Home / BUSINESS ANALYTIC / TikTok กับ การรับมือในศึก 2 ทาง
tiktok การรับมือในศึก 2 ทาง

TikTok กับ การรับมือในศึก 2 ทาง

TikTok เป็นแอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกในขณะนี้ นับเฉพาะเดือนตุลาคม 2019 มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 66 ล้าน แซง Facebook ที่มียอดดาวน์โหลด 56 ล้าน ส่วน Instagram ที่รั้งอันดับ 3 มียอดดาวน์โหลด 10 ล้าน ขณะที่ในสหรัฐฯ ยอดดาวน์โหลดแอป TikTok ก็มีมากกว่า 111 ล้านเข้าไปแล้ว จึงไม่แปลกที่สหรัฐจะมีความกังวลถึงแอปสัญชาติจีนนี้ อีกทั้งประเทศจีนเองก็ขึ้นชื่อเรื่องของการกีดกันข้อมูลในโลกออนไลน์ ทำให้พูดได้ว่า TikTok โดนเพ่งเล็งจากทั้งสหรัฐและจีนทั้ง 2 ทาง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร Business Plus จะสรุปให้ฟัง…

ที่มา ของ Tiktok

ความเป็นมาของ TikTok

TikTok มีประวัติที่ซับซ้อนเล็กน้อย… เริ่มต้นจากนาย Alex Zhu และนาย Luyu Yang ชาวจีนเจ้าของแอปลิปซิงค์ Musical.ly ได้ไอเดียมาจากการเห็นวัยรุ่นเซลฟี่และอัดคลิปวิดีโอพร้อมแสดงหน้าจอของกันและกัน ตอนนั่งรถไฟที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ จึงเกิดความคิดจะรวมทั้งหมดนั้นภายในแอปเดียวมาเป็น Musical.ly ต่อมา Facebook พยายามเข้าซื้อกิจการ เพราะต้องการเจาะเข้าตลาดจีน แต่ถูกบริษัท ByteDance สัญชาติจีน ที่เป็นเจ้าของ TikTok ชิงซื้อกิจการไปก่อนด้วยมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ควบรวมทั้ง TikTok และ Musical.ly เข้าด้วยกัน กลายมาเป็น TikTok เพียงอย่างเดียว แต่รวมฐานผู้ใช้ของทั้ง 2 แอปเข้าด้วยกัน ส่วนตัว Alex Zhu ก็กลายมาเป็นผู้บริหารของ TikTok

ศึกจากประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา(.. 2562) TikTok ตกลงจ่ายค่าปรับ 5.7 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวของเยาวชน เพราะ เด็กที่อายุต่ำกว่า 16 หลายคนใช้งานแอปพลิเคชั่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง และเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนแอป อย่างชื่อ-สกุล, ที่อยู่ ฯลฯ โดยแอปไม่มีการตรวจสอบอายุของผู้ใช้งาน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา กับ tiktok

  • ด้านรัฐบาล

วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต Chuck Schumer และวุฒิสมาชิก Tom Cotton จากพรรครีพับลิกัน ยื่นจดหมายถึงสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติให้ทำการสอบสวน เพราะกังวลว่า TikTok จะเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง เนื่องจากกลัวว่าทางบริษัทจะโดนแรงกดดันจากรัฐบาลจีนให้มอบข้อมูลผู้ใช้แอปพลิเคชั่นให้ และยังมีการเซนเซอร์เนื้อหาที่เป็นประเด็นอ่อนไหวหรือเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน อาจทำให้ผู้ใช้ในอเมริกาถูกจำกัดการเข้าถึงเนื้อหา หรือโชว์เฉพาะเนื้อหาที่อวยรัฐบาลจีน

มาร์ค เฟซบุ๊ก ต่อ Tiktok

  • ด้านเอกชน

Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook ก็ได้โจมตี TikTok ด้วยเหตุผลเดียวกัน พร้อมบอกว่า WhatsApp ของ Facebook ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ประท้วงและนักกิจกรรม เนื่องจากมีระบบเข้ารหัสข้อมูลและการปกป้องความเป็นส่วนตัว

 

ศึกจากประเทศจีน

มีรายงานหลุดมาว่ารัฐบาลจีนสั่งให้ TikTok ตรวจสอบคลิปที่พูดถึงจัตุรัสเทียนอันเหมิน , ลัทธิฝ่าหลุนกง และคลิปที่พูดถึงอิสรภาพทิเบต ต่อมาเนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องถูกนำออกจากแอปพลิเคชั่น  หากร้ายแรงก็จะแบนตัวผู้ใช้ที่ลงคลิปนั้น ๆ ด้วย ซึ่งเป็นไปข้อห้ามของ TikTok ที่ ห้ามวิจารณ์ / โจมตีนโยบาย, กฎระเบียบทางสังคมของประเทศใด ๆ หรือห้ามบิดเบือนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นหรือประเทศอื่น ๆ รวมถึงห้ามลงคลิปหัวข้อที่มีการถกเถียงกันสูง เช่น ชาติพันธุ์ และศาสนา

ประท้วงฮ่องกง ใน Tiktok

แต่ทาง TikTok กล่าวว่าข้อห้ามเหล่านี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะประเทศจีนเพียงที่เดียว และรัฐบาลจีนก็ไม่ได้สั่งให้ตรวจสอบด้วย ซึ่งกฎทั้งหลายนี้ได้ยกเลิกไปตั้งแต่เดือนพฤภาคม 2562 ส่วนคลิปประท้วงฮ่องกง ถูกลบเพราะมีคำพูดแสดงความเกลียดชัง

 

วิธีรอดจากปากสิงห์ 2 ตัว ของ TikTok

  • ทำงานโดยแยกจีนกับสหรัฐ

ByteDance ก่อตั้งและมีบริษัทแม่อยู่ในจีน แต่ความจริงก็คือแอพ TikTok ให้บริการทั่วโลกนอกจากจีน ส่วนจีนก็จะแยกเป็น Douyin แอปพลิเคชั่นแบบเดียวกับ TikTok ที่เข้าได้เฉพาะในจีนและปฏิบัติตามกฎหมายของจีน และข้อมูลของผู้ใช้แอป Tiktok ไม่ได้เก็บไว้ที่ประเทศจีน ในเซิร์ฟเวอร์ TikTok ในรัฐเวอร์จิเนีย แล้วสำรองข้อมูลในสิงคโปร์ ซึ่งหากรัฐบาลจีนขอข้อมูลของผู้ใช้งานก็จะไม่ให้เป็นอันขาด

  • คำนึงถึงจิตใจผู้ใช้ ไม่เอะอะลบ

TikTok ได้ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงแรก ๆ เราใช้วิธีการที่เด็ดขาดเพื่อลดความขัดแย้งบนแพลตฟอร์ม เช่นเนื้อหาที่ส่งเสริมความขัดแย้งเช่นระหว่างนิกายทางศาสนาหรือกลุ่มชาติพันธุ์โลก แต่เมื่อทั่วโลกเริ่มเล่นแอปของเรา เราก็ตระหนักได้ว่า มันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องและเริ่มทำความเข้าใจที่เหมาะสมในแต่ละตลาด และยกเลิกการแบนเนื้อหาที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หากมันไม่ได้มีคำพูดแสดงความเกลียดชังหรือมีข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด ซึ่งขัดต่อกฎของบริษัท 

  • วางจุดยืนบริษัทให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเรื่องเบา

ถึงแม้บริษัทจะห้ามโฆษณาทางการเมือง แล้วยังสามารถพูดคุยเรื่องการเมืองได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีผู้ใช้แอปนี้ทางด้านการเมืองมากนัก เพราะผู้ใช้รับรู้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Memes , ร้องเพลงลิปซิงค์, เต้นรำ, แฟชั่น และโพสต์คลิปสัตว์น่ารัก แต่ไม่เหมาะสำหรับการสนทนาทางการเมือง ทำให้คลิปที่สร้างความปลุกปั่นแตกแยกในสังคมแบบที่แอปอื่น โดนมีจำนวนน้อย

 

อ้างอิง : บทสัมภาษณ์ Alex-Zhu , ประวัติของ TikTok

 

Business Plus