รู้จักหุ่นยนต์ Optimus ที่ Elon Musk คาดว่าจะมาเปลี่ยนอนาคต Tesla

เมื่อไม่กี่วันก่อน Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากสหรัฐฯ ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2026 โดยมีรายได้ 725,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% และกำไร 15,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการประกาศครั้งนี้คือ Elon Musk เตรียมเพิ่มงบลงทุนปี 2026 เป็น 800,000 ล้านบาท มากกว่างบปี 2025 ที่ 275,000 ล้านบาท ถึงกว่า 3 เท่า โดยจะทุ่มไปกับโครงการต่าง ๆ ทั้งการพัฒนา AI การออกแบบชิป รถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง และหุ่นยนต์ Optimus

ในบรรดาโครงการทั้งหมด Optimus คือตัวที่น่าจับตามองที่สุด เพราะ Musk เคยประกาศไว้ว่ามูลค่าที่ Optimus สร้างได้จะคิดเป็น 80% ของมูลค่าทั้งหมดของ Tesla ในอนาคต นั่นหมายความว่า Tesla กำลังเดินหน้าเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่การเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์และบริษัท Physical AI หรือปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ

แล้ว Optimus คืออะไรกันแน่ ?

Optimus คือหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI และมีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง จุดนี้แตกต่างจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไปที่ถูกโปรแกรมให้ทำงานซ้ำ ๆ แบบตายตัว โดยไม่สามารถปรับตัวหรือเรียนรู้ทักษะใหม่ได้

Tesla วางแผนเริ่มผลิต Optimus ในเชิงพาณิชย์เร็ว ๆ นี้ และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตให้ถึง 1 ล้านตัวต่อปีภายในปี 2030 โดย Musk ต้องการนำหุ่นยนต์เหล่านี้เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตของ Tesla เองก่อน เริ่มจากงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะสูง เช่น การหยิบวางชิ้นส่วน แล้วค่อยขยับไปสู่งานที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งพอพัฒนา Optimus ไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ก็จะเริ่มนำหุ่นยนต์นี้ออกมาขายเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในอนาคต

ในแง่ต้นทุน Optimus มีข้อได้เปรียบสำคัญคือ Tesla สามารถนำเทคโนโลยีและชิ้นส่วนที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นระบบกล้องแบบเดียวกับที่ใช้ในรถยนต์ ระบบข้อต่อและการจัดการความร้อนของแบตเตอรี่จาก Model Y รวมถึงระบบ AI ที่ใช้ข้อมูลการขับขี่จากรถ Tesla หลายล้านคันทั่วโลกมาฝึกฝนการเรียนรู้ นอกจากนี้ Tesla ยังใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA Omniverse สร้างโลกจำลองให้หุ่นยนต์ฝึกทักษะในชีวิตประจำวัน เช่น การเปิดประตูหรือหยิบของ ก่อนนำมาใช้งานจริง

การใช้เทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานร่วมกันนี้ช่วยให้ Tesla ผลิต Optimus ได้ในต้นทุนต่อตัวที่ต่ำกว่าคู่แข่ง และยังเอื้อให้เกิดการประหยัดต่อขนาดเมื่อผลิตในปริมาณมาก

หาก Optimus สามารถเข้ามาทดแทนแรงงานในสายการผลิตได้จริง ต้นทุนค่าแรงในขั้นตอนที่ซ้ำซากและอันตรายก็จะลดลงได้มาก และหาก Tesla ขยายการใช้งานออกไปนอกโรงงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการขายหรือให้เช่า Optimus แก่อุตสาหกรรมอื่น ก็จะกลายเป็นกระแสรายได้ใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง ซึ่งช่วยเพิ่มกำไรรวมของบริษัทได้อีกทาง

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเพียงศักยภาพในทางทฤษฎี เพราะปัจจุบัน Optimus ยังอยู่ในขั้นตอนวิจัยและพัฒนา และยังไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตนัก ขณะเดียวกัน การแข่งขันในตลาดหุ่นยนต์ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะจากผู้เล่นในจีนที่กำลังไล่ตามอย่างรวดเร็ว Optimus จึงยังคงเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Elon Musk ที่หากสำเร็จ จะสามารถพลิกโฉม Tesla จากบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่บริษัท Physical AI ระดับโลก

 

ที่มา: CNBC, TechCrunch, Yahoo Finance, 36KR