มร.ยิว ฮอค โคว ผู้วางรากฐาน SISB โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ และการสร้าง New S-Curve ที่จะพาองค์กรก้าวไกลกว่าเดิม
ในเส้นทางของทุกธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงาม มักมีช่วงเวลาสำคัญที่ผู้นำต้องเลือก ระหว่างการนั่งเก็บเกี่ยวความสำเร็จที่สร้างไว้ กับการอ่านสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัวแล้วลงมือปรับตัวก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
สำหรับ มร.ยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB ผู้ที่ทุ่มเทวางรากฐานองค์กรนี้มาตั้งแต่วันแรก ด้วยความเชื่อมั่นในคุณค่าของการศึกษา เขาเลือกเส้นทางที่สะท้อนวิสัยทัศน์อันกว้างไกล บนรากฐานของการยกระดับการศึกษาที่ดีที่สุด
อ่านสัญญาณตลาด ด้วยสายตาของผู้นำที่มองการณ์ไกล
ทุกอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ย่อมมาถึงจุดที่ต้องการการปรับตัวครั้งสำคัญ และอุตสาหกรรมการศึกษานานาชาติของไทยในปัจจุบัน ก็กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผู้ที่มองเห็นภาพอนาคตได้ชัดเจน
ภาพรวมของอุตสาหกรรมในวันนี้ มีบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างน่าสนใจ ความต้องการของผู้ปกครองยุคใหม่ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมองหาโรงเรียนที่เน้นการเรียนการสอนด้านวิชาการ แต่ก้าวไปสู่การมองหาสถาบันที่สามารถพัฒนาศักยภาพรอบด้านของบุตรหลานได้อย่างแท้จริง ทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และความพร้อมสู่เวทีโลก
ขณะเดียวกัน การที่มีโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่จำนวนมากขึ้น ก็สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดนี้ยังคงเป็นที่สนใจและมีศักยภาพในการเติบโต ซึ่งทำให้การสร้างจุดยืนที่แตกต่างและคุณค่าที่ชัดเจน กลายเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในยุคนี้
แน่นอนว่า บริบทใหม่นี้ทำให้อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม ซึ่งเคยอยู่ในระดับก้าวกระโดดที่ 10% ต่อปีในอดีต ต้องปรับเข้าสู่ระดับที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากขึ้น และเป็นช่วงเวลาที่แต่ละสถาบัน ต้องค้นหาจุดยืนที่ชัดเจนของตัวเอง ซึ่งตรงนี้เองที่ มร.ยิว ฮอค โคว ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันโดดเด่น ด้วยสายตาอันเฉียบคมและประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน เขาเลือกเดินเกมบนปรัชญาที่แตกต่างอย่างชาญฉลาด แทนที่จะมุ่งเน้นการแข่งขันด้านราคา โดย มร.ยิว ฮอค โคว มุ่งสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนให้กับโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ (Singapore International School) หรือ SISB Schools แบบครบวงจร ซึ่งเป็นแนวคิดที่สะท้อนภูมิปัญญาในการมองเห็นโอกาสท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนทุกบริบทใหม่ ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในมิติใหม่ได้อย่างงดงาม
“ผมมองว่า ภาคการศึกษาในปัจจุบัน กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกับธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่น่าสนใจเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากร และพฤติกรรมของผู้ปกครองยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของธุรกิจส่วนตัวและ SMEs ที่พิจารณาการลงทุนด้านการศึกษาอย่างมีเป้าหมายชัดเจน
นอกจากนี้ การที่มีโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่จำนวนมากขึ้น ยังสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดนี้ยังคงเติบโตและเป็นที่ต้องการ ซึ่งทำให้แต่ละสถาบันต้องค้นหาจุดยืน และสร้างคุณค่าที่ชัดเจนของตัวเอง และเป็นโอกาสที่จะยกระดับมาตรฐานของทั้งอุตสาหกรรมให้แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น”
SISB มุ่งยกระดับการศึกษาให้ดีที่สุด
ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า หัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน คือ การสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง ดังนั้น มร.ยิว ฮอค โคว ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกชั้นนำต่าง ๆ ในการหาแนวทางการพัฒนาและสนับสนุนแก่นักเรียนเพิ่มเติม และในปีการศึกษาใหม่นี้ จะเพิ่ม IELTS และ SAT เข้าไปในหลักสูตรตั้งแต่เกรด 9 ขึ้นไป รวมถึงมีบริการ University Counseling ที่วัดผลได้จริง ซึ่ง มร.ยิว ฮอค โคว เชื่อมั่นว่า จะเป็นการสร้างคุณค่าของการศึกษา ที่แท้จริงให้กับโรงเรียนอย่างครบวงจร ซึ่งแน่นอนว่า ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ สะท้อนหัวใจของผู้นำที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กอย่างแท้จริง
“ปรัชญาของผมที่สร้าง SISB Schools ขึ้นมา เพื่อผสมผสานสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้เด็กไปได้ไกลที่สุดตามศักยภาพ และที่สำคัญ คือ การนำระบบการศึกษาของสิงคโปร์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นทางวิชาการ มาผสานให้กลายเป็นการเรียนที่มีความสุข และสร้างเด็กแบบองค์รวมมากขึ้น ไม่ใช่แค่ฉลาดด้านวิชาการอย่างเดียว แต่ต้องเก่งรอบด้าน ซึ่งผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ คือ นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยได้ 100% และเข้าได้ทั้ง Ivy League, Oxford, Cambridge รวมถึงมหาวิทยาลัยดังอย่างปักกิ่งในจีน” มร.ยิว เล่าถึงสูตรลับที่ทำให้ SISB Schools แตกต่าง ด้วยความภาคภูมิใจ
การสร้าง New S-Curve ที่จะพาองค์กรก้าวไกลกว่าเดิม
สิ่งที่ทำให้ SISB Schools มีความโดดเด่นและสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงในสายตาของผู้ปกครอง คือระบบการสอนจากโปรแกรมที่เข้มข้น และด้วยวิสัยทัศน์ของมร.ยิว ฮอค โคว ต้องยอมรับว่า SISB Schools ได้ปรับบริบทให้มีความเป็นสากล และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มุ่งเน้นการสร้างเด็กที่มีศักยภาพรอบด้านและมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งตอบโจทย์ความคาดหวังของครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการผลเป็นเลิศทางวิชาการควบคู่ไปกับสุขภาวะทางจิตใจที่ดี
สำหรับวิสัยทัศน์ในก้าวต่อไปของการเติบโต จึงไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การขยายสาขาในรูปแบบเดิม ๆ โดย มร.ยิว ฮอค โคว เปิดตัวแบรนด์ใหม่ ภายใต้ชื่อ โรงเรียนนานาชาติมารีนาสิงคโปร์ (Marina Singapore International School) หรือ Marina ซึ่งถือเป็นวิทยาเขตแห่งที่ 7 ตั้งอยู่ในโซนรังสิต จังหวัดปทุมธานี คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคมปี 2570
“เราจะขยายตลาดลงสู่เซกเมนต์ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น หรือ Affordable Segment ภายใต้แบรนด์ใหม่ Marina Singapore International School เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ปกครองระดับชนชั้นกลางถึงบนในย่านชานเมือง ได้เข้าถึงระบบการศึกษาโรงเรียนนานาชาติที่มีคุณภาพ ในราคาที่เข้าถึงมากขึ้น” มร.ยิว ฮอค โคว กล่าวด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้การศึกษาคุณภาพ เข้าถึงครอบครัวไทยได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
บทพิสูจน์วิสัยทัศน์ของผู้นำ ที่สร้างรากฐานเพื่ออนาคต
เมื่อนำภาพจิ๊กซอว์ทั้งหมดมาเรียงต่อกัน จะเห็นได้ชัดเจนว่า ทิศทางเครือโรงเรียนนานาชาติของกลุ่ม SISB ภายใต้การนำของ มร.ยิว ฮอค โคว กำลังก้าวสู่การเป็นสถาบันการศึกษาครบวงจร ที่วางรากฐานการเติบโตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมหลายเซกเมนต์ นำโดย SISB Schools ทำหน้าที่เป็นเรือธง ผสานเข้ากับแบรนด์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่าง Marina ที่จะทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์ตัวใหม่ในการขยายโอกาสทางการศึกษาคุณภาพไปในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์อันงดงามของผู้นำที่ต้องการส่งมอบการศึกษาที่ดีให้เข้าถึงผู้คนได้มากที่สุด
จากข้อมูลจะเห็นว่า เส้นทางการบริหารงานเครือโรงเรียนนานาชาติของกลุ่ม SISB จากวันแรกจนถึงวันนี้ คือภาพสะท้อนของผู้นำ ที่ไม่เพียงสร้างองค์กรให้เติบโต แต่ยังวางรากฐานที่มั่นคง เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ซึ่ง มร.ยิว ฮอค โคว ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การบริหารธุรกิจการศึกษาที่ยั่งยืนนั้น ไม่ได้วัดกันที่การเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะสั้น แต่อยู่ที่การสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และสังคมไปพร้อมกัน
The Business Plus บิสิเนสพลัส
