แอปฯ GOKOO เดลิเวอรีจีนที่เข้ามาทุบตลาดไทย กวาดรายได้ไปเกือบ 200 ล้านต่อปี!

ตอนนี้กำลังมีประเด็นเรื่องแพลตฟอร์มสัญชาติจีนหลายแห่ง ที่ให้บริการสั่งอาหารและบริการประเภทอื่น ๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวจีนที่มาอาศัยในประเทศไทย จนเกิดความกังวลในโลกออนไลน์ ส่งผลให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมตรวจสอบแพลตฟอร์มดังกล่าวว่าดำเนินธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่

หนึ่งในแพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อว่า GOKOO ที่ดำเนินการภายใต้บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัดในไทย โดยมีการจดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่ปี 2563 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการจัดส่งอาหารเป็นหลักในช่วงแรก ก่อนจะเปิดตัวแอปพลิเคชัน GOKOO Online ในปี 2564

ทั้งนี้ บริษัทมีทุนจดทะเบียนตั้งต้น 30 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 80% คือบริษัท โกคู โฮลดิ้ง จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งมีผู้ถือหุ้น 49% เป็น บริษัท โกคู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ต่างด้าว) และบริษัทดังกล่าวก็มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือบริษัท ยูรัส แคปิตอลจากสิงคโปร์อีกที

ปัจจุบัน GOKOO ขยายบริการครอบคลุมด้านอื่น ๆ เช่น บริการเรียกรถ บริการซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ต บริการจ้างแม้บ้านทำความสะอาด บริจารจ้างหมอนวด เป็นต้น โดยมีพื้นที่ให้บริการในไทยประกอบด้วยกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต

แล้วผลประกอบการของบริษัทในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ?

บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด

ปี 2565 รายได้ 127 ล้านบาท ขาดทุน 42 ล้านบาท

ปี 2566 รายได้ 133 ล้านบาท ขาดทุน 32 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้ 231 ล้านบาท กำไร 31 ล้านบาท

ปี 2568 รายได้ 181 ล้านบาท กำไร 5.5 ล้านบาท

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทก็เริ่มมีกำไรครั้งแรกในปี 2567 ส่วนกำไรก็ทะลุไปเกิน 200 ล้าน ในปีเดียวกัน แต่ทั้งรายได้และกำไรลดลงในปี 2568 สอดคล้องกับตัวเลขนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลง

ความน่าสนใจอีกอย่างอยู่ในงบแสดงฐานะการเงิน

ปี 2565 สินทรัพย์ 17 ล้านบาท หนี้สิน 75 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น ติดลบ 57 ล้านบาท

ปี 2566 สินทรัพย์ 26 ล้านบาท หนี้สิน 89 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น ติดลบ 63 ล้านบาท

ปี 2567 สินทรัพย์ 148 ล้านบาท หนี้สิน 180 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น ติดลบ 32 ล้านบาท

ปี 2568 สินทรัพย์ 92 ล้านบาท หนี้สิน 118 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น ติดลบ 26 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ หรือก็คือมีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ ติดต่อกันหลายปี แต่ติดลบน้อยลงนับตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา

สรุปแล้ว GOKOO เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยโดยอาศัยฐานลูกค้าหลักเป็นชาวจีนในประเทศ โดยใช้เวลาหลายปีกว่าจะพลิกมามีกำไรได้ และแม้ตัวเลขจะดีขึ้นในปี 2567 แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ยังติดลบอยู่ก็บ่งชี้ว่าฐานะทางการเงินยังไม่ได้แข็งแกร่งนัก

คำถามที่ต้องติดตามต่อจากนี้มีอยู่สองเรื่อง หนึ่งคือผลการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสองคือทิศทางธุรกิจจะเป็นอย่างไรในปีที่นักท่องเที่ยวจีนยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเต็มที่

 

ที่มา: เว็บไซต์ของบริษัท, ThaiPBS, DBD