ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยที่คึกคักด้วยรถยนต์นั่ง รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) จนแทบล้นถนน แต่มีเซกเมนต์หนึ่งที่อาจจะเงียบเหงาบ้าง แต่ถือว่าก็เป็นสมรภูมิสำคัญ นั่นคือ รถเชิงพาณิชย์เพื่องานขนส่ง ซึ่งไม่นานมานี้ การเปิดตัว eView Connect ของ CP FOTON โดยบริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ต้องถือว่าเป็นคือหมากที่น่าจับตา
เพราะไม่ได้เป็นเพียง “รถตู้ที่เอาเครื่องยนต์ออกแล้วใส่แบตเตอรี่” แต่เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อเป็นรถบรรทุกไฟฟ้าตั้งแต่ต้น และเมื่อวิเคราะห์ลึกลงไป จะเห็นว่า จุดแข็งของ eView Connect Series สอดคล้องกับสิ่งที่ธุรกิจโลจิสติกส์ยุคใหม่ต้องการพอดี

ออกแบบมาเป็นรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไม่ใช่รถดัดแปลง
ประเด็นนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด รถเชิงพาณิชย์ไฟฟ้าจำนวนมากในตลาด คือ การนำโครงรถสันดาปเดิมมาดัดแปลง ซึ่งมักได้รถที่ประนีประนอม ทั้งเรื่องการจัดวางแบตเตอรี่ที่กินพื้นที่บรรทุก น้ำหนักที่มากเกินจำเป็น และการกระจายน้ำหนักที่ไม่เหมาะกับการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
แต่สำหรับ eView Connect เลือกเส้นทางที่ยากกว่า แต่ให้ผลดีกว่า คือ พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดด้วยระบบขับเคลื่อน eDrive ที่เคลมว่า ให้ทั้งกำลังขับเคลื่อนที่ดี น้ำหนักเบาลง และสมรรถนะเหนือกว่ารถในคลาสเดียวกัน (Best in Class) ซึ่งการออกแบบจากศูนย์แบบนี้ คือ สิ่งที่ทำให้ตัวรถสามารถวางแบตเตอรี่ไว้ใต้ท้องได้อย่างเหมาะสม เปิดพื้นที่บรรทุกด้านบนให้ใช้งานได้เต็มที่ และควบคุมน้ำหนักรวมให้ไม่กินโควตาการบรรทุกไปโดยเปล่าประโยชน์
ข้อดีประการต่อมา คือ การออกแบบที่เข้าใจ “งานจริง” ของคนขนส่ง เพราะรายละเอียดที่สะท้อนว่า ผู้ผลิตเข้าใจงานขนส่งจริง คือ พื้นห้องบรรทุกสินค้ามีความสูงจากพื้นเพียง 50 เซนติเมตร และประตูที่เปิดได้ 3 ด้าน สำหรับธุรกิจที่ต้องขึ้น-ลงสินค้าวันละหลายสิบรอบ จุดนี้คือความแตกต่างระหว่างงานที่ลื่นไหลกับงานที่เสียเวลาและเสี่ยงบาดเจ็บสะสม ในขณะที่การออกแบบพื้นต่ำ แปลว่า คนงานยกของขึ้น-ลงได้เร็วและเบาแรงกว่า และประตู 3 ด้านแปลว่า การเข้าถึงสินค้าได้จากหลายทิศ ไม่ต้องขยับกล่องทั้งคันเพื่อหยิบของชิ้นเดียว
เมื่อรวมกับรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 6.35 เมตรในรุ่น i7 และความสูงตัวรถ 1,930 มม. ที่เข้า-ออกอาคารจอดรถได้ ก็จะเห็นภาพชัดว่า รถคันนี้ออกแบบมาสำหรับ “การขนส่งในเมือง” อย่างตั้งใจ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่กำลังโตตามการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและการส่งของแบบ Last-mile

ไลน์อัป 3 รุ่นที่ครอบคลุมโจทย์ธุรกิจต่างระดับ
หากเจาะลึกกลยุทธ์การวางตัวของสินค้า 3 รุ่น คือ eView Connect i7, i8 และ i9 ต้องถือว่า เป็นการอ่านเกมที่ดี เพราะธุรกิจขนส่งไม่ได้มีความต้องการแบบเดียว
รุ่น eView Connect i7 (799,000–848,000 บาท) แบตเตอรี่ Lithium iron Phosphate (LFP) ของ CATL ขนาด 50.23 kWh วิ่ง 274 กม. พื้นที่บรรทุก 7 ลูกบาศก์เมตร เหมาะกับงานในเมืองระยะสั้น เน้นความคล่องตัวและต้นทุนเริ่มต้นต่ำ
ขณะที่ eView Connect i8 และ eView Connect i9 ยกแบตเป็น 66.67 kWh วิ่งได้ไกลขึ้นเป็น 371 กม. โดย eView Connect i9 ยังเป็นรุ่นหลังคาสูงที่ให้พื้นที่บรรทุกสูงสุดถึง 9 ลูกบาศก์เมตร และที่น่าสังเกต คือ จุดขายของแต่ละรุ่นแยกกันชัด
รุ่นเริ่มต้นเด่นเรื่องน้ำหนักบรรทุกสูงสุด (1.455 ตัน) และชาร์จเร็วกว่า (100 kW ใช้เวลา 28 นาที) ส่วนรุ่นสูงเน้นระยะทางและปริมาตร ทำให้ผู้ประกอบการเลือกได้ตรงกับลักษณะสินค้าและเส้นทางของตัวเอง แทนที่จะต้องจ่ายแพงเกินความจำเป็นหรือได้รถที่เล็กเกินงาน
ที่สำคัญราคาที่วางตัวได้ถูกตำแหน่งในตลาด ซึ่งเมื่อวางเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มรถตู้บรรทุกไฟฟ้า เช่น WULING Porta EV ที่บรรทุกได้ 1.2 ตันและวิ่งได้ราว 400 กม. จะเห็นว่า eView Connect วางราคาในช่วง 799,000–918,000 บาทได้อย่างแข่งขันได้ โดยเฉพาะรุ่น eView Connect i7 ที่น้ำหนักบรรทุกสูงกว่าคู่แข่งบางรุ่นในตลาดที่การตัดสินใจซื้อรถเชิงพาณิชย์ขึ้นอยู่กับ “ต้นทุนต่อการใช้งาน” มากกว่าอารมณ์ ราคาที่จับต้องได้บวกกับต้นทุนพลังงานไฟฟ้าที่ถูกกว่าน้ำมัน คือข้อได้เปรียบที่จับต้องได้จริง
และที่จะไม่พูดไม่ได้คือ การรับประกันและระบบนิเวศ ที่ลดความกังวลของผู้ประกอบการ อุปสรรคใหญ่ที่สุดที่ทำให้ธุรกิจลังเลกับรถเชิงพาณิชย์ไฟฟ้า ไม่ใช่ตัวรถ แต่คือความกังวลเรื่องความคุ้มค่าระยะยาวและอายุแบตเตอรี่ CP FOTON ตอบโจทย์นี้ ด้วยแบตเตอรี่ Lithium iron Phosphate (LFP) ของ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในโลก ที่ให้การรับประกันแบตเตอรี่ รวมถึงแชสซีส์ยาวนาน 8 ปีหรือ 400,000 กิโลเมตร บวกกับ ฟรี Roadside Assistance 24 ชั่วโมงนาน 3 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ออกแบบมาเพื่อรถที่ต้องวิ่งหนักทุกวัน ไม่ใช่รถใช้ส่วนตัว
ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การจับมือกับ Huawei และ Spark EV เพื่อสร้างระบบนิเวศการชาร์จและเทคโนโลยี ซึ่งสะท้อนว่า CP FOTON ไม่ได้ขายแค่ตัวรถ แต่พยายามขาย “โซลูชันการขนส่งครบวงจร” ที่ครอบคลุมทั้งการใช้งานและการดูแลหลังการขาย
ถึงตรงนี้ ผู้อ่านพอจะเห็นกลยุทธ์ที่ถูกจังหวะ ในตลาดที่กำลังเปลี่ยนมาสอดรับกันพอดี

จุดแข็งที่แท้จริงของ eView Connect Series ไม่ได้อยู่ที่สเปกใดสเปกหนึ่งโดดเด่น แต่อยู่ที่ความสอดคล้องกันของทั้งแพ็กเกจ ตัวรถที่ออกแบบมาเป็นรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ดีไซน์ที่เข้าใจงานขนส่งจริง ไลน์อัปที่ครอบคลุม ราคาที่แข่งขันได้ และการรับประกันที่ลดความเสี่ยงของผู้ประกอบการ ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นข้อเสนอที่ตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์ในเมืองได้อย่างตรงจุด
ในวันที่ต้นทุนน้ำมันผันผวนและกระแสลดคาร์บอนที่กดดันให้ธุรกิจต้องปรับตัว แน่นอนว่า การมีรถบรรทุกไฟฟ้าที่ “ใช้งานได้จริงและคุ้มจริง” เข้ามาในตลาด จึงมาถูกเวลา ซึ่ง eView Connect Series ดูจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่วางหมากไว้ได้ถูกตำแหน่งที่สุดในเวลานี้จริง ๆ
The Business Plus บิสิเนสพลัส
