เมื่อพูดถึงนวัตกรรมที่แท้จริง มันไม่ได้หมายความเพียงการสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา แต่คือการมองเห็นศักยภาพที่คนอื่นยังมองไม่ถึง และกล้าที่จะลงมือทำให้มันเกิดขึ้นจริงในโลกที่ใช้งานได้ นั่นคือสิ่งที่ คุณวิเชียร จึงวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด และ ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ พิสูจน์ให้โลกเห็นด้วยถึงความร่วมมือพัฒนา BegerShield Graphene Innovation จนสามารถคว้ารางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2026 สาขานวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัย (Housing Innovation) ไปครองได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

ก่อนจะเข้าใจว่า ทำไมนวัตกรรมนี้จึงสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการสีและวัสดุก่อสร้างของไทย คงต้องย้อนกลับไปทำความรู้จักกับวัสดุที่อยู่เบื้องหลังความก้าวหน้าครั้งนี้
Graphene คือ วัสดุคาร์บอนสองมิติ ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในวัสดุที่น่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ มีโครงสร้างที่หนาแน่นระดับอะตอม มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือมีคุณสมบัติในการเป็น Barrier Layer ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งช่วยปิดกั้นการซึมผ่านของน้ำ ออกซิเจน และสารกัดกร่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งความพิเศษของวัสดุชนิดนี้ยังได้รับรางวัล Nobel Prize in Physics มาแล้ว
คุณวิเชียร ในฐานะผู้พัฒนาและผลิตวัสดุขั้นสูงอย่าง Graphene มองเห็นศักยภาพนี้มาตลอด และในเวลาเดียวกัน ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจที่มีโครงสร้างและอุปกรณ์จำนวนมาก บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ ก็เป็นผู้ใช้งานจริงที่ต้องเผชิญกับปัญหาการกัดกร่อนของโลหะเฉกเช่นองค์กรใหญ่อีกหลายแห่ง และในฐานะผู้สร้างและผู้ใช้ จึงเกิดเป็นจุดกำเนิดของความร่วมมือที่ไม่ธรรมดา นั่นคือ การผนึกกำลังระหว่าง ซีพี รีเทลลิงค์ และกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ ด้วยการนำนวัตกรรมวัสดุขั้นสูง มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสีและการปกป้องพื้นผิว ที่ทาง เบเยอร์ สั่งสมมาอย่างยาวนาน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแค่ดีในทางทฤษฎี แต่ต้องใช้งานได้จริงในสนาม และตอบโจทย์ความท้าทายที่ภาคอุตสาหกรรมเผชิญอยู่
ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ ขยายความถึงที่มาของทิศทางนี้ว่า อุตสาหกรรมสีในยุคนี้ ไม่อาจหยุดอยู่กับบทบาทเดิมของตัวเองได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้น ความต้องการที่แท้จริงของตลาดไม่ใช่แค่สีที่สวยงาม แต่คือวัสดุปกป้องโครงสร้าง (Protective Materials) ที่มีสมรรถนะสูง สามารถทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันให้โครงสร้างยืนหยัดได้ยาวนาน ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงและมีตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ อาทิ ปัญหาการกัดกร่อนและการเกิดสนิมบนโครงสร้างโลหะ คือหนึ่งในความท้าทายเรื้อรังที่องค์กรทั่วโลกต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลทุกปี ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมบำรุง การเปลี่ยนอุปกรณ์ก่อนอายุที่ควรจะเป็น หรือแม้แต่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่แฝงอยู่กับโครงสร้างที่เสื่อมสภาพ นี่คือปัญหาที่ BegerShield Graphene Innovation ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขโดยตรง

ดร.วรวัฒน์ เน้นย้ำว่า สิ่งที่ทีมให้ความสำคัญที่สุดในการพัฒนาสูตร คือ การทำให้ Graphene สามารถกระจายตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในฟิล์มสี ไม่ใช่แค่การเติมวัสดุใหม่เข้าไป เพื่อสร้างความแตกต่างทางการตลาด เพราะนั่นคือสิ่งที่ตลาดคาดหวัง แต่ไม่ใช่สิ่งที่อุตสาหกรรมต้องการ ดังนั้น เป้าหมายที่แท้จริง คือ การยกระดับมาตรฐานของเทคโนโลยีสีในอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง และผลการทดสอบก็พิสูจน์ว่า พวกเราทำได้
“ผลลัพธ์จาก Salt Spray Test ซึ่งเป็นการทดสอบมาตรฐานด้านการป้องกันการกัดกร่อน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบสีที่ผสาน Graphene สามารถลดการเกิดสนิมบนพื้นผิวโลหะได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับสูตรป้องกันสนิมทั่วไป โครงสร้างชั้นฟิล์มสีที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น ช่วยปิดกั้นการซึมผ่านของความชื้นและออกซิเจน ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักที่เป็นต้นเหตุของการกัดกร่อน และผลที่ได้คือ ระบบเคลือบผิวที่มีโครงสร้างแข็งแรงขึ้น ทนทานต่อการกัดกร่อนในระดับที่สูงกว่าเดิม และปกป้องโครงสร้างโลหะได้ยาวนานกว่าที่เคยเป็น”
ในมุมของคุณวิเชียรที่มองจากฝั่งผู้ใช้งาน สิ่งที่มีคุณค่าที่สุด คือ การที่โครงสร้างสามารถยืดอายุการใช้งานออกไปได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะนั่นหมายถึงการลดการซ่อมบำรุงที่ไม่จำเป็น ลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ขององค์กรในภาพรวม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรที่บริหารโครงสร้างขนาดใหญ่ต้องการอย่างแท้จริง

“สิ่งที่ทำให้ BegerShield Graphene Innovation โดดเด่นเหนือผลิตภัณฑ์อื่นในตลาด ไม่ได้หยุดอยู่เพียงที่สมรรถนะทางเทคนิค แต่คือการมองภาพกว้างที่ทั้งสองผู้นำมีร่วมกัน โดยผมเชื่อมั่นว่า ศักยภาพของนวัตกรรมนี้ครอบคลุมได้หลากหลายกว่าที่ตลาดจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันสนิมในโครงสร้างโลหะ ความคงทนของสีทาอาคารที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศรุนแรง หรือระบบเคลือบกันซึมที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่นและความทนทานต่อน้ำเป็นพิเศษ ทั้งหมดนี้คือโอกาสที่ Graphene จะได้พิสูจน์ตัวเองในสนามจริง” ดร.วรวัฒน์ กล่าว
ขณะที่คุณวิเชียร มองว่า BegerShield Graphene Innovation คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของการนำ Advanced Materials มาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมจริงอย่างมีความหมาย ไม่ใช่การนำเสนอนวัตกรรมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่คือการแก้ปัญหาที่มีอยู่จริงด้วยวัสดุที่มีศักยภาพจริง ในราคาและรูปแบบที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริง
ดร.วรวัฒน์ ทิ้งท้ายด้วยปณิธานที่ฟังดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า นวัตกรรมที่แท้จริงสำหรับเบเยอร์ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการสร้างโซลูชันที่ช่วยให้โครงสร้างมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมก่อสร้างในภาพรวม
นั่นคือปรัชญาที่คุณวิเชียรและดร.วรวัฒน์ ร่วมกันแชร์มุมมองกับ Business+ พร้อมกับคำมั่นใจว่า BegerShield Graphene Innovation จะไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ใหม่บนชั้นวางสินค้า แต่คือก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมสีและวัสดุก่อสร้างไทย ที่จะถูกพูดถึงและต่อยอดต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า
The Business Plus บิสิเนสพลัส
