อลิอันซ์ ตั้งเป้ายอดขายยูนิตลิงค์ปีนี้ 688 ล้านบาท ชู My Style Protect Series เพิ่มทุนตามอีเวนต์ชีวิต 

อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ยูนิตลิงค์ หลัง 7 เดือนแรกของปี 2569 ทำเบี้ยประกันภัยรับปีแรกไปแล้ว 233 ล้านบาท เติบโต 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทขยับขึ้นมาครองอันดับ 2 ของตลาดยูนิตลิงค์ผ่านช่องทางตัวแทน และคิดเป็นสัดส่วนถึง 14% ของยอดขายใหม่ทั้งหมดผ่านช่องทางตัวแทน 

คุณวิรงค์ พัฒนกำจร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานตัวแทนประกันชีวิตและสุขภาพ ระบุว่าความแข็งแกร่งของช่องทางตัวแทนคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจยูนิตลิงค์เติบโตต่อเนื่อง เพราะสินค้าประเภทนี้ต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านประกันชีวิตและการลงทุนควบคู่กัน ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนที่ถือใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC) แล้วกว่า 1,582 คน คิดเป็น 12% ของตัวแทนทั้งหมด 

ด้วยโมเมนตัมนี้ อลิอันซ์ อยุธยา จึงตั้งเป้าทั้งปี 2569 ให้ธุรกิจยูนิตลิงค์เติบโต 45% หรือคิดเป็นยอดขายรวมราว 688 ล้านบาท พร้อมขยายทีมตัวแทน IC เป็น 1,800 คน โดยหนึ่งในเครื่องมือหลักที่จะไปถึงเป้าหมายนี้คือการเปิดตัว My Style Protect Series ซึ่งบริษัทตั้งเป้ายอดขายเบี้ยปีแรกไว้ที่ 190 ล้านบาท หรือ 25% ของยอด ANP รวมของธุรกิจยูนิตลิงค์ 

จุดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ต่างจากยูนิตลิงค์ทั่วไปคือ สิทธิการปรับเพิ่มทุนประกันได้เองโดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม เพียงยื่นคำขอและตอบคำถามสุขภาพ 1 ข้อ ภายใน 3 เดือนหลังเกิด Life Event ซึ่งครอบคลุม 5 กรณี ได้แก่ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ สมรส มีบุตร รับบุตรบุญธรรม และคู่สมรสเสียชีวิต โดยแต่ละครั้งเพิ่มทุนได้สูงสุด 2 ล้านบาท หรือ 50% ของทุนเริ่มต้น แล้วแต่จำนวนใดต่ำกว่า ใช้สิทธิได้สูงสุด 3 ครั้ง และเพิ่มทุนสะสมได้ไม่เกิน 5 ล้านบาทตลอดสัญญา ทั้งนี้ แม้ไม่ต้องจ่ายเบี้ย RPP เพิ่ม แต่ค่าการประกันภัยที่หักจากมูลค่ากองทุนรายเดือนจะปรับสูงขึ้นตามทุนที่เพิ่ม เนื่องจากคำนวณจากจำนวนเงินเสี่ยงภัยสุทธิที่มากขึ้น

คุณพบพร พิพัฒน์สาธุกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจยูนิตลิงค์ อธิบายว่าจุดตั้งต้นของผลิตภัณฑ์นี้มาจากการมองเห็นว่าความต้องการความคุ้มครองของคนวัยทำงานไม่เคยหยุดนิ่ง แต่เปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงชีวิต ทั้งการแต่งงาน มีลูก และภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ทุนประกันที่เหมาะสมวันนี้จึงอาจไม่พอสำหรับชีวิตในอนาคต บริษัทจึงออกแบบกรมธรรม์ให้ปรับไปพร้อมกับชีวิตลูกค้าได้แทน 

ทั้งนี้ โครงสร้างผลิตภัณฑ์แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ My Style Protect Plus และ My Style Protect Max ต่างกันที่สูตรคำนวณผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต แบบ Plus จะได้ทุนประกันตามหน้ากรมธรรม์บวกมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุน ส่วนแบบ Max จะเลือกจำนวนที่มากกว่าระหว่างทุนประกันหักด้วยเงินที่เคยถอน หรือมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนบวก 50,000 บาท อย่างใดอย่างหนึ่งไปรวมกับมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนของเบี้ยเพิ่มเติม (ถ้ามี) 

My Style Protect Series ยังเปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันภัยเลือกวางแผนความคุ้มครองสุขภาพเพิ่มเติมผ่านสัญญาเพิ่มเติมแบบ UDR (Unit Deducting Rider) ได้หลากหลาย ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก เงินชดเชยรายวันกรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โรคร้ายแรง และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ช่วยให้สามารถออกแบบทั้งความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพไว้ภายใต้แผนเดียวกัน  นอกจากนี้ ยังได้รับ ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพิ่มเติม 10 เท่าของเบี้ย RPP รวม เป็นระยะเวลา 20 ปี และไม่เกินอายุ 85 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ 

นอกจากนี้ยังมีกลไกบริหารเงินที่ยูนิตลิงค์ทั่วไปมีอยู่แล้ว เช่น การหยุดพักชำระเบี้ยชั่วคราว การถอนเงินบางส่วน และการเติมเงินลงทุนเพิ่ม รวมถึงบริการปรับพอร์ตอัตโนมัติและสับเปลี่ยนกองทุนฟรีตามเงื่อนไข ด้านผลตอบแทน ลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ระยะยาวและไม่เคยลดทุนหรือถอนเงิน จะได้โบนัสสะสม 2 ชั้น คือ Loyalty Bonus 0.15% ต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 6 และ Premium Bonus 2% ของเบี้ยหลัก ตั้งแต่ปีที่ 10 

ในแง่ค่าใช้จ่าย เบี้ย RPP ขั้นต่ำอยู่ที่ 18,000 บาทต่อปี หรือราว 1,500 บาทต่อเดือน หรือขั้นต่ำ 9,000 บาทหากซื้อคู่กับ UDR/PPR 

สรุปแล้ว My Style Protect Series ถูกออกแบบให้ปรับตัวตามจังหวะชีวิตลูกค้าได้มากกว่ายูนิตลิงค์ทั่วไป เหมาะกับคนวัยทำงานที่วางแผนถือยาว เข้าใจเรื่องการลงทุน และยอมรับความผันผวนของกองทุนได้ มากกว่าคนที่ต้องการผลตอบแทนแน่นอนหรือความคุ้มครองระยะสั้น