The Masterpiece of Service Excellence เบื้องหลังรางวัลระดับชาติของ “ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด” No.1 ในใจลูกค้าทั่วโลก

ในสภาวะที่ภูมิทัศน์โลกกำลังเผชิญกับการจัดระเบียบใหม่ ประชากรกลุ่มมั่งคั่งสูงต่างกำลังมองหา “บ้านหลังที่สอง” ที่ไม่เพียงแต่มอบความมั่นคงปลอดภัย แต่ต้องตอบโจทย์คุณภาพชีวิตในระดับสูงสุด และท่ามกลางสมรภูมิระดับโลกที่หลายประเทศ ต่างนำเสนอสิทธิพิเศษมากมายเพื่อช่วงชิงลูกค้ากลุ่มนี้อย่างดุเดือด ประเทศไทย กลับสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้อย่างสง่างาม

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากความโชคดีของโลเคชันของประเทศไทย ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์ที่เฉียบขาดของบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) ภายใต้การนำทัพของคุณมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์แห่ง TPC ซึ่งล่าสุดได้ขึ้นแท่นรับรางวัลเกียรติยศระดับชาติ THAILAND TOP COMPANY AWARDS สาขา Best Customer Experience Award ไปครองอย่างน่าชื่นชม และถือเป็นกรณีศึกษาที่ต้องถูกจารึกไว้ว่า การเปลี่ยนการบริการ ให้กลายเป็นบิซิเนสโมเดลแห่งประสบการณ์อันล้ำค่า TPC ทำได้อย่างไร

ลองมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน กับคุณมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC)

“จุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ทำให้ TPC ทิ้งห่างคู่แข่งในระดับสากล คือ การรื้อถอนนิยามเดิม ๆ ของคำว่า Customer Experience ทิ้งไป สำหรับวิสัยทัศน์ของเรา เพราะเรามองว่า ประสบการณ์ของลูกค้าไม่ใช่เพียงกระบวนการหลังการขาย หรือการยิ้มแย้มต้อนรับ แต่คือยุทธศาสตร์หลักขององค์กร (Core Strategy) ที่ใช้เจาะทะลวงเข้าไปในใจของกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการขับเคลื่อนด้วยแนวคิดยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) กลายเป็น DNA ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเลิศด้านการบริการในระดับสากล (Service Excellence) ซึ่ง TPC ไม่เคยหยุดที่จะใช้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงของสมาชิก ทำให้สามารถยกระดับการให้บริการและเสริมสร้างประสบการณ์แบบ Money Can’t Buy Experience ที่เงินก็หาซื้อไม่ได้ หากไม่ได้เป็นสมาชิกของ TPC

ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปี บทพิสูจน์ความสำเร็จ มาจากตัวเลขสมาชิกกว่า 40,000 คนจาก 50 ประเทศทั่วโลก ที่มอบความไว้วางใจให้กับองค์กรแห่งนี้ โดยสิ่งที่สมาชิกยอมจ่าย ไม่ใช่เพียงแค่ Access แต่คือ ปรัชญา Beyond Visa ที่ก้าวล้ำไปไกลกว่าสิทธิการพำนัก 5 ถึง 20 ปีขึ้นไป โดยเรา TPC ได้เปลี่ยนทุกจุดสัมผัสให้เป็นความประทับใจระดับวีไอพี ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญที่ทำให้สมาชิกชาวต่างชาติ

เกิดความรู้สึกหลงรักและหลอมรวมตนเองเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อนำ TPC ไปเทียบเคียงกับโปรแกรมวีซ่าระยะยาวอื่น ๆ ทั่วโลก จะพบความได้เปรียบที่คู่แข่งไม่อาจเลียนแบบได้ อาทิ ความน่าเชื่อถือระดับชาติ

การที่ Thailand Privilege Card เป็นโครงการของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปรียบเสมือนตราประทับรับประกันความโปร่งใสและเสถียรภาพระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มนักลงทุนและชาวต่างชาติที่มีความมั่งคั่งสูง ระดับโลกให้ความสำคัญสูงสุด และสิ่งที่ทำให้ TPC แตกต่างอย่างแท้จริง คือ การเป็นผู้ให้บริการที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบครบวงจร ผ่าน 3 สิทธิประโยชน์ที่สอดประสานกันอย่างทรงพลัง

สิทธิประโยชน์หลักแรก คือ สิทธิการพำนักระยะยาว เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถพำนักในประเทศไทยได้ต่อเนื่องสูงสุดตั้งแต่ 5 ปี ไปจนถึง 20 ปีขึ้นไป

สิทธิประโยชน์หลักที่สอง คือ Signature Airport VIP Services ด้วยบริการจากผู้ช่วยส่วนตัว Elite Personal Assistant รถไฟฟ้าภายในสนามบิน ช่องทางพิเศษตรวจคนเข้าเมือง ไปจนถึงการพักผ่อนในวีไอพีเลานจ์ พร้อมมีผู้ช่วยส่วนตัว Elite Personal Liaison และศูนย์บริการลูกค้าที่สแตนด์บายดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

และสิทธิประโยชน์หลักที่สาม ซึ่งถือเป็น Game Changer คือ การสร้างระบบ Privilege Points โดยนวัตกรรมนี้ได้เปลี่ยนวีซ่าให้กลายเป็นพาสปอร์ตสู่ไลฟ์สไตล์ โดยสมาชิกจะได้รับคะแนน เพื่อนำไปบริหารจัดการชีวิตเหนือระดับ ครอบคลุม 5 หมวดหลัก ทั้งที่พักอาศัย การเดินทาง สันทนาการ สุขภาพและการดูแลตัวเอง (Wellness) และการบริหารความมั่งคั่ง

แน่นอนว่า กลไกนี้ทำให้ TPC กลายเป็น Residency Program เดียวบนโลกใบนี้ ที่สามารถปรับแต่งบริการแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) ให้เข้ากับจังหวะชีวิตของสมาชิกแต่ละคนได้อย่างแยบยลที่สุด” คุณมนาเทศ กล่าว พร้อมระบุว่า

ในโลกยุคใหม่ที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในระดับวินาที ความยิ่งใหญ่ขององค์กรไม่ได้วัดกันที่ขนาด แต่วัดกันที่ความเร็วและความยืดหยุ่นในการปรับตัว (Agility and Resilience) ภายใต้การนำของเรา คำว่า ความยืดหยุ่น ถูกตีความใหม่ว่า ไม่ใช่แค่การทนทานต่อแรงกระแทก แต่คือการก้าวล่วงหน้าไปออกแบบอนาคต ดังนั้น TPC ได้ปรับโครงสร้าง Business Portfolio เพื่อสอดรับกับเทรนด์การย้ายถิ่นฐานระดับโลก โดยมีการตั้งเป้าหมายในการสร้าง New S-Curve ลดการพึ่งพารายได้จากจากการขายบัตรสมาชิกเพียงอย่างเดียว และก้าวสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการขยายพรมแดนบุกเบิกขุมทรัพย์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตลาดกำลังซื้อสูงอย่างตะวันออกกลาง อินเดีย หรือแม้แต่กลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ทรงพลังอย่าง LGBTQIA+

เพื่อรองรับวิสัยทัศน์นี้ TPC ได้ทำการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการหลัก โดยเริ่มจากการขยายขอบเขตสิทธิประโยชน์สู่ระดับ Global Privilege ที่สามารถใช้บริการได้ทั้งในและต่างประเทศ ตามติดด้วยการอัดฉีดการทำ Digitalization สร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ไร้รอยต่อในทุกมิติ ผ่านการขับเคลื่อนด้วย Data-Driven Customer Insight นำข้อมูลมหาศาลมาถอดรหัสพฤติกรรม เพื่อคาดการณ์และตอบสนองความต้องการล่วงหน้า หรือแม้แต่การขยายระบบนิเวศด้านไลฟ์สไตล์โดยจับมือพันธมิตรระดับท็อปเทียร์ เพื่อสร้างเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมการใช้ชีวิต และท้ายที่สุด คือ การยกระดับโครงสร้างความปลอดภัยและการกำกับดูแล ผนึกกำลังกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อใช้มาตรฐานสากลในการคัดกรองสมาชิก สร้างปราการความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุดให้กับประเทศ

“ในยุคการทำงานใหม่ องค์กรต้องนำ Data-Driven Customer Insight มาขยายผลเพื่อเข้าใจความต้องการอย่างแท้จริง และสามารถออกแบบบริการหรือสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำ เพื่อสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงและครบวงจรที่สุด จึงจะสร้างความประทับใจขั้นสูงสุดได้ ซึ่งหากมองข้ามมิติทางธุรกิจไปสู่มิติเศรษฐศาสตร์มหภาค บทบาทของ TPC นั้นทรงอิทธิพลเกินกว่าจะประเมินค่าเป็นเพียงตัวเลขรายได้ขององค์กร หมายความว่า กลุ่มสมาชิกที่ถือบัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่คอยสูบฉีดเม็ดเงินความมั่งคั่งจากทั่วโลกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย

จากข้อมูลเชิงสถิติ ระบุชัดเจนว่า การเข้ามาพำนักของกลุ่มผู้มีศักยภาพสูงเหล่านี้ ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดทั้งจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในภาคธุรกิจ และการใช้จ่ายรายวัน รวมเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงถึงกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี

ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือกลไกสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนผ่านเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย จากการพึ่งพาการเติบโตเชิงปริมาณ ไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยเม็ดเงินเหล่านี้กระจายตัวลงสู่ระดับท้องถิ่น ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างการถ่ายทอดองค์ความรู้ และเป็นตัวเร่งให้เกิดการยกระดับมาตรฐานบริการในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ทั้งระดับ Medical Hub การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวระดับบนอย่างเป็นรูปธรรม” คุณมนาเทศ กล่าว

สำหรับรางวัล Best Customer Experience Award ในมุมมองของคณะกรรมการตัดสิน มองว่า นี่เป็นเพียงฉากทัศน์หนึ่งที่สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ภายใต้วิสัยทัศน์ที่แหลมคม การผสานรวมศิลปะแห่งความเข้าใจมนุษย์ เข้ากับยุทธศาสตร์การบริหารข้อมูลและพันธมิตร โดย TPC ไม่ได้เป็นเพียงผู้มอบเอกสิทธิ์การเข้าเมือง แต่เป็นผู้ออกแบบผลงานชิ้นเอกแห่งการบริการ (The Masterpiece of Service Excellence) ที่ดึงดูดความมั่งคั่งและปัญญาชนจากทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย

และนี่คือ นวัตกรรมทางบริการที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ประเทศไทย มีศักยภาพเพียงพอที่จะครองอันดับหนึ่งในใจของพลเมืองโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบและไร้ที่ตินั่นเอง