จัดอันดับ 5 บริษัทเจ้าแห่งเรือโดยสารในไทย

ภาพรวมอุตสาหกรรมเรือโดยสารในช่วงปี 2568 – 2569 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้ระบบขนส่งมวลชนทางน้ำที่มากขึ้นในกรุงเทพฯ แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีปัจจัยกดดันคือ ราคาน้ำมันดีเซล ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้บริษัทที่ให้บริการเรือโดยสารมีความสามารถในการทำกำไรสุทธิได้น้อยลง นอกจากนี้หลายๆ บริษัทยังอยู่ในช่วงการลงทุนในเทคโนโลยีเรือไฟฟ้า (EV Boat) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการคืนทุน

ทั้งนี้ในแง่ของจำนวนผู้โดยสารเราพบว่า หากอิงข้อมูลจากท่าเทียบเรือโดยสาร/ท่องเที่ยว บริเวณแม่น้ำและทะเลในปี 2567 พบว่า ธุรกิจขนส่งมวลชนทางน้ำมีจำนวนคนใช้บริการน้อยที่สุด โดยมีจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 48.02 ล้านคนโดยแบ่งเป็น

  • ผู้โดยสารเรือด่วนเลียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 26 ล้านคน
  • ผู้โดยสารเรือยนต์ข้ามฟาก 60 ล้านคน
  • ผู้โดยสารเรือคลองแสนแสบ 88 ล้านคน
  • ผู้โดยสารเรือไฟฟ้า 13 ล้านคน

ทีนี้มาดูข้อมูลของบริษัทที่เป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจเรือโดยสาร หรือเรือขนส่งมวลชนกันผ่าน Infographic นี้กันเลย

จะเห็นว่าการจัดอันดับบริษัทที่มีรายได้สูงสุดนั้น เราจะเจอกับผู้เล่นเดิมๆ ที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน เพราะการเดินทางทางเรือส่วนใหญ่แล้วจะต้องได้รับสัมปทานจากภาครัฐ

อย่างเช่น บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าในการประกอบธุรกิจเดินเรือโดยสารประจำทางให้บริการผู้โดยสาร เส้นทางทางน้ำ ตั้งแต่วัดศรีบุญเรือง ผ่านท่าเรือประตูน้ำ จนถึงท่าเรือสะพานผ่านฟ้าลีลาศ (ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่าง Transform เป็นยานยนต์ไฟฟ้า

ส่วนบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดอย่าง บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) รายได้มีการเติบโต แต่ยังขาดทุนสุทธิราว 42 ล้านบาท ซึ่งบริษัทแห่งนี้เป็นผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก สำหรับผู้โดยสารและยานพาหนะเส้นทางสุราษฎร์ฯ-เกาะสมุย-เกาะพะงัน แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติ เท่ากับว่า หากจำนวนนักท่องเที่ยวมาไทยมากขึ้นก็เป็นโอกาสให้บริษัทเติบโตตามไปด้วย

นอกจากผู้เล่นที่ครองตลาดมาอย่างยาวนานแล้ว ปัจจุบันยังมีผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาตีตลาดเรือโดยสาร อย่างเช่น MUVMI (มูฟมี) ที่ทุกคนรู้จักกันดีว่าเป็นบริการแอปพลิเคชันเรียกตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า 100% โดยในช่วงที่ผ่านมามูฟมีได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้บริการ เรือไฟฟ้าขนาดเล็กในคลองผดุงกรุงเกษมและบางลำพู โดยใช้การจองผ่านแอปพลิเคชัน ช่วงทดลองให้บริการ (ฟรี) ตั้งแต่ปลายปี 2568 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

และเพิ่งเริ่มมีการเก็บค่าบริการจริงตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยอัตราค่าโดยสารจะใกล้เคียงกับการเรียกตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (เริ่มต้นประมาณ 15-60 บาทต่อคน/เที่ยว) ซึ่งคาดว่าในอนาคตมูฟมี จะกลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดนี้ได้ จากเทรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เรือไฟฟ้า 100% ของมูฟมี และความสะดวกในระบบการจองผ่านแอปฯ จะเป็นจุดดึงดูดผู้ใช้ได้จำนวนมาก

ที่มา : CorpusX , DBD

#BusinessPlus #ธุรกิจ #เรือโดยสาร