BAM No.1 กลุ่มการเงินยอดเยี่ยมแห่งปี TOP COMPANY AWARDS 2026

ในโลกของธุรกิจการเงิน มีคำถามหนึ่งที่น่าคิดอยู่เสมอว่า องค์กรที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ “รับมือกับปัญหา” จะสามารถก้าวข้ามตัวเองไปสู่การเป็น “แรงขับเคลื่อนของโอกาส” ได้หรือไม่?

สำหรับ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM คำตอบนั้นกำลังถูกพิสูจน์ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยรางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2026 สาขาชนะเลิศอุตสาหกรรมการเงิน นิตยสาร BUSINESS+ ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่า BAM ภายใต้การนำของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กำลังเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขององค์กรอย่างแท้จริง

วิสัยทัศน์ใหม่ จาก AMC สู่ Business Recycling Machine

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด เมื่อ ดร.รักษ์ ก้าวเข้ามารับตำแหน่ง ไม่ใช่การประกาศตัวเลขเป้าหมาย หรือแผนลดต้นทุน แต่เป็นการเสนอมุมมองใหม่ต่อบทบาทของ BAM ในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างสิ้นเชิง

ดร.รักษ์ มีเป้าหมายยกระดับให้ BAM เป็นมากกว่า AMC รวมทั้งยังคงบทบาทในการเป็นแก้มลิงแห่งชาติ ที่เข้าไปจัดการปัญหามวลหนี้เสีย ไม่ให้ไหลเข้าท่วมสู่ระบบสถาบันการเงิน พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการลงทุน โดยการนำทรัพย์สินเหล่านี้มาสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนที่คุ้มค่า

แนวคิดของ “Business Recycling Machine” ที่ ดร.รักษ์ นำเสนอนั้น ลึกกว่าคำพูดที่ฟังดูดีบนเวทีสัมมนา แต่คือการ Reframe ว่า NPL และ NPA ไม่ใช่ “ขยะทางการเงิน” แต่เป็น “ทรัพยากรที่ยังไม่ถูกใช้อย่างเหมาะสม” และ BAM คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการนำทรัพยากรเหล่านั้น กลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งการเปลี่ยนกรอบความคิดนี้มีผลต่อวัฒนธรรมองค์กร วิธีการทำงาน และที่สำคัญคือ วิธีที่ BAM สื่อสารกับสังคมว่า ตัวเองเป็นใคร และมีคุณค่าอะไรต่อประเทศ

กลยุทธ์ 3P เสาหลักที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

การพลิกโฉมองค์กรขนาดใหญ่ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากวิสัยทัศน์อย่างเดียว แต่ต้องการโครงสร้างกลยุทธ์ที่ชัดเจนพอให้ทุกคนในองค์กรเดินไปในทิศทางเดียวกัน ดร.รักษ์ วางกลยุทธ์ 3P เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน รวมทั้งการแสดงให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของ BAM ในฐานะผู้นำธุรกิจ AMC ที่พร้อมเคียงข้างระบบเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตให้กับสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กลยุทธ์ 3P นี้ไม่ได้มุ่งแค่ตัวเลขผลประกอบการในระยะสั้น แต่คือการวางรากฐานให้ BAM สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Sustainomy” ที่ ดร.รักษ์ นำเสนอในเวทีระดับชาติ ภายใต้ธีม “Thailand’s Sustainomy Context: Debts to Values” ซึ่งแก่นของแนวคิดนี้ คือ การเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อหนี้เสีย (NPLs) โดยไม่ได้มองว่าเป็นเพียงภาระทางบัญชี แต่คือทรัพยากรที่ต้องนำมาสร้างมูลค่าใหม่ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

“ทรัพย์มหาชน 2 เฟส” เมื่อธุรกิจกลายเป็น Social Solution

หนึ่งในผลงานที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ ดร.รักษ์ ได้ชัดเจนที่สุด คือ โครงการ “ทรัพย์มหาชน” ในเฟสแรก และพัฒนาต่อเนื่องในปีนี้เป็น “ทรัพย์มหาชน พลัส” ซึ่งไม่ใช่แค่การระบายสต็อกทรัพย์ในมือ BAM แต่คือการออกแบบ Solution ที่ตอบโจทย์ปัญหาสังคมด้านที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง โดยโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด 3 พลัส ได้แก่ พลัสด้านราคา ขยายเพดานราคาทรัพย์จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท พลัสด้านทำเล เพิ่มจำนวนทรัพย์ในทำเลที่หลากหลายทั่วประเทศ และพลัสด้านกลุ่มผู้ซื้อ ขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมคนไทยทุกคน ทุกอาชีพ ส่งผลให้โครงการมีทรัพย์เข้าร่วมมากกว่า 21,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาท

ในขณะเดียวกัน สินทรัพย์ NPA ที่เคยเป็นตึกร้าง หมู่บ้านจัดสรรที่สร้างไม่เสร็จ หรือที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซึ่งเคยเป็นจุดบอดและสร้างความเสื่อมโทรมให้กับชุมชน ได้ถูก BAM นำมาพัฒนาและอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปปรับปรุง จนกลายเป็นที่อยู่อาศัยคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โครงการเหล่านี้ไม่เพียงแต่คืนชีวิตให้กับสินทรัพย์ที่ตายแล้ว แต่ยังเป็นการยกระดับทัศนียภาพและความปลอดภัยให้กับชุมชนโดยรอบ เป็นการกระจายความเจริญและสร้างโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ BAM ยังได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมอีกมากมายที่มุ่งเน้นการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ประชาชนระดับฐานราก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้พวกเขากลับไปสู่วงจรหนี้เสียอีกในอนาคต

เป้าหมายของโครงการนี้ ไม่ใช่แค่กิจกรรมการตลาดทั่วไป แต่ต้องการช่วยกลุ่มคนที่ระบบสินเชื่อปกติมักมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้ไม่แน่นอน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสถาบันการเงิน BAM ในยุคของ ดร.รักษ์ จึงกลายเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า “Social AMC” หรือ “โรงพยาบาลแก้หนี้” ที่มองลูกหนี้ไม่ใช่ตัวปัญหา แต่คือผู้ที่ต้องการโอกาสครั้งใหม่

บทเรียนจาก BAM เมื่อ ผู้นำ ที่ใช่เปลี่ยนองค์กรทั้งหมด

สิ่งที่น่าศึกษาที่สุดจากปรากฏการณ์ BAM ในช่วงนี้ไม่ใช่ตัวเลขหรือรางวัล แต่คือวิธีที่ ดร.รักษ์ พิสูจน์ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงองค์กรที่แท้จริงต้องเริ่มจากการเปลี่ยน “เรื่องเล่า” ของตัวเองก่อน

BAM ไม่ได้เปลี่ยนธุรกิจหลัก ยังคงบริหาร NPL และ NPA เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนวิธีที่ตัวเองมองงาน มองลูกค้า และมองบทบาทที่มีต่อสังคม

แน่นอนว่า ในยุคที่เศรษฐกิจไทยยังคงต้องต่อสู้กับภาระหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจที่สะสมมาอย่างยาวนาน การมีองค์กรอย่าง BAM ที่มองหนี้เสียในฐานะ “ทรัพยากรที่รอการฟื้นฟู” มากกว่า “ภาระที่ต้องกำจัด” คือสิ่งที่ระบบเศรษฐกิจไทยต้องการอย่างแท้จริง และ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร คือผู้ที่กำลังพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ความคิดนั้นไม่ใช่แค่อุดมคติ แต่เป็นโมเดลธุรกิจที่ได้ผลจริงและสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายได้อย่างยั่งยืน

รางวัล TOP COMPANY AWARDS 2026 สาขาชนะเลิศกลุ่มการเงินยอดเยี่ยมแห่งปี ที่ทางบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับในครั้งนี้ เป็นเพียงหลักไมล์สำคัญที่จารึกไว้ว่า องค์กรแห่งนี้ได้ทำหน้าที่เกินกว่าคำว่า สถาบันการเงินไปไกลลิบ และภายใต้การนำที่แข็งแกร่ง เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมของ ดร.รักษ์ ต้องบอกว่า BAM ได้สถาปนาตนเองเป็นเสาหลักที่คอยค้ำยันและซ่อมแซมรอยร้าวของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนานและจะยังคงมุ่งมั่นต่อไป ด้วย “คุณค่า ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์” อย่างยั่งยืน