วันนี้ความสะดวกจากโลกออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสื่อสาร การซื้อสินค้า หรือการชำระเงินเท่านั้น แต่ยังขยายมาถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และการขนส่ง ซึ่งประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ง่ายและสอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าพัฒนา DLT E-Service นำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับงานบริการ ตั้งแต่การอบรมและจองคิวทำใบขับขี่ การชำระและตรวจสอบภาษีรถ การจองหมายเลขทะเบียน การตรวจสอบข้อมูล ไปจนถึงการขอใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ให้สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมโยงยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวช่วยลดขั้นตอนการเตรียมเอกสาร ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงลดความแออัดภายในสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ยังเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงบริการของกรมฯ ได้โดยตรง ลดการพึ่งพานายหน้าหรือบุคคลรับจ้างดำเนินการ ซึ่งอาจนำไปสู่การหลอกลวง การสูญเสียทรัพย์สิน หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็น ถือเป็นการนำบริการภาครัฐเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตดิจิทัล และทำให้การจัดการ “เรื่องรถ–เรื่องขนส่ง” สะดวกและใกล้ตัวกว่าที่เคย
จากการเปลี่ยนผ่านสู่บริการออนไลน์ที่ทางกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการ เริ่มเห็นพฤติกรรมการใช้งานที่ชัดเจนมากขึ้น โดยหนึ่งในบริการที่สะท้อนภาพดังกล่าวได้ดีคือ “การชำระภาษีรถประจำปี” ซึ่งเป็นธุรกรรมสำคัญที่เจ้าของรถต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปี ล่าสุดจากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกพบว่า ในปี 2569 มีผู้ใช้บริการชำระภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บไซต์ E-Service แอปพลิเคชั่น Vehicle Tax Plus ตู้ Kiosk และเคาเตอร์เซอร์วิส รวมทั้งหมด 1,366,716 คัน โดยจำแนกตามประเภทรถ ดังนี้ 1. รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน (รย.1) รวม 822,448 คัน (60.18%) 2. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) รวม 435,920 คัน (31.90%) 3. รถยนต์บรรทุก (รย.3) รวม 98,890 คัน (7.24%) และ 4. รถยนต์นั่งเกิน 7 คน ( รย.2) รวม 9,458 คัน (0.69%) สะท้อนทิศทางการยกระดับงานบริการสู่ระบบดิจิทัลที่ช่วยลดขั้นตอน เวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางของทั้งประชาชนและภาคธุรกิจมากขึ้น
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ยังเดินหน้าต่อยอดการพัฒนางานบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเชื่อมโยงข้อมูลประวัติอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ตลอดจนการเพิ่มช่องทางและงานบริการต่างๆ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอน แต่ยังมีนัยสำคัญต่อการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศ พร้อมสอดรับกับนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยงานบริการออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก
5 บริการออนไลน์ไฮไลต์ช่วยจัดการ “เรื่องรถ–ใบขับขี่–ภาษี–ขนส่ง” สะดวกยิ่งขึ้น
- ระบบการอบรมใบอนุญาตขับรถออนไลน์ – เรียนรู้ได้จากทุกที่ ทุกเวลา
ผู้ที่ต้องเข้ารับการอบรมเพื่อประกอบการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ สามารถเข้าอบรมภาคทฤษฎีผ่านระบบ DLT e-Learning ได้ทางออนไลน์ โดยรับชมเนื้อหาและดำเนินการตามหลักสูตรที่กำหนด ช่วยลดเวลาในการเดินทางและการเข้าอบรมที่สำนักงานขนส่ง เมื่อผ่านการอบรมแล้ว สามารถนำผลการอบรมไปใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตขับรถตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบกได้
ระบบ DLT e-Learning สำหรับงานใบอนุญาตขับรถ: https://www.dlt-elearning.com/
- จองคิวทำใบขับขี่ – เลือกวัน เวลา และสำนักงานก่อนเดินทาง
ประชาชนสามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบ DLT Smart Queue ได้ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน โดยเลือกจังหวัด สำนักงาน ประเภทงาน รวมถึงวันและเวลาที่สะดวก ช่วยลดเวลารอคิว วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันระบบรองรับการยืนยันตัวตนผ่าน ThaID เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการ
ระบบ DLT Smart Queue: https://gecc.dlt.go.th/dltsmartqueue/main
- ชำระภาษีรถประจำปี – ต่อภาษีได้โดยไม่ต้องมาที่สำนักงาน
หนึ่งในบริการ E-Service ที่ประชาชนใช้มากที่สุด คือการชำระภาษีรถประจำปี โดยเจ้าของรถที่เข้าเงื่อนไขสามารถเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID เพื่อยื่นชำระภาษีออนไลน์ ตรวจสอบสถานะ และเช็กข้อมูลค่าภาษีล่วงหน้าได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กำหนด สำหรับรถที่ถึงเกณฑ์ต้องตรวจสภาพ จะต้องผ่านการตรวจสภาพรถก่อน โดยระบบของกรมฯ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประกอบการชำระภาษี ช่วยลดขั้นตอนและการยื่นเอกสารซ้ำ
นอกจากเว็บไซต์ E-Service แล้ว ประชาชนยังสามารถชำระภาษีผ่าน ตู้ Kiosk, แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมบริการดาวน์โหลดและตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ประชาชนวางแผนค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า ลดการเดินทาง และสนับสนุนการให้บริการภาครัฐในรูปแบบ Paperless Government
ระบบชำระภาษีรถ: https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf
ระบบสอบถามข้อมูลภาษีรถประจำปี: https://eservice.dlt.go.th/esvapp/esv/ebk/esv02q002/
- DLT E-Transport License – ยกระดับงานอนุญาตประกอบการขนส่งสู่ดิจิทัล ลดต้นทุนภาคโลจิสติกส์
กรมการขนส่งทางบกพัฒนาระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ด้วยรถบรรทุก (DLT E-Transport License) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก ตั้งแต่การยื่นคำขอ จัดส่งเอกสาร ไปจนถึงติดตามสถานะการดำเนินงาน ช่วยลดการใช้เอกสาร ลดจำนวนครั้งในการเดินทางมาติดต่อสำนักงาน และลดระยะเวลาของกระบวนการอนุญาต โดยในปี 2569 กรมฯ มีทิศทางขยายการให้บริการผ่านระบบให้ครอบคลุมส่วนภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางธุรการของผู้ประกอบการ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนประสิทธิภาพของภาคขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์โดยรวม
ระบบ DLT E-Transport License: https://etl.dlt.go.th/Login.aspx
- ขอใบขับขี่สากลผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” – ทำออนไลน์ง่าย ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มความสะดวกสำหรับประชาชนที่วางแผนเดินทางและต้องการขับรถในต่างประเทศ ปัจจุบันสามารถยื่นขอ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ หรือใบขับขี่สากล ผ่านช่องทางออนไลน์บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยดำเนินการได้ตั้งแต่กรอกข้อมูล อัปโหลดรูปถ่าย ชำระค่าธรรมเนียม ไปจนถึงเลือกรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์ ช่วยลดขั้นตอนและไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานขนส่ง ทั้งนี้ ใบขับขี่สากลที่ประเทศไทยออกมี 2 ประเภทตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ได้แก่ อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 (Geneva Convention 1949) และ อนุสัญญาเวียนนา ค.ศ. 1968 (Vienna Convention 1968) ซึ่งมีประเทศภาคีและเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน ผู้เดินทางจึงควรตรวจสอบว่าประเทศปลายทางรองรับใบขับขี่สากลประเภทใดก่อนยื่นคำขอ โดยผู้ขอเพียงเตรียมรูปถ่ายตามหลักเกณฑ์และดำเนินการตามขั้นตอนบนแอปฯ ก็สามารถทำใบขับขี่สากลก่อนเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีบริการจองเลขทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งสามารถเข้าไปจองได้ล่วงหน้าตามวันที่และหมวดอักษร บริการระบบประมูลเลขทะเบียนสวย ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงการประมูลผ่านออนไลน์ได้จากทุกพื้นที่ ระบบแจ้งผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม DLT SMART CHECK เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมการขนส่งทางบกกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปรับการส่งข้อมูลประวัติอาชญากรรมจากระบบเอกสารสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ขอต่ออายุในกลุ่มที่เข้าเงื่อนไข โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรับผลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อย่างไรก็ตาม การใช้บริการออนไลน์ต้องมาพร้อมความระมัดระวัง โดยควรยึดหลักการใช้บริการออนไลน์ให้ถูกช่องทาง ได้แก่ เข้าผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทางการของกรมฯ ตรวจสอบ URL ก่อนกรอกข้อมูลหรือชำระเงิน ไม่กดลิงก์จาก SMS, LINE หรือข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และไม่เปิดเผยรหัสผ่าน PIN หรือ OTP แก่บุคคลอื่น ขณะเดียวกัน การยืนยันตัวตนผ่าน Digital ID และ ThaID ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการสวมสิทธิได้อีกทางหนึ่ง ท้ายที่สุด การพัฒนา DLT E-Service จึงไม่ใช่เพียงการ ย้ายเคาน์เตอร์บริการขึ้นมาอยู่บน แต่เป็นการขับเคลื่อนไปสู่ Digital Government ที่ให้บริการได้อย่างครอบคลุม สะดวก รวดเร็ว โปร่งใสและปลอดภัยมากขึ้น
The Business Plus บิสิเนสพลัส
