3 ‘แบรนด์พรีเมียมเจลาโต’ สัญชาติไทย ที่คนรักไอศกรีมต้องเคยได้ยินชื่อ

หนึ่งในธุรกิจที่มีการพูดถึงมากในขณะนี้คือธุรกิจไอศกรีมเจลาโตพรีเมียม โดยเจลาโตคือไอศกรีมดั้งเดิมของอิตาลีที่เน้นใช้วัตถุดิบสดและใช้นมสดเป็นหลักแทนครีมทำให้ไขมันต่ำกว่าและรับรสวัตถุดิบได้ชัดเจนกว่า 

 

 

ในไทยนั้นมีธุรกิจพรีเมียมเจลาโตอยู่หลายราย ยกตัวอย่างเช่น Molto ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันขยายไปแล้ว 23 สาขา ทำรายได้ 108 ล้านบาท กำไร 0.3 ล้านบาทในปี 2568 จุดขายอยู่ที่ความหลากหลายของรสชาติและการออกรสแบบ Seasonal พ่วงด้วยการคอลแลบกับแบรนด์อื่นอย่างต่อเนื่อง  

Blendies แบรนด์เจลาโตที่เพิ่งก่อตั้งปี 2566  มี 7 สาขา รวมสาขาแฟรนไชส์ที่ฮ่องกง ทำรายได้ 35 ล้านบาท กำไร 1 ล้านบาท จุดเด่นคือเนื้อครีมมีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและท็อปปิงที่ให้แบบพูน ๆ  

ส่วนน้องใหม่ล่าสุดคือ Parameter ที่เปิดหน้าร้านครั้งแรกในปี 2569 มีจุดขายเรื่องเทคนิคการทำเจลาโตแบบดั้งเดิมและเนื้อสัมผัสระดับ Ultra Smooth ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลอยู่ในขณะนี้ จากเรื่องราคาที่สูงถึงหลักหลายร้อยต่อถ้วยและเกี่ยวกับคุณกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นเจ้าของ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ถือหุ้นในบริษัท 

ทั้งนี้ ธุรกิจพรีเมียมเจลาโตนั้นแม้จำนวนสาขาจะน้อยมากเมื่อเทียบกับเชนไอศกรีมทั่วไป แต่จะเน้นขายราคาต่อหน่วยสูง โดยถ้าเราไปดูตัวเลขกำไรของทั้ง Molto และ Blendies ที่ยังบางมากเมื่อเทียบกับรายได้ สะท้อนถึงต้นทุนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบพรีเมียม ค่าเช่าพื้นที่ในทำเลห้างระดับบน และการลงทุนด้านแบรนดิงที่สูง  

ขณะเดียวกันการตลาดของธุรกิจนี้ก็พึ่งพากระแสโซเชียลมีเดียและตัวบุคคลเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นกลยุทธ์การคอลแลบกับศิลปินของ Molto หรือการใช้บุคคลมีชื่อเสียงมาโปรโมตร้านอย่าง Parameter ซึ่งเป็นดาบสองคม เพราะย่อมมีการวิจารณ์ตามมาเช่นกัน 

 

ที่มา: DBD, ข้อมูลจากบริษัท, Wikipedia, Fortune Business Insights