i-Store กางแผนปี 69 ชูกลยุทธ์ Supply Drives Demand ขยายสาขาใหม่ 7 แห่ง ปั้นรายได้โต 200%

i-Store ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Supply Drives Demand” มุ่งขยายฐานลูกค้า เพิ่มพื้นที่ให้บริการ Self Storage ครบวงจร บนทำเลเข้าถึงง่าย ชูโมเดล Storage Management ผนึกกำลัง landlord พันธมิตรชั้นนำ พัฒนา ออกแบบ บริหารจัดการ เล็งขยายสาขาเพิ่ม 7 แห่ง ดันสาขาแตะ 18 แห่ง พื้นที่รวมกว่า 18,000 ตร.ม. ปรับสัดส่วนลูกค้า บุคคลทั่วไป 60 % นิติบุคคล 40% ตั้งเป้ารายได้โต 200% เตรียมบุกตลาดหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน ขับเคลื่อนธุรกิจแนวคิด ESG สร้างความแตกต่าง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

นายภักดี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจให้บริการห้องเก็บของหรือเก็บทรัพย์สินส่วนตัว (Self Storage) ระดับ Premium ของประเทศไทย ภายใต้เครื่องหมายการค้าแบรนด์ i-Store เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานปี 2569 บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ Supply Drives Demand” สร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้า ผ่านการเพิ่มพื้นที่ให้บริการบนทำเลที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไปและนิติบุคคล พร้อมเดินหน้าโมเดลธุรกิจ Storage Management พัฒนา ออกแบบ และบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บให้กับกลุ่มเจ้าของที่ดิน (Landlord) หรือนักลงทุนที่มีพื้นที่แต่ไม่ต้องการบริหารจัดการเอง ซึ่งโมเดลนี้จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถขยายเครือข่ายภายใต้แบรนด์ i-Store ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

อีกทั้ง บริษัทวางแผนขยายสาขาผ่านการร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรชั้นนำ โดยในปี 2569 เตรียมขยายสาขาเพิ่มอีก 7 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 18 แห่ง และมีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 18,000 ตารางเมตร หรือเติบโตขึ้นกว่า 91% จากปีก่อน ปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการทั้งหมด 11 สาขา ได้แก่ สาขาสีลม , สุขุมวิท 24 , สุขุมวิท 71 , สาทร วัน , หัวลำโพง , อุดมสุข , อ่อนนุช , จตุจักร , เพลินจิต-นานา , ทองหล่อ 9 และสาขาสุรวงศ์-สีลม

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายปรับสัดส่วนผู้ใช้บริการกลุ่มลูกค้าผู้พักอาศัย นักท่องเที่ยว นักสะสม 60% และนิติบุคคลเป็น 40% เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและสมดุล (Stable Revenue) โดยเน้นพัฒนาบริการตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจ SME และ E-commerce ที่ต้องการพื้นที่ Micro-fulfillment ในทำเลใจกลางเมือง ซึ่งคาดว่าจะผลักดันให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตขึ้นประมาณ 200%

นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายฐานลูกค้าสู่หัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ จังหวัดภูเก็ต คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2570 และมีแผนขยายต่อเนื่องไปยังจังหวัดเชียงใหม่ พัทยา และพื้นที่หัวหิน เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาวและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expat)

นายภักดี กล่าวเสริมว่า ตลาด Self Storage ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการกระจุกตัวในกรุงเทพฯ ชั้นใน  ไปสู่ปริมณฑลและหัวเมืองท่องเที่ยว เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการจุดพักสินค้า (Micro-fulfillment) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองว่า Self Storage คือส่วนต่อขยายของพื้นที่อยู่อาศัยที่เล็กลงในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ i-Store ที่มุ่งเน้นการสร้าง Ecosystem ของการจัดเก็บสิ่งของที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตและขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม Self Storage ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ i-Store ยังมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด ESG ผ่านโครงการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) และการ Upcycle ขวดพลาสติกเป็นเสื้อสะท้อนแสงให้พนักงาน กทม. เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคมในทุกมิติ