FAURÉ LE PAGE เผยโฉมบูติกแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่บทใหม่ ณ สยามพารากอน กรุงเทพฯ

MAISON FAURÉ LE PAGE 

Fauré Le Page (โฟเร่ เลอ ปาจ) ก่อตั้งขึ้นใจกลางกรุงปารีสในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 และสั่งสมชื่อเสียงในฐานะช่างทำอาวุธปืนสำหรับราชสำนักฝรั่งเศส โดยสืบทอดความเชี่ยวชาญในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนานถึง 7 รุ่น ภายในเวิร์กช็อปของเมซง เหล่าช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญได้รังสรรค์อาวุธชั้นเลิศจากวัสดุหลากหลายชนิดด้วยความประณีตพิถีพิถัน จนผลงานเหล่านี้ได้รับการยกย่องทั้งในด้านความงดงามและประโยชน์ใช้สอย มรดกแห่งความเชี่ยวชาญนี้สะท้อนผ่านผลงานที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลสำคัญ ตลอดจนเหรียญรางวัลและสิทธิบัตรมากมาย ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้ Fauré Le Page เป็นหนึ่งในเมซงที่โดดเด่นด้านศิลปะแห่งงานฝีมือของฝรั่งเศส 

ในปี ค.ศ. 2009 Fauré Le Page สานต่อความมุ่งมั่นด้านความคิดสร้างสรรค์และความประณีตในงานฝีมือผ่านการรังสรรค์กระเป๋าและเครื่องประดับสำหรับบุรุษและสตรีด้วยสไตล์อันโดดเด่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมสะท้อนความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ทั้งการคัดสรรวัสดุชั้นเลิศและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเครื่องหนังของช่างฝีมือผู้มากประสบการณ์ 

บูติกแห่งแรกของ Fauré Le Page ในประเทศไทย 

ในเดือนตุลาคมนี้ Fauré Le Page เมซงเครื่องหนังลักชัวรีจากกรุงปารีส เปิดตัวบูติกแห่งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดประตูสู่โลกของ Fauré Le Page ผ่านผ่านผลงานการสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ มรดกทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า และศิลปะแห่งงานฝีมืออันเป็นเลิศของเมซง ตลอดจนถ่ายทอดเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และศิลปะที่มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมอัตลักษณ์ของ Fauré Le Page 

การถ่ายทอดศิลปะแห่งงานฝีมือและสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส 

บูติกแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100 ตารางเมตร พร้อมเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสโลกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Fauré Le Page ที่ซึ่งศิลปะแห่งงานฝีมือฝรั่งเศส มรดกอันทรงคุณค่า และความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกัน ออกแบบโดย Jean de Gastines สถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบบูติก Fauré Le Page ทุกแห่งทั่วโลก โดยพื้นที่ภายในบูติกได้รับการออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ของเมซง ผ่านองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียดและการตกแต่งอันประณีตงดงาม 

ตั้งแต่ด้านหน้าบูติกที่โดดเด่นด้วยลวดลายเกล็ดสามมิติซึ่งรังสรรค์จากหินอ่อน ไปจนถึงพื้นภายในบูติกที่ตกแต่งด้วยลวดลายเดียวกันอย่างประณีต เสริมด้วยพรมลายดอกเดซี่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของเมซง ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนอัตลักษณ์และสุนทรียะอันโดดเด่นของ Fauré Le Page 

กระเป๋าซิกเนเจอร์และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ 

ภายใต้บรรยากาศอันโดดเด่นของบูติก Fauré Le Page นำเสนอคอลเลกชันอันหลากหลายโดยครอบคลุมทั้งไลน์สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี กระเป๋าสำหรับการเดินทางและการทำงาน ตลอดจนผลงานสร้างสรรค์ชิ้นพิเศษและดีไซน์ล่าสุดของเมซง โดยผลงานแต่ละชิ้นล้วนสะท้อนแนวทางการรังสรรค์เครื่องหนังอันเป็นเอกลักษณ์ของ Fauré Le Page ที่ผสานมรดกอันทรงคุณค่า ฟังก์ชันการใช้งาน และศิลปะแห่งงานฝีมืออันประณีตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว 

หนึ่งในผลงานซิกเนเจอร์อันโดดเด่นของเมซงคือกระเป๋ารุ่น Daily Battle กระเป๋าทรงโท้ทอันเป็นไอคอนิกของ Fauré Le Page ที่ผสานประโยชน์ใช้สอย ความสง่างาม และลวดลายเกล็ดอันเป็นเอกลักษณ์เข้าไว้ด้วยกัน ขณะที่กระเป๋ารุ่น Double Battle นำเสนอมุมมองใหม่ของกระเป๋าทรงโท้ทคลาสสิกที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ส่วนกระเป๋ารุ่น Faurever โดดเด่นด้วยดีไซน์อันหรูหราประณีต พร้อมรูปแบบการถือและสะพายถึง 4 รูปแบบ เติมเต็มคอลเลกชันด้วยกระเป๋ารุ่น Ladies First ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านงานเครื่องหนังอันเป็นเลิศและความใส่ใจในทุกรายละเอียดของเมซง โดยผลงานการสร้างสรรค์ทั้งหมดนี้ล้วนถ่ายทอดศิลปะแห่งการนำมรดกอันทรงคุณค่าของ Fauré Le Page มาตีความใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน 

มรดกอันทรงคุณค่าอันเป็นแรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์อย่างไม่สิ้นสุด 

มรดกอันทรงคุณค่าของ Fauré Le Page นับตั้งแต่การก่อตั้งในศตวรรษที่ 18 ได้รับการถ่ายทอดผ่านพื้นที่จัดแสดงบริเวณใจกลางบูติก เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมซงเข้ากับผลงานสร้างสรรค์ในปัจจุบัน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ค้นพบเรื่องราวและแรงบันดาลใจสำคัญที่หล่อหลอมอัตลักษณ์อันโดดเด่นของ Fauré Le Page ทำให้บูติกแห่งใหม่ ณ สยามพารากอน นับเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของ Fauré Le Page ในประเทศไทย โดยผสานมรดกทางประวัติศาสตร์ งานฝีมือ สถาปัตยกรรม และความคิดสร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว