COTTO ผู้นำแบรนด์กระเบื้องและสุขภัณฑ์ชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เดินเกมรุกตลาดวัสดุตกแต่งอย่างต่อเนื่อง ดันพอร์ตกลุ่มสินค้า “วัสดุปิดผิว” ขยายไลน์ครอบคลุมทุกการใช้งานกว่า 10 ประเภท ดูแลงานตกแต่งครบวงจร ขณะที่กลุ่มสินค้าด้านสุขภัณฑ์ ยังคงเน้นการพัฒนานวัตกรรมนำเทรนด์พร้อมเปิดตัวซีรี่ส์ใหม่ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างมั่นคง สะท้อนศักยภาพการบริหารและกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำด้วยฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งได้มาตรฐานและรางวัลการันตีมากมายทั้งไทยและเทศ ด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายทนงชัย อัศวินชัยโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สยามซานิทารีแวร์อินดัสทรี จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางความสำเร็จว่าในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจสินค้า ทั้งกลุ่ม COTTO BATHROOM (สุขภัณฑ์) และ COTTO THE SURFACE (วัสดุปิดผิว) ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ “สิ่งสำคัญที่เป็นแรงหนุนทำให้เรายังคงครองตลาดด้านกระเบื้องและสุขภัณฑ์มาอย่างยาวนานมาจากความ “น่าเชื่อถือ” และ “ความใส่ใจ” ในทุกขั้นตอนการผลิต ควบคู่ไปกับ “การดูแลสิ่งแวดล้อม” โดย COTTO มีการพัฒนาและนำเสนอสินค้าด้วยความแตกต่างด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา อาทิสินค้ากลุ่ม SMART อย่าง KLIRR Collection Smart Edition และสุขภัณฑ์อัตโนมัติที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้อย่าง SENSIS และ SILN Series รวมทั้งสินค้ากลุ่ม “วัสดุปิดผิว” ซึ่งเน้นไปที่กลุ่ม HVA (High Value Added Products) ขณะเดียวกันก็ผลักดันสินค้ากลุ่ม SVP (Smart Value Products) ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าคุณภาพดีในราคาสมเหตุสมผล เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความต้องการที่หลากหลาย พร้อมเติมเต็มมุมมองการออกแบบใหม่ๆ ท่ามกลางเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว”

บทพิสูจน์อีกขั้นในปี 2569 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นผลิตสินค้าอย่างพิถีพิถันทั้ง 2 กลุ่มสินค้าดังกล่าว พร้อมขยายพอร์ตแบบครบวงจร โดยนอกจากการนำเสนอนวัตกรรมและออกสินค้าซีรีส์ใหม่กลุ่มสินค้า “สุขภัณฑ์” แล้วยังเติมพอร์ตกลุ่ม “วัสดุปิดผิว” อีก 10 ประเภทครอบคลุมตั้งแต่ Tile, Vinyl Tile (SPC), Wood, Clay Decor, Stone Décor, Worktop, Mosaic, Grout, ไปจนถึง Door & Window และ Bathroom Furniture เพื่อเจาะกลุ่มสถาปนิกและมัณฑนากรรุ่นใหม่ที่เน้นการใช้งานวัสดุปิดผิวให้สอดคล้องกับงานออกแบบของตัวเอง สร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์บนความพิถีพิถันในการเลือก ‘วัสดุตกแต่ง’ สู่ ‘งานออกแบบ’ อย่างลงตัว โดยเน้นทั้งฟังก์ชั่น ดีไซน์ที่สวยงาม และใช้งานได้จริง



ด้านกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ในปีนี้ COTTO ได้นำสินค้าทั้งกลุ่ม COTTO THE SURFACE และ COTTO BATHROOM จัดแสดงไว้ 2 พื้นที่งาน ได้แก่ งานสถาปนิก’69 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี และ พื้นที่ไฮไลต์จะอยู่ที่ โชว์รูม COTTO LiFE ดอนเมือง ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 นี้
โดยกลุ่ม COTTO THE SURFACE จะเป็นการนำเอาวัสดุปิดผิวทั้ง 10 ประเภทมาจัดระบบในรูปแบบ “5 CURATIONS” ภายใต้แนวคิด “REFINED / FLOW” สะท้อนการเชื่อมโยง “วัสดุ” ที่ไหลลื่นไปกับ “การออกแบบ” โดยถ่ายทอดผ่านมุมมองของ “3 CURATORS” หรือ 3 สถาปนิกชั้นนำ ได้แก่ PHTAA, IDIN Architects และ stu/D/O Architects ที่ร่วมตีความโจทย์ในแบบของตัวเองอย่างไร้ขีดจำกัดบนพื้นที่จริง อาทิ Specialty Café (Matcha room), Wellness Space และ Bathroom and More ซึ่งนอกจากมิติของงานดีไซน์ที่สวยงามแล้ว ยังตระหนักถึงการเลือกใช้วัสดุทีดีต่อโลก สะท้อนการพัฒนาสินค้าคุณภาพที่ควบคู่กับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับ COTTO BATHROOM ปีนี้เตรียมส่ง “SENSIS” สุขภัณฑ์อัตโนมัติแห่งยุค ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Kick Sensor สั่งชำระล้างด้วยเท้าแบบไร้สัมผัส โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกลางปีนี้ และอ่างล้างหน้า “SILN Series” ที่ปฏิวัติงานดีไซน์ด้วยการซ่อนช่องระบายน้ำไว้อย่างแนบเนียน
อีกหนึ่งจุดแข็งของ COTTO คือการเป็นผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในประเทศไทยที่ควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตด้วยตนเอง โดยมีฐานการผลิตกระเบื้องครบวงจร ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบัน ยังได้ขยายศักยภาพการผลิตสู่กลุ่มวัสดุอย่าง SPC และ Luxury Vinyl จาก LT By COTTO เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารต้นทุน และซัพพลายเชน ท่ามกลางการแข่งขันที่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงพึ่งพาการจัดหาวัสดุจากต่างประเทศ ดังนั้นแนวทางนี้จึงสะท้อนความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิต เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมกระเบื้องและสุขภัณฑ์ของไทยอย่างมีมาตรฐานสู่สากล
เบื้องหลังความสำเร็จของ COTTO นอกจากการนำ Customer Insight มาพัฒนาเป็นโซลูชันแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานงานติดตั้งและบุคลากรในอุตสาหกรรม ผ่านการจัดตั้งศูนย์ Technical เพื่อยกระดับทักษะความรู้ ความสามารถการทำงานของช่าง ซึ่งถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตและตอกย้ำด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ COTTO ยังคงมุ่งสู่เป้าหมายด้าน Net Zero 2050 หรือการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ดีต่อโลก ไม่ว่าจะเป็น การลดหรือหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรและความร่วมมือกับชุมชน สู่การส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อลูกค้า ด้วยมาตรฐานระดับ Master Level ที่สะท้อนความพิถีพิถันในทุกแง่มุมของกระบวนการผลิตจนได้รับการการันตีด้วยรางวัลจากทั้งไทยและเทศมากมาย อาทิ มาตรฐานตราสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ Carbon Footprint of Product, Carbon Footprint Reduction ฉลากลดโลกร้อน , Circular Mark ฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์หมุนเวียน , Water Efficiency Label ฉลากประหยัดน้ำ , Thai Green Label ฉลากเขียว ควบคู่ไปกับมาตรฐานในกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็น Green Industry, Eco Factory รวมถึงรางวัลสุดยอดงานการออกแบบทั้ง Red Dot Design Award และ German Design Award เป็นต้น
“ความยั่งยืนถือเป็นวิสัยทัศน์หลักของการดำเนินธุรกิจ โดยเราจะเดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการร่วมมือกับชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและครอบคลุมองค์ประกอบการใช้ทรัพยากรในแง่มุมของความยั่งยืนครบทุกมิติ เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจในวันนี้ไม่ได้ดูแค่ตัวเลข แต่ต้องเป็นการเติบโตที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งต่อผู้บริโภค อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม” นายทนงชัย กล่าวทิ้งท้าย
#cotto #ASA2026 #architectexpo #cottoasa2026 #cottolife #cottorefinedflow
#ASAExpo2026 #ASAExpo #ASAArchitect #งานสถาปนิก #สถาปนิก26
The Business Plus บิสิเนสพลัส
