Home / HAPPENING / เอ็นไอเอเปิด 3 มาตรการเยียวยาสตาร์ทอัพ ธุรกิจนวัตกรรม พร้อมเร่งปรับแผนเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตไวรัสโควิด-19

เอ็นไอเอเปิด 3 มาตรการเยียวยาสตาร์ทอัพ ธุรกิจนวัตกรรม พร้อมเร่งปรับแผนเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตไวรัสโควิด-19

  • เอ็นไอเอหารือสถาบันการเงินเตรียมออกเงินกู้เงื่อนไขพิเศษ – จัดงบ 70 ล้านช่วยเหลือสตาร์ทอัพ พร้อมเตรียมเปิดพื้นที่ฝากผลงานนวัตกรรมผ่านเพจ Startup Thailand

กรุงเทพฯ  24 เมษายน 2563 – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เผยมาตรการเยียวยาสตาร์ทอัพ  ธุรกิจนวัตกรรม หลังผ่านวิกฤตไวรัสโควิด – 19 เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคดังกล่าว ได้แก่ 1.การสนับสนุนด้านเงินทุนให้เปล่าผ่านกลไกหลักของสำนักงานฯ ทั้งในรูปแบบเงินให้เปล่ากว่า 70 ล้านบาท  และร่วมกับสถาบันการเงินในการอนุมัติเงินกู้เงื่อนไขพิเศษ 2.การสร้างตลาดใหม่ โดยเฉพาะการผลักดันให้เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมเปิดพื้นที่ประชาสัมพันธ์เพื่อโปรโมทนวัตกรรมต่าง ๆ ผ่านเพจ Startup Thailand และ 3.การส่งเสริมความรู้ผ่านการจัดหลักสูตรทั้งระดับเยาวชน และสตาร์ทอัพทั่วไปมากกว่า 10 หลักสูตร ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวสามารถดำเนินต่อไปได้ในช่วงสถานการณ์นี้คลี่คลายลง

ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมา NIA มีการพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงิน การลงทุน การตลาด กฎระเบียบ เครือข่าย รวมถึงการเสนอแนวนโยบายและจัดทำร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด สำหรับวิกฤตการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในครั้งนี้ ถือว่าส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมไปทั่วโลก ซึ่ง NIA ได้เตรียมมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือ และฟื้นฟูสตาร์ทอัพ ธุรกิจนวัตกรรม หลังวิกฤตผ่านพ้นไป โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1. การสนับสนุนด้านเงินทุนให้เปล่าผ่านกลไกหลักของสำนักงาน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยเบื้องต้นได้สนับสนุนทุนนวัตกรรมไปแล้วกว่า 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินอุดหนุนรวม 39.8 ล้านบาท เช่น สบายดี: แพลตฟอร์มดูแลสุขภาพระหว่างการระบาดของไวรัสโควิด-19 นวัตกรรมบริการสำหรับการขนย้ายผู้ป่วย หรือผู้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบบบริหารห่วงโซ่อุปสงค์-อุปทานเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ เป็นต้น และยังได้เตรียมงบอุดหนุนแบบให้เปล่าไว้สำหรับช่วงหลังวิกฤตโควิด – 19 อีกกว่า 70 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจฐานนวัตกรรมทั้งมิติเศรษฐกิจ และสังคม นอกจากนี้ ยังได้หารือกับสถาบันการเงินหลายแห่ง เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ฯลฯ เพื่ออนุมัติเงินกู้เงื่อนไขพิเศษสำหรับสตาร์ทอัพ และเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด 19

2. การสร้างตลาดใหม่และส่งเสริมการเติบโต ด้วยการสร้างโอกาสเข้าถึงตลาดภาครัฐได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างของตลาดภาครัฐสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ GPT และ แพลตฟอร์ม “YMID Portal” เป็นต้น ซึ่งในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 นี้ก็ได้สร้างโอกาสให้สตาร์ทอัพที่มีผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์แก้ไขปัญหาดังกล่าวกว่า 12 ราย ได้เข้าไปร่วมทำงานจริงกับเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 9 แห่ง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและสามารถขยายโอกาสต่อไปในภาครัฐอื่นได้ นอกจากนี้ NIA ยังเตรียมเปิดพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้สตาร์ทอัพมาโปรโมท นวัตกรรมดีๆ ผ่านช่องทางเพจ Startup Thailand ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการได้ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ สำหรับสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและต้องการก้าวสู่ระดับประเทศหรือระดับนานาชาติมากขึ้น NIA ยังมีเครือข่ายกับบริษัทขนาดใหญ่ เช่น เครือซีพี ไทยยูเนี่ยน สยามคูโบต้า ช.การช่าง ฯลฯ ที่พร้อมจะร่วมลงทุนและผลักดันให้สตาร์ทอัพนั้นได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อไป

3.การส่งเสริมความรู้และการพัฒนาสตาร์ทอัพ ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดหลักสูตรอย่างต่อเนื่องทั้งระดับเยาวชน และสตาร์ทอัพทั่วไป และขณะนี้ได้มีการพัฒนาเข้าสู่ระบบออนไลน์มากขึ้นผ่านสถาบันวิทยาการนวัตกรรม โดยภายในเดือนพฤษภาคมนี้จะมีมากกว่า 10 หลักสูตร และโครงการ Startup Thailand League ที่เน้นไปยังกลุ่มนักศึกษาที่มีความสนใจจะเป็นสตาร์ทอัพ ซึ่งมีเข้าร่วมกว่า 2000 ราย ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป

ทั้งนี้ นอกเหนือจากมาตรการดังกล่าว ยังมีอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ธนาคาร และเอกชน ได้เริ่มสนับสนุนสตาร์ทอัพและวิสาหกกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาศ เช่น กระทรวงการคลัง NSTDA DEPA ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยพาณิชย์ และ Innospace เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-017-5555 เว็บไซต์ และ facebook.com/NIAThailand