MAZDA2 SKYACTIV-D บทพิสูจน์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุด

MAZDA2 SKYACTIV-D เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ขนาด 1.5 ลิตร มาพร้อมกับคอนเซปต์ “Live Less Ordinary ไม่ธรรมดาในแบบที่เราเป็น” ให้การตอบสนองการขับขี่ดีเยี่ยม และประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และอุปกรณ์ความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานในทุกวันได้อย่างลงตัว

กลยุทธ์และแนวคิดในการพัฒนา MAZDA2 SKYACTIV-D เกิดจาก 4 มุมมองของแบรนด์มาสด้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ประกอบด้วย 1. ใส่ใจต่อสิ่งที่ลูกค้าต้องการ โดยออกแบบพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานและให้ความสำคัญกับอรรถประโยชน์ของผู้ขับขี่รวมถึงผู้โดยสารมากที่สุด ซึ่งจะเห็นได้จากการออกแบบฟังก์ชันและการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่ลงตัว ตามคอนเซปต์ HMI (Human-Machine Interface) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันกับรถ เพื่อส่งมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

 

อีกทั้งยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ด้วยอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) เชื่อมต่อกับระบบ Mazda Connect ที่รองรับระบบ Apple CarPlay® แบบไร้สาย และ Android Auto™* เพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนได้อย่างไร้ขีดจำกัด

 

  1. คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน i-Activsense ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง และช่วยให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยตลอดทุกการเดินทาง อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) และระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor) เป็นต้น

 

  1. พัฒนาโดยเน้นให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สง่างาม ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกภูมิใจที่ได้ครอบครองรถยนต์ที่เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ และเป็นรถที่มีความโดดเด่น ต้องตาต้องใจผู้ที่พบเห็น

 

  1. มีราคาที่จับต้องได้ และเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานจริง

 

คุณธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกกับเราว่า เมื่อ 4 องค์ประกอบข้างต้นรวมกับจุดเด่นของสินค้าและบริการของบริษัทฯ ที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ทั้งสมรรถนะดีเยี่ยม ช่วงล่างหนึบ มั่นใจทุกโค้ง ด้วยระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ซึ่งทำให้รถมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

 

ขณะที่ผู้ขับขี่เข้าโค้ง ในขณะที่เริ่มเข้าโค้ง ระบบจะลดแรงบิดเครื่องยนต์เล็กน้อย เพื่อให้ล้อหน้ายึดเกาะถนนได้มากขึ้น และเมื่อผู้ขับขี่คอนโทรลรถยนต์ขณะรถอยู่ในโค้ง แรงบิดของเครื่องยนต์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อรักษาสมดุลของตัวรถ

 

หรือขณะรถออกจากโค้ง ระบบจะเพิ่มการทำงานของเบรกเพียงเล็กน้อย ในล้อหน้าด้านนอกโค้งเพื่อช่วยให้รถกลับสู่ทางตรงอย่างมีเสถียรภาพ ที่สำคัญ MAZDA2 SKYACTIV-D ให้การประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ถึง 26 กิโลเมตร/ลิตร จึงทำให้ Mazda2 Skyactiv-D ได้รับความนิยมและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว

 

จากข้อเด่นทั้งหมดที่กล่าวมา คุณธีร์ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ความสวยงามลงตัวของการออกแบบภายนอก ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะโดดเด่นไม่ซ้ำใครในรถยนต์นั่ง MAZDA2 SKYACTIV-D ด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่ได้รับการถ่ายทอดจากแนวคิด KODO – Soul of Motion เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา ด้วยคอนเซปต์ “Less is More” รวมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน ได้แก่ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน i-Activsense ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง และช่วยให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ ระบบป้องกันล้อล็อก 4W-ABS และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ DSC รวมถึงระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA ระบบสัญญาณไฟกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกในภาวะฉุกเฉินและส่งสัญญาณเตือนรถคันหลัง ESS ระบบช่วยป้องกันรถลื่นไถล TCS โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า Dual Airbag เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า

 

รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ทำให้ใช้งานสะดวกกว่าเดิม และเบาะนั่งด้านคนขับสามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะคนขับได้ถึง 2 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานนี้ ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มีระดับราคาใกล้เคียงกัน

 

MAZDA2 SKYACTIV-D ยังมาพร้อมมอบความมั่นใจทุกการขับขี่ทุกเส้นทางด้วย Active Driving Display สกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญ Sport Paddle Shift ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และ Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วคงที่

 

ทั้งนี้ คุณธีร์ ย้ำว่า การได้รับรางวัล PRODUCT INNOVATION AWARDS 2023 กลุ่มยานยนต์ ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์มาสด้า ซึ่งเขาก็บอกทิ้งท้ายกับเราว่า มาสด้าวางแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ให้มีความโฉบเฉี่ยวโดนใจวัยรุ่นยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาให้รถรุ่นนี้มีความเพียบพร้อมกว่าเดิมและตรงต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

เขียนและเรียบเรียง : วิทยา กิจชาญไพบูลย์
ติดตาม Business+ ได้ที่ : https://www.thebusinessplus.com/
Line Business+ ได้ที่ : https://lin.ee/pbIHCuS