จากนวัตกรรมรับมือภัยพิบัติและเทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึงงานศิลปะ อาหารฝีมือเชฟ และพื้นที่เรียนรู้ของเด็ก ๆ Sustainability Expo 2026 ชวนทุกวัยค้นพบไอเดียที่นำกลับไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ความยั่งยืนเกี่ยวข้องกับเราแค่ไหน? คำตอบอาจอยู่ในอากาศที่หายใจ อาหารแต่ละมื้อ สุขภาพของคนในบ้าน หรือการเตรียมตัวเมื่อฝนตกหนักและน้ำเริ่มท่วม เรื่องเหล่านี้ทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อม การปรับตัวของเมือง และคุณภาพชีวิตของผู้คน กลายเป็นเรื่องที่แยกจากกันได้ยาก Sustainability Expo 2026 หรือ SX2026 จึงชวนทุกคนมาเรียนรู้และลงมือทำผ่านนิทรรศการ เวทีเสวนา เวิร์กชอป ตลาด และกิจกรรมตลอด 10 วัน ภายใต้แนวคิด “ปรับ รับ เปลี่ยน” (Resilience in Action) โดยมีประสบการณ์ให้เลือกตามความสนใจ ตั้งแต่คนที่อยากหาไอเดียใช้ชีวิตให้ดีขึ้น ไปจนถึงผู้ที่กำลังมองหาแนวทางพัฒนาชุมชนหรือองค์กรสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเดินจากจุดไหน นี่คือ 10 ไฮไลต์ที่ช่วยวางแผนเที่ยวงาน และอาจทำให้ได้พบเรื่องใหม่ที่อยากเรียนรู้ต่อ
1. สายเตรียมพร้อมภัยพิบัติ: เรียนรู้วิธีปรับตัวจากประสบการณ์นานาประเทศเมื่อฝนหนัก น้ำท่วม และไฟป่าเป็นความเสี่ยงที่ต้องเตรียมรับมือ การเรียนรู้จากประเทศที่เผชิญปัญหาเหล่านี้มาก่อนจึงเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ พาวิเลียนนานาชาติในงานรวบรวมตัวอย่างเทคโนโลยีและแนวทางจัดการที่ช่วยให้เห็นว่า การเตรียมพร้อมเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระดับข้อมูลไปจนถึงการวางผังเมืองบูทญี่ปุ่นนำเสนอเทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อสนับสนุนการป้องกันและติดตามสถานการณ์ไฟป่า รวมถึงความร่วมมือกับ GISTDA และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ขณะที่ฝรั่งเศสชวนสำรวจแนวทางจัดการน้ำและการวางผังเมืองเพื่อประเมินความเสี่ยงน้ำท่วม ส่วนเนเธอร์แลนด์ สวีเดน และจีน นำเสนอตัวอย่างนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากร พลังงาน และคุณภาพชีวิต เปิดมุมมองว่าการปรับตัวให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงทำได้อย่างไรบ้าง
2. สายรักธรรมชาติและเปิดประสบการณ์: มองโลกผ่านภาพ เรื่องเล่า และสถานการณ์จำลองเริ่มต้นที่ PROLOGUE ซึ่งพาผู้ชมสำรวจธรรมชาติผ่านจอขนาดใหญ่และเรื่องราวจาก National Geographic ตั้งแต่ดินแดนหิมะ โลกของผึ้ง ไปจนถึงชีวิตในป่าดงดิบ ก่อนแวะเรียนรู้เรื่องป่าไม้ ต้นไม้พื้นเมือง และความหลากหลายทางชีวภาพผ่านกิจกรรมของ ASEAN Centre for Biodiversity จากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ลองมองต่อถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังกระทบชีวิตผู้คน พื้นที่จัดแสดงในโซนอาหารมีทั้งภาพจำลองภูเขาน้ำแข็งที่กำลังละลาย และ FLOODING ZONE ซึ่งชวนสัมผัสสถานการณ์เมืองที่กำลังจมน้ำ เพื่อเชื่อมโยงเรื่องภูมิอากาศกับอาหารและชีวิตประจำวัน
อีกประสบการณ์ที่น่าลองคือ Sensory Booth ซึ่งใช้สถานการณ์จำลองชวนเรียนรู้ข้อจำกัดด้านการรับรู้และการสื่อสารของผู้พิการทางการมองเห็นและการได้ยิน เปิดมุมคิดเรื่องการออกแบบพื้นที่และสังคมที่ทุกคนเข้าถึงได้
3. สายศิลปะและภาพถ่าย: ชมความคิดสร้างสรรค์ที่ชวนมองโลกต่างไปคนรักงานภาพมีหลายจุดให้แวะชม ทั้งนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผลงานจากโครงการศิลปกรรมช้างเผือก และผลงานภาพถ่ายจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (RPST) ภายใต้หัวข้อ Resilience in Action พร้อมผลงานจากการประกวด SX ASEAN Photo Contest นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญ “Thai River Series” จาก National Geographic Thailand และ Trash to Treasure ซึ่งนำเสนองานศิลปะและการออกแบบภายใต้แนวคิด “ปรับ รับ เปลี่ยน” ชวนสำรวจว่าภาพถ่าย วัสดุ และกระบวนการสร้างสรรค์จะช่วยเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
4. สายชอป: เลือกของถูกใจ พร้อมรู้จักคนและเรื่องราวเบื้องหลัง SX MARKETPLACE ณ ฮอลล์ 7–8 รวมร้านค้ากว่า 230 ร้าน ภายใต้แนวคิด “GEO-LOCAL MARKET ภู-มิ วิถีถิ่นไทย” ชวนเลือกซื้อสินค้าจากชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และแบรนด์ที่นำเรื่องทรัพยากรกับสิ่งแวดล้อมมาคิดตั้งแต่การออกแบบตัวอย่างที่น่าสนใจมีทั้ง Hugely ซึ่งนำสายดับเพลิงเก่ามาทำกระเป๋า KORKOK กับงานกระเป๋าจากกก และทรายแมวคอร์นนี่ที่นำซังข้าวโพดมาใช้เป็นวัตถุดิบ รวมถึงสินค้าเกษตร ต้นไม้ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และงานคราฟต์จากหลากหลายท้องถิ่น
พื้นที่แบ่งเป็นโซนชุมชนเข้มแข็ง โซนกรีนดี–อยู่ดี โซนดีไซน์เปลี่ยนโลก และ Market Square สำหรับชมการสาธิต ลองชิม และทดลองใช้สินค้า ให้การเดินตลาดครั้งนี้ได้ทั้งของที่เหมาะกับตัวเองและไอเดียใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า
5. สายกิน: ชิมเมนูพิเศษจากเชฟ แล้วรู้จักความยั่งยืนผ่านอาหารหนึ่งจานถัดจากตลาดคือ SX FOOD FEST ที่รวมเชฟชื่อดังมากกว่า 18 คน พร้อมเมนูพิเศษสำหรับงานนี้ โดยมีวัตถุดิบท้องถิ่นและแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของความอร่อย เช่น เมนูสลัดผักไทยกับไข่ผำของเชฟซีตรอง และห่อหมกปลาช่อนของเชฟตุ๊กตาที่เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากสามจังหวัดยังมีร้านอาหาร 11 ร้านจากรายการ The Spoon ช้อนทองคำ ร้านจากรายการ WIN WIN WAR และของกินจากชุมชน เช่น ทองม้วนน้ำตาลโตนดจากถ้ำเสือที่ทำสดจากเตา ตลอดจนตัวเลือกสำหรับคนใส่ใจสุขภาพ ทั้งอาหารจากไก่และไข่ออร์แกนิก เส้นโปรตีนไข่ขาว และเบเกอรีที่ใช้แป้งไม่ขัดสีกับธัญพืชพื้นถิ่นหลังอิ่มแล้ว แวะจุด WASTE STATION เพื่อคัดแยกขยะให้ถูกประเภท โดยมี OKLIN ร่วมสนับสนุนการจัดการเศษอาหารภายในงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรตั้งแต่เลือกกินจนถึงจัดการสิ่งที่เหลือจากมื้ออาหาร
6. สายเทคโนโลยี: ตั้งคำถามกับ AI ที่เข้ามาอยู่ในชีวิตทุกวันเทคโนโลยีจะช่วยให้เราใช้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร และต้องเรียนรู้อะไรเพื่อใช้มันอย่างเหมาะสม? นอกจากสำรวจนวัตกรรมจากองค์กรที่ร่วมจัดแสดงแล้ว ผู้สนใจยังสามารถแวะฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญบนเวทีเสวนา ซึ่งเชื่อมเรื่องเทคโนโลยีกับผลกระทบต่อผู้คนหนึ่งในหัวข้อที่น่าจับตาคือ “AI กับเด็กยุคใหม่: ฉลาดทางลัด หรือ นักฆ่าทักษะทางการคิด” โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี และ ผศ.พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ชวนพ่อแม่ ครู และผู้สนใจทำความเข้าใจบทบาทของ AI ต่อการเรียนรู้และพัฒนาการเด็ก รวมถึงแนวทางใช้เทคโนโลยีโดยยังส่งเสริมให้เด็กคิดด้วยตัวเอง วันที่ 8 พฤศจิกายน เวลา 18.00–19.00 น. ณ SX TALK STAGE ชั้น G
7. สายสุขภาพ: สำรวจตัวช่วยดูแลตัวเอง เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพคนที่สนใจเรื่อง Longevity สามารถมาเรียนรู้เทคโนโลยีและแนวทางดูแลสุขภาพหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Mirror Pad และ VITALS AI ซึ่งนำเสนอการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นจากใบหน้า นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่เชื่อมกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น กระติกน้ำอัจฉริยะที่ช่วยติดตามการดื่มน้ำ และแหวนอัจฉริยะสำหรับติดตามข้อมูลการนอนและความเครียด ให้ผู้สนใจได้ทำความรู้จักการใช้งานและสอบถามขอบเขตของเทคโนโลยีแต่ละประเภทจากผู้จัดแสดง
ส่วนผู้ที่อยากเริ่มจากความรู้ในการดูแลตัวเอง สามารถติดตามเวทีเสวนาจากสภากาชาดไทยและคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในประเด็นใกล้ตัว เช่น การรู้เท่าทันมะเร็งและการนอนหลับเพื่อสุขภาพ
8. สายครอบครัว: ให้เด็ก ๆ เล่น ทดลอง และค้นพบโลกด้วยตัวเอง SX KIDS ZONE ชวนเด็ก ๆ ออกผจญภัย “จากผืนดินสู่ท้องทะเล” (From Land to Sea) ผ่านกิจกรรมที่ฝึกการสังเกต คิดแก้ปัญหา และลงมือทำ โดยมีทั้งโลกใต้ทะเลและสัตว์ตัวจิ๋วเป็นห้องเรียนไฮไลต์ประกอบด้วย WONDERS OF OUR BLUE SPACE BY CRYSTAL ที่ชวนสำรวจสิ่งมีชีวิตและสมดุลของท้องทะเล “ลานเล่นเรียนรู้ & เวทีหนูทดลอง” สำหรับเวิร์กช็อป การทดลองวิทยาศาสตร์ และเรียนรู้อาชีพกับผู้เชี่ยวชาญ รวมถึง ANT WORLD ที่พาไปรู้จักการปรับตัวและการทำงานเป็นทีมของมดเด็ก ๆ ยังได้ฝึกสมาธิและวางแผนผ่านหมากรุกกับเกมใน “สนามประลองคิดส์” และเรียนรู้การค้าขายที่ “หนูทดลอง Kids Market” ตลาดของผู้ประกอบการรุ่นจิ๋วกว่า 18 ร้านค้า ขณะที่สมาชิกคนอื่นในครอบครัวสามารถเลือกชมงานศิลปะ สำรวจนวัตกรรมสุขภาพ หรือเดินตลาดตามความสนใจ
9. สายลงมือทำเพื่อความยั่งยืน: เก็บความรู้จากคนทำจริง แล้วนำไปต่อยอดสำหรับคนที่อยากกลับบ้านพร้อมทักษะหรือแนวคิดใหม่ SX IDEA LAB และ SX TALK STAGE มีทั้งเวิร์กช็อปและบทสนทนาจากผู้ทำงานหลากหลายสาขา เช่น “UPCYCLING PLAY: แปลงร่างฝาขวด ฟองน้ำให้น่ารักน่าเล่น” โดย ภัทรีดา ประสานทอง หรือพี่แป้ง นักวาดภาพประกอบ วันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 11.00–12.30 น. ณ SX IDEA LAB ชั้น G เปิดให้ร่วมกิจกรรมฟรีวันเดียวกัน เวลา 17.00–18.00 น. ยังมีเสวนา “ถอดรหัส 3 โมเดล เมืองปรับตัวเก่ง ที่ไม่กลัววิกฤต” ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย และไชยยง รัตนอังกูร ชวนมองการพัฒนาเมืองผ่านบทเรียนจากพื้นที่จริงส่วนคนเมืองที่อยากเริ่มดูแลแหล่งอาหารของตัวเอง ลองเข้าร่วม “SEED SAVING 101 เก็บเมล็ดพันธุ์ง่าย ๆ สไตล์คนเมือง” โดย ลิขิต มณีสินธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เฟิร์สท์ ออร์แกนิค ซีดส์ จำกัด วันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 15.00–17.00 น. ณ SX IDEA LAB ชั้น G พร้อมรับต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์กลับไปเริ่มต้นเรียนรู้ต่อที่บ้าน
10. สายดนตรี: ฟังเพลงที่ชอบ พร้อมร่วมสนับสนุนงานเพื่อสังคมนอกจากนิทรรศการและกิจกรรมเรียนรู้ SX2026 ยังมีคอนเสิร์ตการกุศลให้เลือกชม เริ่มจาก ROYAL JAZZ FOR THE CHAIPATTANA FOUNDATION VOLUME 3 วันที่ 7 พฤศจิกายน พบกับบทเพลงพระราชนิพนธ์บรรเลงโดยวงดนตรีแจ๊สบิ๊กแบนด์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมด้วยศิลปิน เช่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว นภ พรชำนิ รัดเกล้า อามระดิษ โก้ Mr.Saxman เบน ชลาทิศ และมาเรียม เกรย์ บัตรราคา 1,800 / 2,500 / 3,000 บาท รายได้เพื่อมูลนิธิชัยพัฒนาโดยไม่หักค่าใช้จ่าย
วันที่ 8 พฤศจิกายน พบกับ “คอนเสิร์ตการกุศลรอบพิเศษ พลังน้ำใจไทย รวมน้ำใจปีที่ 16” เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติ นำโดย POTATO, Better Weather, 4EVE, BNK48, True AF 2026 และ DUO ONE เริ่มแสดงเวลา 16.00–19.40 น. ประตูเปิด 14.00 น. โดยลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน Sustainability Expo และร่วมบริจาค 300 บาทหน้างานเพื่อรับบัตรเข้าชม ตามเงื่อนไขของผู้จัดไม่ว่าจะเริ่มเที่ยวงานจากของอร่อย งานศิลปะ เทคโนโลยี หรือกิจกรรมของลูก แต่ละเส้นทางล้วนเปิดโอกาสให้ค้นพบว่า สิ่งที่เราสนใจเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมอย่างไร และมีอะไรที่เรานำกลับไปปรับใช้ได้บ้าง
ร่วมค้นพบประสบการณ์เหล่านี้ในงาน Sustainability Expo 2026 ระหว่างวันที่ 6–15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียด ตารางกิจกรรม และเงื่อนไขการเข้าร่วมได้ที่ www.sustainabilityexpo.com และแอปพลิเคชัน Sustainability Expo
พบกันที่งาน SX2026 ระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial
The Business Plus บิสิเนสพลัส
