
ในยุคที่อายุขัยของมนุษย์กำลังยืดยาวออกไป และคุณภาพชีวิตยังเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ชัดเจน แต่สิ่งที่พิสูจน์แล้วคือ ตัวเลขที่น่ากังวลของการออมเงินของคนไทย ที่ข้อมูลจากรายงานผลสำรวจทักษะทางการเงิน ระดับการออมของคนไทย พ.ศ. 2567 ที่แบงก์ชาติร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชี้ว่า พฤติกรรมการออมของคนไทยยังเผชิญความท้าทาย ทั้งเรื่องความเพียงพอของเงินออมเผื่อฉุกเฉิน ความพร้อมทางการเงินสำหรับวัยเกษียณ รวมถึงภาระหนี้ที่เป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการเก็บออม และคนจำนวนมากยังฝากเงินเพียงเพื่อ “ใช้จ่าย” มากกว่าที่จะเก็บเพื่ออนาคต
ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกำลังสวนทางกับอัตราเงินเฟ้อในอนาคต ที่จะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนโดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เป็นความท้าทายสำหรับสังคมที่ผู้คนกำลังมีอายุยืนขึ้นในยุค Longevity จึงเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง และเป็นสิ่งที่ โชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA กำลังเปลี่ยนคำจำกัดความเดิมของธุรกิจประกันชีวิต และเริ่มต้นบทบาทใหม่ในเส้นทางที่ต่างออกไป
กับเส้นทางที่เปลี่ยนบทบาทของบริษัทประกันชีวิต จาก “ผู้ขายกรมธรรม์” สู่การเป็น “Life Care Partner” หรือ “เพื่อนที่อยู่เคียงข้างกันในทุกจังหวะของชีวิต”
ในฉบับนี้เราจะพาคุณเจาะลึกกลยุทธ์ที่ BLA ใช้แปรเปลี่ยนวิกฤตสังคมสูงวัย ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ พร้อมถอดรหัสนวัตกรรมประกันโรคร้ายแรงที่กำลังพลิกกฎเกณฑ์เดิมของอุตสาหกรรม และตอบคำถามที่ทุกคนในวงการต้องการรู้ว่า ในยุค Longevity Economy ที่ความต้องการของผู้บริโภคซึ่งกำลังซับซ้อนขึ้นทุกวัน
“ความใส่ใจ” กลายเป็นแต้มต่อที่ทรงพลังที่สุดได้อย่างไร
มีความจริงประการหนึ่งในอุตสาหกรรมประกันชีวิตที่แทบไม่เคยมีใครหยิบยกมาพูดถึงกันอย่างตรงไปตรงมา นั่นคือ ในการแข่งขันที่ผลิตภัณฑ์ของทุกบริษัทมีโครงสร้างแทบไม่ต่างกัน ราคาเบี้ยประกันใกล้เคียงกัน และอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์กำกับดูแลเดียวกัน ตัวแปรที่แท้จริงที่จะชี้วัดความแตกต่างในระยะยาว กลับไม่ใช่ “ตัวผลิตภัณฑ์” แต่เป็น “ความสัมพันธ์” ที่บริษัทสามารถสร้างร่วมกับลูกค้าได้ตลอดทุกช่วงชีวิต
เมื่อมองลึกลงไปถึงบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ (Aged Society) ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงด้าน Mindset ของผู้บริโภคที่ลึกซึ้งที่สุดในรอบทศวรรษ ยิ่งส่งผลให้มุมมองและความคาดหวังที่มีต่อ “บริษัทประกันชีวิต” มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ปี 2026 จึงถือเป็นหมุดหมายแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัย นำมาซึ่งยุทธศาสตร์องค์กรที่มุ่งทรานส์ฟอร์มตัวเอง โดยเฉพาะการสร้างวัฒนธรรมร่วมกับผู้บริโภค และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต้องมอบ “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” มากกว่าวาทกรรมทางการตลาด เพราะแบรนด์ยุคใหม่ไม่อาจเป็นเพียง “ร้านขายสินค้า” แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคอยากมีความผูกพันและมีส่วนร่วมด้วย
เช่นเดียวกับ กรุงเทพประกันชีวิต ที่ได้ออกมาประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางองค์กรอย่างชัดเจนในการมุ่งสร้างความแตกต่างด้วย “ความใส่ใจ” ผ่านการยกระดับตัวแทนทุกคนให้เป็น “Life Care Partner หรือ ตัวแทนของความใส่ใจ” เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือ การส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีรอบด้านให้กับลูกค้าในทุกช่วงวัย
ลองมาติดตามเนื้อหาแบบเจาะลึกผ่านวิสัยทัศน์ของ “โชน โสภณพนิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ไปพร้อมกัน
สังคมไทยสูงวัย โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 74 ปี
เพื่อทำความเข้าใจว่า เหตุใดตัวเลขผลประกอบการของ BLA ในปี 2568 จึงมีนัยสำคัญที่ลึกซึ้งกว่าภาพภายนอก เราต้องเริ่มต้นจากการมองภาพโครงสร้างประชากรไทย ที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง
ปี 2568 นับเป็นปีที่ประชากรไทยมีอัตราการเกิดน้อยกว่าการตายติดต่อกันเป็นปีที่ 5 (นับตั้งแต่ปี 2564) โดยมีจำนวนคนเกิดน้อยกว่าคนตายถึง 143,110 คน ในขณะที่กลุ่มผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปี มีสัดส่วนทะลุ 20% จากประชากรทั้งหมด 70.3 ล้านคน อัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 10.7%
ในปี 2537 ขยับมาสู่ 31.1% ในปี 2567 ซึ่งหมายความว่า ประชากรวัยทำงาน 100 คน กำลังต้องแบกรับภาระดูแลผู้สูงอายุถึง 31 คน ยิ่งไปกว่านั้น มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2583 จำนวนผู้สูงอายุไทยจะทะยานขึ้นเป็น 20.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 31% ของประชากรทั้งประเทศ
ตัวเลขเหล่านี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากต่อธุรกิจประกันชีวิต ในประเทศที่ระบบสวัสดิการของรัฐยังมีข้อจำกัด และวัยทำงานต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ความต้องการเครื่องมือทางการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว จึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน” สำหรับคนทุกเจเนอเรชัน
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขเชิงประชากรศาสตร์ คือ การเปลี่ยนผ่านทาง Mindset ของผู้บริโภค คนรุ่นกลางอายุ 35-55 ปีในวันนี้ ไม่ได้กังวลแค่เรื่อง “จะอยู่ถึงเมื่อไหร่” แต่พวกเขากำลังกังวลถึง “การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว” ซึ่งเป็นความต้องการที่ซับซ้อนและมีมูลค่ามหาศาลกว่าการซื้อประกันชีวิตแบบดั้งเดิม
นี่คือจุดเปลี่ยนที่ BLA กำลังตอบสนองอย่างตรงจุด ซึ่งเราสามารถถอดรหัสกลยุทธ์นี้ได้จากตัวเลขผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
การอ่านงบการเงินของบริษัทประกันชีวิตอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่การมองแค่บรรทัดสุดท้ายของกำไรสุทธิ แต่ต้องถอดรหัสให้ได้ว่า ตัวเลขเหล่านั้นกำลังสะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ใด ในกรณีของ BLA ปี 2568 กำไรสุทธิ 6,968 ล้านบาท ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 50% นั้น มาจากสองฟันเฟืองหลักที่มีนัยสำคัญต่างกัน
ทางแรก คือ ผลการดำเนินงานด้านการประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 887 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและการเติบโตของธุรกิจหลัก (Core Business) อย่างแท้จริง
ทางที่สอง คือ รายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1,523 ล้านบาท เป็นเครื่องยืนยันว่า การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ขนาด 315,973 ล้านบาท (ซึ่งมีสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนสูงถึง 98%) ได้สร้างผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมแม้ในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน
เมื่อเจาะลึกถึงเบี้ยประกันภัยรับปีแรกมูลค่า 8,107 ล้านบาท ที่เติบโต 15% จะพบรายละเอียดที่น่าจับตา นั่นคือ ช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่มีสัดส่วน 67% สามารถเติบโตได้ 13% ในขณะที่ช่องทางตัวแทน (Agent) ซึ่งมีสัดส่วน 23% ก็เติบโต 13% เช่นเดียวกัน ส่วนช่องทางอื่น ๆ กลับเติบโตพุ่งทะยานถึง 44%
การที่ช่องทางตัวแทนเติบโตในสปีดเดียวกับช่องทางธนาคาร บ่งบอกว่า BLA ประสบความสำเร็จในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายตัวแทน (Agent Network) ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าแบงก์ และการเติบโต 44% ในช่องทางอื่น ๆ ก็เป็นภาพสะท้อนของการรุกขยาย Digital Channel และช่องทางนายหน้าที่กำลังทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ต้องกล่าวถึงอย่างตรงไปตรงมาคือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 315,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% (ราว 630 ล้านบาท) จากปีก่อนหน้า โดยมีสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนและรายการเทียบเท่าเงินสด 98% และมีอัตราส่วนต่อหนี้สินจากสัญญาประกันภัยอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 120%
ในปี 2568 ที่กรุงเทพประกันชีวิต ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการเป็น “The Most Caring Life Insurance Company” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Year of Care” พร้อมฝังลึก DNA ด้านความใส่ใจลงไปในวัฒนธรรมองค์กร ผ่านการลงมือทำจริงหลายโครงการ หนึ่งในนั้นคือ แคมเพน “หากันจนเจอ” ที่ทีมงานทุ่มเทค้นหาผู้รับประโยชน์หรือลูกค้าที่หลงลืม มารับเงินคืนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยเพียงช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคม 2567 บริษัทสามารถส่งมอบเงินผลประโยชน์คืนให้ลูกค้าได้ถึง 387 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 26 ล้านบาท
ในปีที่ผ่านมา “ความใส่ใจ” ของกรุงเทพประกันชีวิตส่งผลลัพธ์ผ่านค่า NPS (Net Promoter Score) ที่พุ่งสูงถึง 54%
NPS ไม่ใช่แค่คะแนนความพึงพอใจผิวเผิน แต่เป็นตัวแทนที่เชื่อมกับคำว่า Customer Advocacy อย่างลึกซึ้ง ตัวเลข 54% หมายความว่า BLA มีลูกค้าที่พร้อมอาสาเป็นกระบอกเสียงแนะนำแบรนด์ให้กับคนที่พวกเขารัก โดยในธุรกิจประกันชีวิตที่การตัดสินใจซื้ออิงกับคำแนะนำจากคนที่ไว้ใจเป็นหลัก ค่า NPS ระดับนี้จึงเปรียบเสมือนสินทรัพย์ทางการตลาด (Marketing Asset) ที่มีมูลค่ามหาศาลกว่างบโฆษณาใด ๆ และส่งผลตรงไปถึง “ความไว้วางใจ” หรือ Trust ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าสูงสุด เพราะประกันชีวิต คือ การขายสัญญาที่ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งผู้ซื้อยังมองไม่เห็น และในสภาวะเช่นนั้น ความรู้สึกอุ่นใจที่ว่าแบรนด์จะ “อยู่เคียงข้างเราเสมอ” จึงมีน้ำหนักเหนือกว่าอัตราผลตอบแทนหรือราคาค่าเบี้ยนั่นเอง
หากมองถึงวิสัยทัศน์ของคุณโชน ที่ตั้งเป้าให้ BLA ดูแลลูกค้าอย่างรอบด้านตลอดทุกช่วงชีวิต ถือเป็นการรื้อโครงสร้าง Business Model จากเดิมที่เป็นแบบ Transactional Insurance (มองลูกค้าผ่านสัญญากรมธรรม์) ก้าวสู่ Relationship-Based Care (มองลูกค้าเป็นเสมือนสมาชิกครอบครัว) ที่เข้าใจถึงความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย
ในโลกที่เจเนอเรชัน Y และ Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังซื้อหลัก คนรุ่นนี้ไม่ได้ซื้อแค่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่พวกเขาซื้อ “ค่านิยม (Values)” และความสัมพันธ์กับแบรนด์ที่พวกเขาเชื่อมั่นว่า เข้าใจพวกเขาอย่างแท้จริง แบรนด์ที่สามารถส่งมอบความใส่ใจที่แท้จริง (Authentic Caring) ได้อย่างต่อเนื่องและวัดผลได้ จึงกุมความได้เปรียบมหาศาลในการดึงดูดและรักษาฐานลูกค้ากลุ่มนี้
“เราตั้งใจที่จะยกระดับของเราสู่บทบาทของการเป็นผู้ดูแลด้วยความใส่ใจ โดยเริ่มต้นจากการเข้าใจบริบทของลูกค้า ของสังคมไทยเราที่อายุยืนยาวมากขึ้น และเราจะเดินไปร่วมกับลูกค้า ตลอดเส้นทาง ให้คำแนะนำในเรื่องของการวางแผนชีวิตกับลูกค้า ทั้งในมิติเรื่องของการป้องกันความเสี่ยง และการวางแผนในเรื่องของสุขภาพด้วย นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า เอามาสนทนา ทำความเข้าใจกับลูกค้า เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีของลูกค้ามากขึ้น” คำกล่าวของ โชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA

สังคม Longevity เมื่อคนไทยไม่ได้ต้องการแค่ “อายุยืน”
ข้อมูลเชิงลึกที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก จากรายงาน Future of Wellness 2026 โดย Global Wellness Summit ยืนยันว่า ความหมายของคำว่า Longevity กำลังถูกนิยามใหม่ และสำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านนี้กำลังเกิดขึ้นด้วยอัตราเร่งที่เร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด
คนไทยยุคใหม่ ไม่ได้ปรารถนาเพียงแค่การมี “อายุยืนยาว (Lifespan)” แต่พวกเขาต้องการ “สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน (Healthspan)” อายุยืนในแบบดั้งเดิม อาจหมายถึงการมีชีวิตอยู่นานขึ้น แต่ Longevity ในนิยามใหม่ คือ การมีชีวิตที่ตื่นตัว (Active) มีคุณภาพ มีความหมาย และเปี่ยมด้วยความสุขทางใจควบคู่กับสุขภาพกายที่แข็งแรง การยกระดับ Mindset นี้ได้พลิกโฉมวิธีการที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพและการเงินไปอย่างสิ้นเชิง
ปัจจุบันผู้บริโภคที่มีความรู้และเข้าถึงข้อมูล ได้เปลี่ยนแรงจูงใจไปสู่ “การลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาว” และ “การสร้างความมั่นคงเพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณให้มีความสุขและมีความหมาย” นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากแรงขับเคลื่อนจากความกลัวในอดีต (Fear-Based Motivation) ไปสู่แรงขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหวัง (Aspiration-Based Motivation) และบริษัทประกันต้องปรับตัวทั้งวิธีการสื่อสาร การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการสร้างสายสัมพันธ์
Life Care Partner นิยามใหม่ของประกันชีวิตในศตวรรษที่ 21
ภาพรวมตลาดประกันชีวิตไทยในปี 2568 มีเบี้ยประกันรับรวม 676,505 ล้านบาท เติบโต 3.45% จากปีก่อนหน้า โดยเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่พุ่งสูงถึง 190,886 ล้านบาท (เติบโตกว่า 3.60%) ตัวเลขนี้สะท้อนชัดเจนว่า ความต้องการด้านความคุ้มครองและการออมระยะยาว ยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับคนไทย แม้ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
ยิ่งเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว และในสังคมสูงวัยที่มีความตื่นตัวด้านสุขภาพสูง ยิ่งผลักดันให้ความต้องการนี้เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง สอดรับกับคาดการณ์ของ McKinsey ที่ระบุว่า ตลาดเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) โลกกำลังพุ่งทะยานสู่มูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 และสำหรับประเทศไทยที่กำลังสูงวัยอย่างรวดเร็ว ตลาดมหาศาลนี้ไม่ได้รออยู่ในอนาคต แต่มันเกิดขึ้นแล้วในวันนี้
ด้วยเหตุนี้ BLA จึงประกาศยกระดับตนเองก้าวขึ้นเป็น “คู่คิดและผู้ส่งเสริมการป้องกัน (Prevention Partner)” โดยชูเรื่อง “ความใส่ใจ (Care)” เป็นแกนกลาง มุ่งหวังที่จะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ช่วยออกแบบชีวิตที่สมดุล พร้อมเสิร์ฟข้อมูล สิทธิประโยชน์ และบริการด้านเวชศาสตร์เชิงป้องกันจากเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันสุขภาพให้ลูกค้าก่อนที่โรคภัยจะมาเยือน
สำหรับ BLA การตีโจทย์ Longevity ผ่านแนวคิด “Life Care Partner” ถือเป็นการตอบสนองที่เข้าเป้าอย่างแม่นยำ เพราะพาร์ตเนอร์ชีวิตไม่ได้มีหน้าที่แค่ส่งมอบสินไหมเมื่อเกิดเหตุร้าย แต่คือเพื่อนที่ “ยืนหยัดเคียงข้าง” ทุกช่วงเวลาบนเส้นทางความเสี่ยง สนับสนุนการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยวางแผนทั้งด้านการเงินและสุขภาพ และพร้อมปรับตัวตามความต้องการที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงวัย
การวางตำแหน่งเป็น Life Care Partner เป็นการมอบคุณค่าเกินกว่าหน้ากระดาษสัญญา นับเป็นคุณค่าที่ Price Comparison Platform ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ จากการออกแบบความคุ้มครองเฉพาะบุคคล และศักยภาพในการดูแลลูกค้าไปตลอดเส้นทางชีวิต (Life Journey)
ในทางปฏิบัติ บทบาท Life Care Partner หมายถึง เมื่อคุณเป็นวัยรุ่นเพิ่งเริ่มทำงาน BLA จะช่วยคุณวางแผนออมเงินก้อนแรก เมื่อคุณสร้างครอบครัว BLA จะช่วยออกแบบความคุ้มครองเพื่อเป็นเบาะรองรับคนที่คุณรัก เมื่อก้าวสู่วัยกลางคนที่เริ่มกังวลเรื่องสุขภาพ BLA จะช่วยจัดสรรประกันสุขภาพที่รัดกุมที่สุด และในท้ายที่สุด เมื่อคุณก้าวสู่วัยเกษียณ BLA จะทำหน้าที่ดูแลให้คุณมีกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและใช้ชีวิตบั้นปลายได้ตามเป้าหมาย
โมเดลธุรกิจนี้สร้าง Customer Lifetime Value ที่มหาศาลยิ่งกว่าการทำธุรกิจแบบซื้อมาขายไป (Transactional Insurance) เพราะลูกค้าที่ผูกพันกับ BLA ในฐานะพาร์ตเนอร์ชีวิต และพร้อมชักชวนคนที่รักให้เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน
บทบาท BLA ใน Longevity Economy
เมื่อทอดสายตาไปในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ทิศทางของ BLA มีความชัดเจนและน่าจับตาในหลายมิติ
มิติแรก คือ การออกผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ Longevity Economy โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพระยะยาวที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตแบบ Active Aging หรือประกันการดูแลระยะยาว (Long-Term Care Insurance) ที่แม้ปัจจุบันอาจยังไม่ใช่กระแสหลักในไทย แต่จะกลายเป็นสิ่งจำเป็น (Must-Have) ในอนาคตอันใกล้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ออมทรัพย์ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อสร้าง Retirement Income ให้เพียงพอต่ออายุขัยที่ยาวนานขึ้น
มิติที่สอง คือ การทุ่มงบลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อพลิกโฉมประสบการณ์ลูกค้า ทั้งการนำ AI-Driven Personalization มาใช้วิเคราะห์เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ที่รู้ใจ, การทำ Digital Health Integration ที่ผสานข้อมูลสุขภาพเข้ากับการออกแบบความคุ้มครอง และ Predictive Analytics ที่สามารถพยากรณ์ความต้องการของลูกค้าได้ล่วงหน้าก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ตัวเสียอีก
มิติที่สาม คือ การขยาย Ecosystem Partnership ร่วมกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพ Wellness และ Longevity เพื่อขยายขอบเขตคุณค่า (Value Proposition) ออกไปให้กว้างกว่านิยามประกันภัยแบบเดิม การเป็น Life Care Partner แบบครบวงจร หมายถึงการมีเครือข่ายที่พร้อมซัปพอร์ตลูกค้าทุกมิติ ตั้งแต่โรงพยาบาลชั้นนำ คลินิก ไปจนถึงศูนย์ Wellness และแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกล (Telehealth)
มิติที่สี่ คือ การปรับสมดุลช่องทางการขาย (Channel Diversity) มุ่งพัฒนาตัวแทนให้ยกระดับจากคนขายสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและชีวิต (Life Financial Advisor) อย่างเต็มตัว พร้อมทั้งลุยสร้างแพลตฟอร์ม Digital Direct Channel ที่ตอบชีวิตคนรุ่นใหม่ และรุกตลาด Corporate Benefits นำเสนอสวัสดิการพนักงานแบบครบวงจรให้แก่องค์กรขนาดกลางและใหญ่
รับมือยุค Longevity อย่างชาญฉลาด
จากฐานข้อมูลลูกค้าและเทรนด์โลก BLA ได้ให้ข้อเท็จจริง 4 ประการที่คนไทยทุกคนควรตระหนักและเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้
ประการแรก คือ กลุ่ม Baby Boomer และ Gen X มีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่าที่คิด หากคุณอายุ 45 ปีและตั้งเป้าเกษียณตอน 60 ปี คุณมีเวลาเก็บเงินเพียง 15 ปี แต่หลังเกษียณ คุณอาจต้องใช้ชีวิตต่อไปอีก 25-30 ปีโดยไม่มีรายได้ประจำ กฎเหล็กข้อแรกจึงเรียบง่ายมาก “ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบ”
ประการที่สอง คือ การฝากความหวังไว้กับสวัสดิการรัฐเพียงอย่างเดียว ถือเป็นความเสี่ยงสูงสุด เพราะอาจไม่เพียงพอกับคุณภาพชีวิตในระดับที่คุณคุ้นเคย โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อของค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งทะยาน เครื่องมือทางการเงินส่วนบุคคลที่ครอบคลุมทั้งการออม การลงทุน และการดูแลสุขภาพ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้วัดคุณภาพชีวิตในบั้นปลาย
ประการที่สาม คือ สุขภาพในวันนี้ คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในอนาคต การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) ตั้งแต่การตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย ดูแลโภชนาการ และบริหารความเครียด คือกลไกสำคัญที่จะช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลในวัยชราได้อย่างมหาศาล ประกันสุขภาพและแผน Wellness จึงไม่ใช่ “รายจ่าย” แต่เป็น “การลงทุน”
ประการที่สี่ คือ การวางแผนอายุยืนอย่างสมบูรณ์แบบ ต้องครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ มิติการเงิน (ทุนทรัพย์เพียงพอ) มิติสุขภาพ (แข็งแรงทั้งกายและใจ) มิติสังคม (มีปฏิสัมพันธ์และไม่โดดเดี่ยว) และมิติความหมาย (มีเป้าหมายในการตื่นขึ้นมาทุกวัน) การละเลยมิติใดมิติหนึ่งย่อมนำไปสู่การวางแผนที่ไม่สมบูรณ์

นวัตกรรมเพื่อสังคมสูงวัย ลดภาระคนดูแลด้วย BLA Long Life Care
หนึ่งในรอยรั่ว (Pain Point) ระดับชาติที่น่าเป็นห่วง คือ ข้อมูลที่บ่งชี้ว่าผู้สูงอายุไทยวัย 60-69 ปี มีเพียง 9% ที่ได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับลูกหลาน และกว่า 1 ใน 3 ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว หากเกิดการล้มป่วยด้วยโรคร้าย ภาระการดูแลจะตกกระทบไปถึงลูกหลานที่ต้องเสียสละเวลาทำงานและรายได้เพื่อมาเป็นผู้ดูแลในบริบทของสังคมที่แก่ตัวลงอย่างรวดเร็ว
เพื่อคลายล็อกปัญหานี้ โครงสร้างผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของ BLA จึงได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ 3 เสาหลักของชีวิต ประกอบด้วย
- แก่ไปมีเงินใช้: ขับเคลื่อนผ่านประกันสะสมทรัพย์และบำนาญ
- เจ็บป่วยมีเงินรักษา: ครอบคลุมด้วยประกันสุขภาพ อุบัติเหตุ และโรคร้ายแรง
- จากไปคนข้างหลังไม่เดือดร้อน: ปกป้องผ่านประกันตลอดชีพและยูนิตลิงก์ (Unit-Linked)
BLA ได้ส่งผลิตภัณฑ์ระดับเรือธง (Hero Product) คือ บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์ (BLA Long Life Care) ลงสู่ตลาด ซึ่งเป็นการตกผลึกงานวิจัยและดัดแปลงองค์ความรู้จากประเทศต้นแบบสังคมสูงวัย มาปรับแต่งให้เข้ากับบริบทสาธารณสุขไทย โดยกรมธรรม์นี้เน้นให้ความคุ้มครองเจาะจงที่ 8 กลุ่มโรคร้ายแรงทางสมองและระบบประสาทที่พรากความสามารถในการดูแลตัวเอง (เช่น หลอดเลือดในสมองแตก, อัลไซเมอร์รุนแรง, สโตรก, พาร์กินสัน, สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ, บาดเจ็บที่สมองรุนแรง, โคม่า และเนื้องอกในสมอง)
ที่น่าสนใจคือ ความโดดเด่นที่รื้อกรอบประกันโรคร้ายแรงแบบเดิมทิ้งไป อาทิ สามารถรับเงินทันทีที่ได้รับการวินิจฉัยตามเงื่อนไข บริษัทจะจ่ายเงินชดเชยเป็นรายปีต่อเนื่อง โดยผู้เอาประกันสามารถเลือกระยะเวลารับเงินได้ 10 ปี หรือยาวนานจนถึงอายุ 99 ปี โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการหอบใบเสร็จค่ารักษามาเบิกเคลมได้
หรือหากมองถึงประเด็นเบี้ยประกันล็อกราคาคงที่แบบ Flat Rate จะไม่มีการขยับราคาขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้ลูกค้าสามารถล็อกต้นทุนและบริหารแผนการเงินระยะยาวได้อย่างหมดห่วง
![]()
“ความใส่ใจ” คำตอบแห่งยุค Longevity Economy
ในช่วงท้ายของการพูดคุยเจาะลึกกับคุณโชน เราค้นพบว่า แก่นกลางที่ทรงพลังที่สุดของกลยุทธ์ทั้งหมดนี้ คือ ความกล้าหาญขององค์กรระดับตำนานที่เลือกจะรื้อถอนและนิยามตัวเองใหม่ (Redefine) ในช่วงเวลาที่สังคมต้องการฮีโร่มากที่สุด จากความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความกังวลด้านปัญหาสุขภาพ และภาระอันหนักอึ้งของการเตรียมตัวสู่อนาคตที่คาดเดาไม่ได้
คำประกาศของ BLA ว่า “เราจะยืนหยัดเคียงข้างคุณในทุกช่วงชีวิต” จึงไม่ใช่แค่กิมมิกทางการตลาด แต่คือคำมั่นสัญญา (Promise) ระดับองค์กร ที่หากสามารถส่งมอบได้จริง มูลค่าของแบรนด์จะพุ่งทะยานก้าวข้ามทุกตัวเลขในบัญชี
ในสังคมยุค Longevity Economy มูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์กำลังปะทุ ในประเทศที่ก้าวสู่ความชราภาพอย่างรวดเร็วและ Life Care Partner มีความจำเป็นมากกว่ายุคสมัยใด และในยุคที่ผู้บริโภคตัดสินใจด้วย “หัวใจ” มากกว่าเหตุผล BLA กำลังจัดวางหมากของตนเองในจังหวะเวลาที่ใช่แบบที่สุด
และคำถามทิ้งท้ายที่ทุกชีวิตในวงการธุรกิจสุขภาพ และการเงินต้องกลับไปขบคิดก็คือ ในตลาดที่ทุกคนแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและการหั่นราคา บริษัทที่เลือกยืนหยัดสู้ด้วยอาวุธที่เรียกว่า “ความใส่ใจอย่างแท้จริง” จะสามารถต้านทานพายุของ Insurtech และ Digital Disruption ได้หรือไม่?
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว แม้ Algorithm จะสามารถประมวลผลและเปรียบเทียบราคานับร้อยแบบได้ในเสี้ยววินาที แต่สิ่งเดียวในจักรวาลที่โค้ดคอมพิวเตอร์หน้าไหนก็สร้างขึ้นมาทดแทนไม่ได้ คือสัมผัสอันอบอุ่นที่ทำให้มนุษย์คนหนึ่งรู้สึกได้ว่า…“ยังมีใครสักคนกำลังใส่ใจฉันอยู่อย่างแท้จริง”
และนั่นคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สุดท้าย (Last Mile) ที่ BLA กำลังเร่งฝีเท้าเข้าไปปักธงเป็นรายแรกเพื่อยึดครองหัวใจลูกค้าให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จนั่นเอง
ผลการดำเนินงาน BLA ปี 2568
กำไรสุทธิ 6,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,334 ล้านบาท หรือ 50%
กำไรไตรมาส 4 เพียงไตรมาสเดียว อยู่ที่ 1,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 92%
เบี้ยประกันภัยรับปีแรกทั้งปี อยู่ที่ 8,107 ล้านบาท เติบโต 15%
สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี อยู่ที่ 315,973 ล้านบาท
เขียนและเรียบเรียง : สุรชัย บ่อจันทึก
ติดตาม Business+ : https://www.thebusinessplus.com/
Line Business+ : https://lin.ee/pbIHCuS
IG : https://instagram.com/businessplus.th
Youtube : https://www.youtube.com/@thebusinessplus7829
#TheBusinessPlus #Businessplus #BusinessPlus #นิตยสารBusinessplus #Business
The Business Plus บิสิเนสพลัส
