. –ปวส. สาขาบัญชี การตลาดคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ปี 2528 จากวิทยาลัยอาชีวศึกษากรุงเทพธุรกิจ ตั้งอยู่ที่สี่แยกท่าพระ เพชรเกษม 18 แล้วมาขยายตัวในปี 2540 เป็นวิทยาลัยเทคโนโลยีโพลีกรุงเทพ และยังมีช่างอุตสาหกรรม อยู่ต่างระดับฉิมพลี เส้นบรมราชชนนี นักศึกษาจบมาแล้วหลายพันคน เป็นเหตุให้เราต้องต่อยอด นี่เป็นจุดเริ่มต้นในปี 2545 ที่ได้รับอนุมัติให้เปิดการเรียนการสอนเป็นสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอก หลักสูตรเราจึงครอบคลุมทุกหลักสูตร”

รศ.ดร.บังอร กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีให้ความสําคัญเรื่องสังคมผู้สูงอายุมาก ปัจจุบันในเมืองไทยมีตัวเลขผู้สูงอายุ 10 กว่าล้านคน เพื่อให้เป็นการดูแลผู้สูงอายุครบวงจรถูกต้องตามหลักวิชาการและจริตคนไทย ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้จัดโครงการ ‘ซีเนียร์คอมเพล็กซ์’ ขึ้นมา เพื่อให้นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ และเทคนิคการแพทย์ ได้มาใช้เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติจริง ภายในซีเนียร์คอมเพล็กซ์จะเปิดสถานที่ดูแลผู้สูงอายุครบวงจรโดยมีนักศึกษาให้การดูแล นั้นเท่ากับว่ามหาวิทยาลัยจะมีแหล่งฝึกงานอย่างครบถ้วน