Business Crack ครั้งนี้จะมาเจาะตลาดเครื่องกรองน้ำในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันพฤติกรรมคนไทยกำลังเปลี่ยนจากการเลือกซื้อสินค้าที่เน้นความคุ้มค่าราคาถูกไปสู่ ความสะดวกสบายและเน้นสุขภาพดีมากขึ้นอย่างชัดเจน นั่นจึงทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับสุขภาพพฤติกรรมนี้จึงทำให้ตลาดเครื่องกรองน้ำมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง
โดยปัจจุบันตลาดนี้มีมูลค่าประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 10% ดังนั้น มูลค่าตลาดเครื่องกรองน้ำจะพุ่งขึ้นสู่ระดับ 552.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029
ทั้งนี้เรามาแยกตลาดเครื่องกรองน้ำออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มแบรนด์พรีเมียม (Premium / High-End) และกลุ่มเน้นความคุ้มค่าทั่วไป (Standard / Value for Money) พบว่ากลุ่ม Premium / High-End กินส่วนแบ่งทางการตลาดในแง่ของมูลค่า (Market Value) คิดเป็นสัดส่วนราว ๆ 60-70% ของมูลค่าตลาดรวม เพราะราคาต่อเครื่องสูงและโมเดลธุรกิจที่เก็บเงินระยะยาว โดยมีแบรนด์ที่ครองตลาด 2 เจ้าหลักๆ คือ Amway eSpring และ Coway
แต่หากเจาะเป็นจำนวนเครื่อง/ปริมาณชิ้น (Market Volume) กลุ่มเน้นความคุ้มค่าทั่วไป (Standard / Value for Money) จะมีส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่า เพราะเข้าถึงครัวเรือนส่วนใหญ่ทั่วประเทศรวมถึงกลุ่มธุรกิจและโรงงานจำนวนมาก ส่วนใหญ่ผู้นำในตลาดนี้จะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า และแบรนด์เทคโนโลยีรายใหญ่จากต่างประเทศ เมื่อดูภาพรวมไปแล้วเรามาเจาะผู้นำกลุ่มในแต่ละตลาดกันเลย

เริ่มที่ กลุ่มแบรนด์พรีเมียม (Premium / High-End) ซึ่งจะเห็นว่า 2 ผู้เล่นหลักที่ครองตลาดมีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกัน โดย Amway eSpring ครองแชมป์ยอดขายอันดับ 1 และแบรนด์ยอดนิยมสูงสุดมาอย่างยาวนาน มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านครัวเรือน และเป็นโมเดลแบบซื้อขาด ราคาขายต่อเครื่องสูง แต่ผ่อนจ่ายได้นานถึง 3 ปี
ส่วน Coway เป็นแบรนด์ที่เติบโตร้อนแรงที่สุด และเป็นผู้นำในระบบ Subscription (เช่าใช้รายเดือน) ซึ่งการให้บริการนั้นเน้นความสะดวกสบายสูงสุด มอบความพรีเมียม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ต้องการดูแลเครื่องกรองน้ำเอง

ทีนี้มาดูในส่วนของแบรนด์ที่เจาะตลาด Mass กันบ้าง จะเห็นว่าผู้นำกลุ่มส่วนใหญ่เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกอยู่แล้ว และหันมาเน้นผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำ ที่เจาะกลุ่มคนเน้นความคุ้มค่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสินค้าจะมีราคาไม่สูงมากนัก แต่จะเน้นความสะดวกสบายนการติดตั้ง และเปลี่ยนเครื่องกรองต่างๆได้เอง เน้นดีไซน์ที่ทันสมัย เรียบหรู
จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า แบรนด์พรีเมียมนั้นจะมีกำไรต่อชั้นสูง (High Margin) และกินรายได้ระยะยาวจากค่าบริการ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแบรนด์พรีมเมียมจะล็อกไส้กรองให้เปลี่ยนข้ามค่ายไม่ได้ แต่จะเน้นขายพ่วง แพ็กเกจบริการหลังการขาย
ส่วนแบรนด์ที่เจาะตลาด Mass จะเน้นปริมาณยอดขาย (High Volume) และเติบโตได้รวดเร็วในต่างจังหวัด เพราะราคาเข้าถึงง่าย และมีศูนย์บริการที่กระจายตัวทั่วถึงเป็นจุดขาย
ที่มา : TechSci Research , DBD
#BusinessPlus #ธุรกิจ #ส่วนแบ่งการตลาดเครื่องกรองน้ำ
The Business Plus บิสิเนสพลัส
