ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็วและเต็มไปด้วยการแข่งขัน การคว้ารางวัล TOP COMPANY AWARDS 2026 สาขา MOST ADMIRED BRAND AWARD ไม่ใช่เพียงเกียรติยศที่ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับประเทศ หากแต่เป็นการตอกย้ำให้ชัดเจนว่า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของ คุณโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กำลังเดินหน้าด้วยทิศทางที่ถูกต้องที่สุด

ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และด้วยหัวใจที่ใส่ใจต่อสังคมอย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากมุมมอง ที่มีรากฐานของปรัชญาที่คุณโชนและทีมงานกรุงเทพประกันชีวิตยึดถือมาโดยตลอด จากคำ ๆ เดียวที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ทรงพลังอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่น นั่นคือคำว่า “ใส่ใจ”
หากจะเข้าใจว่า ทำไมกรุงเทพประกันชีวิตจึงโดดเด่นท่ามกลางผู้เล่นในอุตสาหกรรมประกันชีวิตของไทย คงต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจกับวิสัยทัศน์ที่บริษัทฯ เลือกยึดเป็นแกนกลางของทุกการตัดสินใจ
กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศชัดเจนว่า ต้องการเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ด้านความใส่ใจ และนั่นไม่ใช่แค่คำขวัญบนกระดาษ แต่คือ “ปณิธาน” ที่ถูกแปลออกมาเป็นการกระทำในทุกมิติของธุรกิจ
คุณโชนมองว่า ธุรกิจประกันชีวิตในยุคนี้ ไม่อาจหยุดอยู่กับนิยามเดิมของตัวเองได้อีกต่อไป ดังนั้น การประกันชีวิต จึงไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด แต่คือการเป็นเพื่อนร่วมทางในทุกช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่วันที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไปจนถึงวันที่ต้องการการดูแลมากที่สุด
ยิ่งเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ลูกค้าในวันนี้ไม่ได้ต้องการเพียงกรมธรรม์ แต่พวกเขาต้องการความมั่นคงทางจิตใจ ต้องการรู้ว่า จะมีใครอยู่เคียงข้างเมื่อพวกเขาแก่ชราลง และนั่นคือช่องว่างที่กรุงเทพประกันชีวิตเลือกที่จะเติมเต็มด้วยทั้งหัวใจ
ความใส่ใจที่ว่านี้ สะท้อนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ บริการเสริมด้านสุขภาพอย่าง BLA Health Butler และ BLA Driving Home ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะตลาดบังคับ แต่เกิดขึ้นเพราะทีมงานลงลึกไปฟังว่า ลูกค้าเผชิญกับอะไรในชีวิตจริง ลูกค้าหลายคนที่ต้องไปพบแพทย์ตามลำพัง หรือต้องเดินทางกลับบ้านหลังจากเข้ารับการรักษาอย่างไร
นอกจากนี้ กรุงเทพประกันชีวิต ยังออกแบบสิทธิประโยชน์แบบ Tier System ที่ให้ความสำคัญกับความแตกต่างของลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต เพราะความต้องการของคนอายุ 30 ปี เปรียบได้กับการเริ่มต้นสร้างครอบครัว ย่อมแตกต่างจากลูกค้าวัย 60 ปีที่กำลังวางแผนบั้นปลายชีวิต
ดังนั้น การปรับแบบประกันให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพ โรคร้ายแรง และการวางแผนชีวิตระยะยาว สะท้อนว่า กรุงเทพประกันชีวิต มองลูกค้าเป็น “มนุษย์” ไม่ใช่แค่ตัวเลขในพอร์ตโฟลิโอ
และที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ การขยายระยะเวลาความคุ้มครองของแบบประกันหลักให้สามารถครอบคลุมถึงอายุ 99 ปี พร้อมกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่รองรับความเสี่ยงด้านโรคสมอง ที่กำลังกลายเป็นความกังวลสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ
นี่คือการมองการณ์ไกล เพราะการลงทุนในวันนี้ เพื่อให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า ไม่ว่าชีวิตจะพาพวกเขาไปสู่จุดใดแต่ความยิ่งใหญ่ของกรุงเทพประกันชีวิตภายใต้การนำของคุณโชน ไม่ได้หยุดอยู่แค่มิติของลูกค้าเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้ได้รับการยกย่องและชื่นชมจากสังคมวงกว้าง คือ การมองภาพใหญ่กว่านั้น นั่นคือ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในฐานะองค์กรที่ตระหนักถึงบทบาทของตนอย่างเต็มภาคภูมิ
แนวทาง ESG ของกรุงเทพประกันชีวิต ไม่ใช่กิจกรรม CSR ที่จัดขึ้นปีละครั้ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่คือหลักการที่ฝังอยู่ในกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจทุกระดับ
ในมิติของสังคม กรุงเทพประกันชีวิต เดินหน้าส่งเสริมความรู้เรื่องสุขภาพและการวางแผนชีวิตอย่างจริงจัง เพราะคุณโชนเชื่อมั่นในสิ่งหนึ่งที่ฟังดูเป็นหลักการแต่ลึกซึ้งมาก นั่นคือ “ความมั่นคงที่แท้จริงต้องเริ่มจากความเข้าใจ”
หรืออย่างโครงการตัวแทนของความใส่ใจ และ Life Care Partner ต้องบอกว่า นี่คือกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน ให้กลายเป็นมากกว่าผู้ขายกรมธรรม์ โดยพวกเขาถูกพัฒนาให้มีความรู้ลึกและมีทัศนคติในการดูแลลูกค้าอย่างองค์รวม เพราะท้ายที่สุด ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะดีแค่ไหน หากคนที่ส่งมอบคุณค่าสู่ลูกค้าขาดความจริงใจ ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย
ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล กรุงเทพประกันชีวิต ดำเนินงานบนพื้นฐานของความโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ระยะยาว และตระหนักว่า ความยั่งยืนขององค์กรไม่สามารถแยกออกจากความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อมที่รายล้อมอยู่รอบด้านได้
รางวัล MOST ADMIRED BRAND AWARD ที่กรุงเทพประกันชีวิต ได้รับในปีนี้ จึงมีความหมายพิเศษเกินกว่าประกาศนียบัตรหรือถ้วยรางวัลใด ๆ เพราะคือ การยืนยันจากสังคมว่า องค์กรแห่งนี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ของคุณโชน โสภณพนิช กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
ไม่ใช่เพียงเพื่อผลกำไรระยะสั้น แต่เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า สังคม และประเทศชาติในระยะยาว ในวันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของโครงสร้างประชากรนั่นเอง
The Business Plus บิสิเนสพลัส
