ทำไม PLANB ถึงทุ่มเงิน 7,000 ล้าน ซื้อหุ้น COM7 ? 

เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวน่าสนใจคือบริษัท แพลน บี มีเดีย หรือ PLANB ทุ่มเงินไม่เกิน 7,219 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น คอมเซเว่น หรือ COM7 เจ้าของร้าน BaNANA และ Studio7 จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถือครองถึง 11.01% ของบริษัท ทำให้เกิดคำถามว่าทั้ง PLANB และ COM7 จะได้อะไรจากดีลนี้ 

ธรรมชาติของธุรกิจ PLANB เป็นสื่อโฆษณานอกบ้านตามบิลบอร์ด ที่มีจุดอ่อนคือการมีรายได้หลักผูกติดกับงบโฆษณาของลูกค้าซึ่งขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ พอเศรษฐกิจแย่ บริษัทต่าง ๆ มักตัดงบการตลาดเป็นอันดับแรก ๆ ขณะที่ทุกวันนี้เม็ดเงินโฆษณาก็ไหลไปหาแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจแบบ PLANB จึงเจอแรงกดดันเชิงโครงสร้าง ดังนั้นการหาแหล่งรายได้ใหม่จึงเป็นเรื่องจำเป็น จึงอาจมองได้ว่าการเข้าซื้อหุ้น COM7 ที่เป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีรายได้มหาศาลหลายหมื่นล้านบาทต่อปีและยังจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เป็นการสร้างรายได้ผ่านเงินปันผล 

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขปันผล คือโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะดึงจุดแข็งของกันและกันมาต่อยอดธุรกิจจริง ๆ COM7 มีสาขาหลายร้อยแห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีคนเดินเข้าออกทุกวันหลักแสนหลักล้านคนต่อเดือน ขณะที่ PLANB เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการสื่อและเครือข่ายลูกค้าแบรนด์ที่จ่ายเงินซื้อพื้นที่โฆษณา 

ลองนึกภาพว่าหน้าร้าน BaNANA หรือ Studio7 กลายเป็นจุดติดตั้งจอโฆษณาที่เปิดให้แบรนด์อื่นมาซื้อพื้นที่โฆษณาได้ด้วย จนเกิดเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของทั้ง COM7 และ PLANB  

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องข้อมูลผู้บริโภค ทุกวันนี้ธุรกิจไหนมีข้อมูลพฤติกรรมลูกค้ายิ่งเยอะก็จะยิ่งได้เปรียบ โดย COM7 มีข้อมูลว่าใครซื้ออะไร ที่ไหน ช่วงเวลาไหน ส่วน PLANB มีข้อมูลเรื่องการมองเห็นสื่อ เส้นทางการเดินทางของผู้คน และพฤติกรรมการรับสื่อในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นถ้านำสองชุดข้อมูลนี้ถูกนำมารวมกันจะช่วยให้ทั้งคู่วางแผนธุรกิจได้แม่นยำขึ้นมาก เช่น การเลือกทำเลเปิดสาขาใหม่ของ COM7 หรือการเลือกจุดติดตั้งป้ายโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุดของ PLANB  

นอกจากนี้ COM7 เองก็กำลังขยายไปยังธุรกิจอื่น ๆ เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องการการสื่อสารกับตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ ดังนั้นการมีพันธมิตรที่เป็นเจ้าของสื่อโฆษณาโดยตรงอย่าง PLANB ช่วยให้ COM7 ประหยัดต้นทุนและมีความคล่องตัวในการเปิดตัวบริการใหม่มากกว่าต้องไปซื้อสื่อจากภายนอกทุกครั้ง ในขณะที่ PLANB เองก็ได้ลูกค้าโฆษณารายใหญ่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย  

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเรื่องนี้ก็ไม่น้อย โดย PLANB ถือหุ้น COM7 แค่ 11.01% ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ไม่มีที่นั่งในบอร์ดบริหาร แปลว่าไอเดียเรื่อง Synergy ทั้งหมดที่พูดมาข้างต้น จะเกิดขึ้นจริงได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันเอง ไม่ใช่สิ่งที่ PLANB จะไปสั่งการหรือบังคับให้เกิดขึ้นได้  

อีกมุมหนึ่งคือถึง COM7 จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจโฆษณา แต่ก็ไม่ใช่ว่าไร้ความเสี่ยงเลย โดยทุกวันนี้ผู้บริโภคซื้อของออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือผ่านไลฟ์สดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ร้านค้าที่มีหน้าร้านจำนวนมากอย่าง COM7 ต้องแบกต้นทุนค่าเช่าและพนักงานที่สูงกว่า ถ้า COM7 ปรับตัวไม่ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว ผลประกอบการที่เคยแข็งแกร่งก็อาจสะดุดได้ และ PLANB ในฐานะผู้ถือหุ้นที่ใช้เงินกู้มาลงทุนก้อนนี้ ก็จะรับผลกระทบตามไปด้วย 

สรุปแล้ว ดีลนี้ของ PLANB น่าจะต้องมองกันยาว ๆ โดยอาจมีการสร้าง Synergy ที่พูดถึงกันจริงหรือสุดท้ายจะเป็นแค่การถือหุ้นไขว้กันเฉย ๆ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงในทางธุรกิจ