Home / HAPPENING / มิชลิน ได้รับเลือกเป็นซัพพลายเออร์ยางล้อเครื่องบินเพียงรายเดียว ของสายการบิน แอร์ฟรานซ์ ภายใต้การร่วมเป็นพันธมิตรระยะ 10 ปี

มิชลิน ได้รับเลือกเป็นซัพพลายเออร์ยางล้อเครื่องบินเพียงรายเดียว ของสายการบิน แอร์ฟรานซ์ ภายใต้การร่วมเป็นพันธมิตรระยะ 10 ปี

  • กลุ่มมิชลินจะเป็นผู้ติดตั้งยางล้อซึ่งผลิตในประเทศฝรั่งเศสให้กับฝูงบินของสายการบิน ‘แอร์ฟรานซ์’ (Air France) เป็นเวลา 10 ปี
  • มิชลินและสายการบิน ‘แอร์ฟรานซ์’ ได้ขยายระยะเวลาความร่วมมือในฐานะพันธมิตรที่ยาวนาน เพื่อพัฒนาบริการและโซลูชั่นใหม่ ๆ ให้อุตสาหกรรมการบินมีความยั่งยืนยิ่งขึ้น

สายการบิน ‘แอร์ฟรานซ์’ มอบความเชื่อมั่นไว้วางใจให้กับมิชลินอย่างต่อเนื่อง โดยเลือก ‘มิชลิน’ กลุ่มองค์กรสัญชาติฝรั่งเศส เป็นซัพพลายเออร์ยางล้อเครื่องบินเพียงรายเดียวสำหรับฝูงบินของแอร์ฟรานซ์  โดยกลุ่มมิชลินจะติดตั้งยางใหม่หรือยางหล่อดอก (Retread) ซึ่งผลิต ณ โรงงานในเขตแซงต์ดูชาร์ (Saint Doulchard) เมืองบูร์ช (Bourges) ประเทศฝรั่งเศส ให้กับเครื่องบินแอร์ฟรานซ์พิสัยไกล พิสัยปานกลาง และพิสัยใกล้[1]

ทั้งนี้ ยางล้อที่ติดตั้งให้กับเครื่องบินของสายการบินแอร์ฟรานซ์จะเป็นรุ่นที่ทันสมัยที่สุด อาทิ ยางเรเดียล รุ่น ‘มิชลิน แอร์ เอ็กซ์’ (MICHELIN® AIR X) ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยียางล้อที่แทบไม่มีการขยายตัว หรือ Near Zero Growth (NZG) โดยเทคโนโลยีนี้ออกแบบมาให้เส้นผ่าศูนย์กลางยางล้อคงที่ จึงมีความทนทานมากขึ้นและมีความต้านทานที่เหนือกว่า การร่วมพันธมิตรระยะยาวครั้งนี้มุ่งเน้นเรื่องนวัตกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้ง ‘แอร์ฟรานซ์’ และ ‘มิชลิน’ ต่างเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการบินของฝรั่งเศส และเป็นพันธมิตรที่มีประวัติยาวนาน โดยมีจุดยืนร่วมกันในเรื่องนวัตกรรมด้านสมรรถนะและความปลอดภัย สำหรับการร่วมพันธมิตรที่ผ่านมาในช่วงปี 2553-2563 สายการบินแอร์ฟรานซ์ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดที่มิชลินพัฒนาขึ้น และในอีก 10 ปีข้างหน้า ทั้งสองฝ่ายจะยังคงทำงานร่วมกันโดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมตามเป้าหมายที่มีร่วมกันในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” (Carbon Footprint)  ทั้งนี้ มิชลินมีบทบาทในโครงการวิจัยของยุโรปและมุ่งพัฒนานวัตกรรมล้ำหน้าใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้ยางล้อและระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีน้ำหนักเบาลง ตลอดจนในเชิงกลยังช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละเที่ยวบิน

นอกจากนี้ มิชลินและแอร์ฟรานซ์ยังขยายขอบเขตการร่วมพันธมิตรให้ครอบคลุมบริการทางดิจิทัลและบริการอื่นๆ โดยมิชลินจะนำเสนอโซลูชั่นที่ดียิ่งขึ้นให้กับแอร์ฟรานซ์ อาทิ นวัตกรรมการรีไซเคิล, เรซินเชิงนิเวศสมรรถนะสูง (High-Performance Ecological Resins) และความเชี่ยวชาญด้านการพิมพ์โลหะและพลาสติก 3 มิติ ขอบเขตความร่วมมือที่กว้างขึ้นนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการที่มิชลินได้ขยายกิจกรรมการดำเนินงานและความเชี่ยวชาญไปในหลากหลายสาขามากขึ้นโครงการริเริ่มใหม่ ๆ เหล่านี้จะส่งเสริมให้แอร์ฟรานซ์บรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ร้อยละ 50 ต่อผู้โดยสารต่อกิโลเมตร ภายในปี 2573

 เฌรี มัวร์เทรอซ์ (Géry Mortreux) รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ กล่าวว่า “กลุ่มมิชลินไม่เพียงเป็นซัพพลายเออร์ แต่ยังเป็นพันธมิตรระยะยาวของแอร์ฟรานซ์ เรารู้สึกยินดีกับการใช้ยางล้อที่ผลิตในฝรั่งเศส และการขยายขอบเขตความร่วมมือให้ครอบคลุมนวัตกรรมใหม่ ๆ  ข้อตกลงใหม่นี้จะเปิดโอกาสให้เกิดโครงการหลากหลายที่ช่วยให้เราลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่แอร์ฟรานซ์ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก ๆ

 เมาโร สปอนซา (Mauro Sponza) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจการบินของมิชลิน เปิดเผยว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากแอร์ฟรานซ์เลือกให้เป็นพันธมิตรต่ออีก 10 ปี ซึ่งพันธกิจครั้งนี้ครอบคลุมการติดตั้งยางสมรรถนะสูงให้กับฝูงบินทั้งหมดของแอร์ฟรานซ์ ทั้งนี้ ยางมิชลินเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้งานกับเครื่องบินรุ่นใหม่ เนื่องจากรับประกันความปลอดภัยขั้นสูงท่ามกลางสภาพแวดล้อมการใช้งานแบบสุดขั้วและรองรับการร่อนลงจอดหลายครั้ง อีกทั้งยางล้อที่มีน้ำหนักเบาขึ้นยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้ธุรกิจการบินมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ยังช่วยให้ทั้งมิชลินและแอร์ฟรานซ์ได้ค้นหาโอกาสในการเติบโตใหม่ ๆ นอกเหนือจากเรื่องของการจัดหายางล้ออีกด้วย

เกี่ยวกับแอร์ฟรานซ์

ตั้งแต่ปี 2476 เป็นต้นมา สายการบิน ‘แอร์ฟรานซ์’ มีบทบาทในการส่งเสริมให้ประเทศฝรั่งเศสเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจขนส่งทางอากาศรายสำคัญ ที่แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การขนส่งผู้โดยสาร, การขนส่งสินค้า และการซ่อมบำรุงเครื่องบิน  พนักงานแอร์ฟรานซ์มากกว่า 45,000 คน ต่างทุ่มเทปฏิบัติงานในแต่ละวันเพื่อสร้างประสบการณ์ด้านการเดินทางสุดพิเศษให้กับลูกค้า  ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทแอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม เกิดจากการรวมตัวของสายการบินแอร์ฟรานซ์, สายการบินเคแอลเอ็ม รอยัล ดัทช์ แอร์ไลนส์ (KLM Royal Dutch Airlines) และสายการบินทรานซาเวีย (Transavia) โดยมีศูนย์กลางสำหรับเส้นทางบินต่างๆ ทั่วโลกอยู่ที่ท่าอากาศยานปารีส-ชาร์ล เดอ โกล (Paris-Charles de Gaulle) และท่าอากาศยานอัมสเตอร์ดัม สคิปโพล (Amsterdam-Schiphol)  ปัจจุบัน โปรแกรมสะสมไมล์ Flying Blue ของกลุ่มบริษัทฯ มีสมาชิกมากกว่า 17 ล้านราย นอกจากนี้ แอร์ฟรานซ์ และเคแอลเอ็ม ยังเป็นสมาชิกของ Sky Team Alliance เครือข่ายสายการบินซึ่งมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 19 สายการบิน แอร์ฟรานซ์ ใส่ใจและให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน  ภายใต้พันธกิจของสายการบินที่มุ่งมั่นปกป้องสุขภาพและความปลอดภัย แอร์ฟรานซ์ ได้นำมาตรการด้านสุขภาพและสุขอนามัยที่เข้มงวดที่สุดมาบังคับใช้เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ แอร์ฟรานซ์ ยังกำหนดเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนเอาไว้สูง และมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อลดและชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขององค์กร  ภายใต้โครงการ ‘Horizon 2030’ ซึ่งเริ่มดำเนินงานตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงปี 2573 (ค.ศ. 2030) บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อผู้โดยสารต่อกิโลเมตรลงร้อยละ 50  ด้วยการลงทุนในเครื่องบินรุ่นใหม่ การนำนวัตกรรมด้านโซลูชั่นมาใช้เพื่อลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และการทยอยนำเชื้อเพลิงทางเลือกที่ยั่งยืนมาใช้

เกี่ยวกับมิชลิน

มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิตอล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร  กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็อง ประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 127,000 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิตยาง 69 แห่ง ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 200 ล้านเส้นในปี 2562  คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

 [1] ยกเว้นเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 787 (Boeing 787)